"อภิสิทธิ์" ไม่แน่ใจ "ประยุทธ"เชิญต่างชาติถกร่างรธน. จะได้ผล แนะทำประชามติเป็นหลักประกันดีที่สุด
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีแนวคิดที่จะเชิญต่างชาติมาแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับการร่างรัฐธรรมนูญว่า นายกรัฐมนตรีคงทราบว่ามีแรงกดดันและเสียงวิจารณ์ในประชาคมโลกว่า รัฐธรรมนูญไทยจะเป็นประชาธิปไตยหรือไม่ ถ้าต่างชาติมองว่าไม่เป็นก็จะเกิดปัญหา แต่การเชิญมาแล้วจะสามารถทำความเข้าใจได้หรือไม่ตนไม่แน่ใจ เพราะไม่ทราบว่าต่างประเทศขีดเส้นความเป็นประชาธิปไตยตรงไหน
ผู้สื่อข่าวถามว่า มองอย่างไรที่ รัฐบาลพร้อมให้ต่างชาติเข้ามาดูร่างรัฐธรรมนูญแต่กลับไม่พร้อมที่จะทำประชามตินั้นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ยังไม่ทราบแน่นอนว่าจะไม่ทำประชามติจริงหรือไม่ แต่ขอยืนยันว่าถ้ารัฐธรรมนูญไม่ผ่านกระบวนการประชามติโอกาสที่จะชี้แจงให้เกิดความเข้าใจและยอมรับว่าเป็นประชาธิปไตยจะยากขึ้น ตนจึงเสนอว่าต้องทำประชามติยิ่งมีคนโต้แย้งในประเทศและต่างประเทศก็หวาดระแวงว่าเป็นประชาธิปไตยหรือไม่ หากผลักดันต่อไปปัญหาที่ คสช.ตั้งเป้าว่ามีรัฐธรรมนูญใหม่แล้วการเมืองจะสงบเรียบร้อยจะกลับกลายเป็นตรงกันข้าม คือรุนแรงขึ้น
“รัฐบาลและคสช.ต้องคิดให้ดีว่าถ้ามีข้อโต้แย้งในการทำรัฐธรรมนูญและไม่มีการทำประชามติอะไรจะเป็นหลักประกันว่า 1-3 ปีจากนี้ไปคนไทยยังไม่เลิกเถียงกันเรื่องรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นการเสียโอกาสของประเทศ และถ้าจะทำประชามติก็ต้องมีรัฐธรรมนูญฉบับใดฉบับหนึ่งมาเปรียบเทียบเพื่อให้ประชาชนเลือกด้วย”หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์. กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านการลงมติของสภาปฏิรูปแห่งชาติ ส่งผลให้ทั้งสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญต้องยุติบทบาทไป จนต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 นั้น มองได้ 2 ประเด็นคือ สปช.เห็นชอบเพราะอยากให้มีการเลือกตั้งกลัวว่าจะวุ่นวาย แต่ในที่สุดประเทศไทยจะเสียเวลากับการเถียงกันเรื่องรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าไม่ผ่านแล้ววนเวียนอยู่กับการร่างรัฐธรรมนูญไม่รู้จบก็ต้องตั้งคำถามว่าจะทำให้คนข้างนอกเข้าใจได้อย่างไร ในเมื่อกลไกทั้งหลายมีที่มาจาก คสช.ทั้งสิ้น จะถูกมองว่า สืบทอดอำนาจไปโดยปริยาย และจะเป็นแรงกดดันเพิ่มขึ้น




