วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'อภิสิทธิ์'ชี้ไทยสัมพันธ์ รัสเซีย-จีน เป็นเรื่องธรรมชาติ

“อภิสิทธิ์” ชี้ไทยสัมพันธ์ รัสเซีย-จีน เป็นเรื่องธรรมชาติ ให้ชาติตะวันตกคิดให้ดีก่อนตัดสัมพันธ์รัฐบาลที่ไม่ได้มาจากเลือกตั้ง

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงนโยบายด้านต่างประเทศของรัฐบาล ที่มีการสร้างสัมพันธ์กับประเทศรัสเซียและจีนมากขึ้น ว่า รัฐบาลทำงานภายใต้ข้อจำกัด เนื่องจากมิตรประเทศบางภูมิภาคมีแนวปฏิบัติที่เป็นกฎกติกาภายในทำให้ไม่สามารถดำเนินงานที่มีความสัมพันธ์กับประเทศไทยได้เต็มที่ แต่มีมิตรประเทศบางส่วนที่ไม่มีข้อจำกัด รัฐบาลจึงสามารถทำงานร่วมกับ จีน รัสเซีย หรือแม้กระทั่ง ญี่ปุ่น ในขณะที่โลกตะวันตกไม่สามารถทำอะไรได้เต็มที่ เป็นไปโดยธรรมชาติ          

ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่าจะทำให้เสียดุลยภาพทางการต่างประเทศหรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า รัฐบาลต้องแสดงจุดยืนที่ชัดเจนว่าไม่ใช่ข้อจำกัดที่เราต้องการ เมื่อเขาตัดสินใจว่าไม่สามารถมีความสัมพันธ์กับไทยได้อย่างปกติก็ต้องยืนยันว่าไม่มีปัญหาในการเป็นมิตรและพร้อมเพิ่มพูนความสัมพันธ์ต่อไปในอนาคต จึงอยู่ที่ประเทศเหล่านั้นเองว่า จะมีแนวทางอย่างไรที่จะแก้ปัญหานี้ ซึ่งทุกครั้งที่ตนได้พบกับผู้แทนของ อียู จะบอกเสมอว่า งานด้านการค้าการลงทุนที่เกี่ยวกับการเจรจาระดับเทคนิคหรือเจ้าหน้าที่ น่าจะเดินต่อได้แต่ถ้าจะมีจุดยืนว่าไม่ทำข้อตกลงกับรัฐบาลที่ไม่มาจากการเลือกตั้งก็สามารถประกาศได้ แต่การหยุดทุกอย่างเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นและเสียสมดุลย์ของความสัมพันธ์ ซึ่งเขาก็รับฟังว่าจะไปพิจารณาปรับแก้ได้หรือไม่                  

ส่วนท่าทีของสหรัฐอเมริกาและอียูที่กดดันไทยในช่วงเวลานี้มากกว่าการรัฐประหารในปี 2549 นายอภิสิทธิ์ มองว่า ไม่ใช่เรื่องผิดปกติแต่เป็นสิ่งที่ปฏิบัติอยู่แล้วแต่มีการปฏิบัติที่ไม่เหมือนกันในบางประเทศ เช่น ประเทศที่ไม่เป็นประชาธิปไตยแต่ผู้นำเขาก็ไปเยือนมีการอ้างว่าเพราะประเทศเหล่านั้นไม่ได้เป็นประชาธิปไตยมาตั้งแต่ต้น ส่วนเหตุผลจะฟังขึ้นหรือไม่อีกเรื่องหนึ่ง       

“ข้อมูลที่เขาได้รับเป็นข้อมูลที่ไม่สมดุลย์ โดยเฉพาะการมองปัญหารัฐประหารว่ามีการจำกัดสิทธิเสรีภาพมองเห็นง่าย แต่เวลาที่มีรัฐบาลจากการเลือกตั้งเข้ามาทำสิ่งที่ไม่ดี ระดมคนข่มขู่คุกคามฝ่ายตรงกันข้าม ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิเหมือนกันต่างประเทศมองไม่ออก จึงมองแค่ว่าปฏิวัติไม่มีการเลือกตั้งเป็นเผด็จการ แต่เวลาที่มีการเลือกตั้งแล้วทำตัวเหมือนเผด็จการเขาก็ไม่สามารถรับรู้ได้เต็มที่ ขณะเดียวกันก็มีการเคลื่อนไหวล็อบบี้เพื่อให้ต่างประเทศรับรู้ความจริงด้านเดียวทำให้ปัญหารุนแรงขึ้น” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ส่วนกรณีที่รัฐบาลประกาศใช้มาตรา 44 จะทำให้ต่างชาติมีความเข้าใจมากกว่ากฎอัยการศึกหรือไม่นั้นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า ต่างชาติก็ยังเห็นว่าเป็นการใช้อำนาจพิเศษขึ้นอยู่กับว่าเขาดูรายละเอียดมากน้อยแค่ไหน แต่ตนอยากให้ระมัดระวัง เพราะล่าสุดมีการออกคำสั่งเพิ่มบทบาททหาร แม้ในมุมที่เรามองเป็นการบังคับใช้กฎหมายแต่จะทำให้เกิดคำถามมากขึ้นว่าเหตุใดเจ้าหน้าที่บ้านเมืองฝ่ายอื่นไม่บังคับใช้กฎหมาย ทั้งนี้ไม่ว่าจะมีกฎอัยการศึกหรือไม่ มาตรา 44 ก็มีอยู่ดีและสามารถใช้แบบเบ็ดเสร็จโดยไม่ต้องมีหลักเกณฑ์ การออกมาก็คงเพราะพยายามให้มีหลักเกณฑ์แต่ไม่ง่ายที่จะทำความเข้าใจกับคนที่อยู่ห่างไกล