วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปปง.สั่งอายัดทรัพย์สินอดีตปธ.สหกรณ์คลองจั่น

ปปง.สั่งอายัดทรัพย์สินอดีตปธ.สหกรณ์คลองจั่นฯเพิ่มอีก 31 ล้านบาท หลังพบซุกธุรกิจ"รีสอร์ท-สลากออมสิน"

พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการปปง.แถลงผลยึดอายัดทรัพย์สินในคดีนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่น จำกัดยักยอกทรัพย์สหกรณ์ฯ ได้รับความเสียหายกว่า 21,000 ล้านบาท หลังจากก่อนหน้านี้ได้มีการยึดอายัดทรัพย์สินไว้จำนวนหนึ่งแล้ว และมีการตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างต่อเนื่อง ต่อมาเมื่อวันที่ 8 เม.ย.ที่ผ่านมาคณะกรรมการธุรกรรมมีมติให้ยึดอายัดทรัพย์สินเกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราวเพิ่มเติมอีก 6 รายการ ได้แก่ กิจการรีสอร์ท เงินสด ตู้เซฟ สิ่งปลูกสร้าง รถยนต์ รวมมูลค่าประมาณ 30,070,000 บาท และให้อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราว จำนวน 3 รายการ ได้แก่ ที่ดินตามโฉนดที่ดิน เงินในบัญชีเงินฝาก และสลากออมสิน รวมมูลค่าประมาณ 1,680,000 บาท รวมมูลค่าทั้งสิ้นประมาณ 31,750,000 บาท

พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวว่า สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าวปปง. จะมีแผนระยะสั้นและระยาว โดยแผนระยะสั้นปปง. ได้นัดหารือกับนายประกิจ พิลังสา ประธานคณะกรรมการบริหารลูกหนี้/ผู้ทำแผน และกรรณิการ์ อัคคะพู รองประธานคณะกรรมการบริหารลูกหนี้/ผู้ทำแผน และนางจรัญญา พงษ์สุทธิรักษ์ คณะกรรมการบริหารลูกหนี้ หาแนวทางเยียวยาผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วน ส่วนแผนระยะยาวขณะนี้ปปง. อยู่ระหว่างการแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน โดยเฉพาะส่วนของการคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหาย ด้วยการให้ศาลมีอำนาจสั่งให้คืนทรัพย์สินให้กับผู้เสียหาย แทนที่จะสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน ซึ่งหากสามารถแก้ไขกฎหมายดังกล่าวแล้วเสร็จก็จะสามารถแก้ไขปัญหาและเยียวยาประชาชนได้อย่างรวดเร็ว

พ.ต.อ.สีหนาท ยังแถลงผลการยึดทรัพย์อดีตผู้บริหารธนาคารมหานคร จำกัด (มหาชน) จากกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีกับนางภคินี สุวรรณภักดี อดีตรองกรรมการผู้จัดการธนาคารมหานคร จำกัด (มหาชน) กับพวกในปี 2547 มีพฤติการณ์ทำความผิดคดีฟอกเงิน โดยก่อนหน้านี้คณะกรรมการธุรกรรม เคยมีคำสั่งให้ยึดอายัดทรัพย์ประเภทที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในปี 2547มูลค่าประมาณ 134,174,000 บาท ต่อมามีคำสั่งยึดเพิ่มอีกอายัดทรัพย์สิน 101,000,000 บาท โดยในส่วนของอดีตผู้บริหารธนาคารมหานคร จำกัด (มหาชน) นั้น อัยการสูงสุดมีคำสั่งชี้ขาดให้ฟ้องคดีแล้ว แต่ยังมิได้ตัวมาฟ้อง เนื่องจากหลบหนีตามหมายจับของศาลอาญากรุงเทพใต้ โดยคดีขาดอายุความในวันที่ 30 ตุลาคม 2555 ซึ่งมีผลทำให้คำสั่งอายัดของธนาคารแห่งประเทศไทย สิ้นสุดลง

ต่อมาเมื่อวันที่ 4 ก.ค. 2555 ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้มีหนังสือถึงปปง. เพื่อขอให้ดำเนินการตามกฎหมายฟอกเงิน คณะกรรมการธุรกรรม ได้มีมติให้เลขาธิการ ปปง. ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการพิจารณาเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตามคำสั่ง ที่ ย. 48/2547 และคำสั่งที่ ย.51/2547 รวมทั้งสิ้นจำนวน 27 รายการ มูลค่าประมาณ 139,707,000 บาท พร้อมดอกผล ตกเป็นของแผ่นดิน แต่พนักงานอัยการพิจารณาเห็นว่า เรื่องดังกล่าวยังไม่สมบูรณ์พอที่จะยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่ง ให้ทรัพย์สินทั้งหมดหรือบางส่วนตกเป็นของแผ่นดินได้ ในการนี้ พนักงานอัยการจึงแจ้งให้เลขาธิการ ปปง. ทราบ ทางปปง. ได้ส่งเรื่องเพิ่มเติมไปให้พนักงานอัยการพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง และพนักงานอัยการได้แจ้งผลการพิจารณาให้ปปง. ทราบว่า ทรัพย์สินบางรายการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยร้องทุกข์กล่าวโทษ พยานหลักฐานของผู้คัดค้านมีน้ำหนักให้รับฟังได้ ทรัพย์สินบางรายการจึงไม่ใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จึงยังไม่มีเหตุผลที่จะยื่นคำร้องขอต่อศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินในบางรายการ

ต่อมาในการประชุมคณะกรรมการ ปปง. เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาพิจารณาแล้ว มีมติว่าทรัพย์สิน 22 รายการ เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด อันเป็นความผิดและมีเหตุพอที่จะยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน จึงเห็นชอบให้ปปง. ส่งเรื่องไปยังพนักงานอัยการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินต่อเป็นที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง 22 รายการมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท