กมธ. ยกร่างรธน.กร้าว รัฐธรรมนูญเข้าสปช. ไม่เปลี่ยนหลักการ "สุจิต"ลั่นหากเปลี่ยนพร้อมลาออก
นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ระบุถึงหลักการในการยกร่างรัฐธรรมนูญว่ามี 4 ข้อคือ 1.สร้างพลเมืองให้เป็นใหญ่ 2.ให้การเมืองให้ใสสะอาดและสมดุล 3.สังคมที่เป็นะรรม 4.นำชาติสู่สันติสุข สองเรื่องเป็นการเหลียวหลัง สองเรื่องเป็นการแลหน้า โดยการเหลียวหลักงคือการกลับไปแกปัญหาเดิม ในเรื่องการทให้การเมืองใสสะอาดและสมดุล และ รเื่องการนำชาติสู่สันติสุขและความปรองดอง ส่วนการแลหน้าคือการปฏิรูปและทำให้พลเมืองเป็นใหญ่
ด้าน พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวาณิช โฆษกกรรมาธิการเปิดเผยภาพการเมืองหลังจากที่รัฐธรรมนูญประกาศใช้ว่า ผลที่เกิดขึ้นจะมีสองประการคือ 1.พรรคใหญ่จะไม่ได้เกิน 50 % เพราะไม่มีประเทศไทนที่นิยมเกิน 50 และเกิดรัฐบาลผสม โดยพรรคหลักก็ต้องฟังเสียงพรรคร่วมด้วย 2.พรรคเล็กๆหากมีความนิยมก็จะมีโอกาสได้เก้าอี้ ส.ส.
ขณะที่นายสุจิต บุญบงการ กล่าวโต้แย้งที่ระบุว่าระบบดังกล่าวจะทำให้รัฐบาลอ่อนแอไม่มีเสถียรภาพ ว่าที่ผ่านมาในระบบรัฐบาลผสมที่รัฐบาลล้มเพราะบริหารผิดพลาด การมีรัฐบาลผสมไม่ได้หมายความว่าจะอ่อนแอเสมอไป หากบริหารได้อย่าถูกต้อง แก้ปัญหาของประเทศได้ ความกลมเกลียวของรัฐบาลผสมอาจเกิดขึ้นได้
“หากมีพรรคใหญ่บริหารพรรคเดียวก็ใช่ว่าจะมีเสถียรภาพหากพรรคใหญ่ไม่ได้เป็นพรรคจริง หากเอาจำนวนพรรคมากำหนดว่ามีพรรคเดียวถึงจะเข้มแข็ง อย่างนี้เป็นคนละประเด็น หากสมาชิกพรรคเป็นอิสระในพรรค แล้วทำให้พรรคอ่อนแอ นั่นแหละเป็นความอ่อนแอของคุณ เพราะคุณไม่สามารถเอาพรรคของคุณอยู่ได้ แล้วคุณจะบอกว่าคุณเข้มแข็งอย่างไร โดยหลักการทำงานของพรรคในระบบรัฐสภา เสียงที่สำคัญที่สุดเกิดจากสมาชิกพรรคที่เป็น ส.ส ไม่ได้เกิดจากหัวหน้าพรรคเป็นคนสั่ง”
ผู้สื่อข่าวถามว่าเมื่อเข้าสู่ที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติแล้วเรื่องเลือกตั้งจะเปลี่ยนแปลงหรือไม่ นายบวรศักดิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับตนนั้น ตนว่าเปลี่ยนไม่ได้ แต่อีก 35 คนไม่รู้ เพราะนี่เป็นหลักการสำคัญของรัฐธรรมนูญ ที่เราใช้ระบบนี้เพราะเป็นธรรม ตนเป็นคนเขียน รธน. 40 เอง ได้รัฐบาลที่เข้มแข็งแล้วเป็นไง 4 ปีกว่า แต่ก็มีปัญหา สำหรับตนเมื่อเราสร้างเสือขึ้นมาแล้วเสือตัวนั้นไม่ได้อยู่ในสวนสัตว์ แต่ออกไปกินเป็ดไก่ มันไม่ได้ ระบบนี้ที่เราทำ จะมีรัฐบาลผสมแน่ เพื่อไม่ให้เกิดภาวะข้าใหญ่แต่ผู้เดียว
ขณะที่นายสุจิต กล่าวว่า “หลักการยังไงเราก็ไม่เปลี่ยน เพราะรัฐธรรมนูญเป็นหลัก การบริหารประเทศต้องมีหลัก หากหลักเปลี่ยนต้องว่ากันใหม่ ถ้าขืนบอกว่าต้องเปลี่ยนหลักทั้งหมด ให้เวลา 60 วันผมทำไม่ได้ และผมไม่อยู่ด้วย”
“โดยสิ่งที่เปล่ยนไม่ได้คือ 1. ระบบเลือกตั้ง 2.การได้มาซึ่งนายกฯ 3.ที่มา ส.ว. 4.ความสัมพันธ์ของนิติบัญญัติและ ครม.” นายสุจิตกล่าว
เมื่อถามต่อว่าขณะนี้มีแนวโน้มว่า สปช.อาจไม่รับร่าง นายสุจิต กล่าวว่าไม่รับก็ช่วยไม่ได้ ทำไมต้องไปคิดกลัวไม่รับ ทำไมเขาไม่คิดว่าเขาไม่รับจะมีอะไร ทำไมเราต้องมาคิดคนเดียว หากไม่รับเราไม่ได้ไปด้วยกันทั้งหมดอย่างเดียว การปฏิรูปที่ไม่เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญยังค้างอยู่หลายเรื่อง เขาไม่ได้มีหน้าที่อนุมัติรัฐธรรมนูญอย่างเดียว





