กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ พิจารณาส่วนสุดท้าย ปฏิรูปตำรวจ ลดการเมืองแทรก กระจายอำนาจบริหาร
ที่รัฐสภา นายมานิจ สุขสมจิตร รองประธานกรรมาธิการ (กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญ คนที่ 2 เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมได้มีการทบทวนถ้อยคำและเจตนารมณ์ที่เหลือเป็นส่วนสุดท้ายที่ค้างพิจารณา คือ หมวดเกี่ยวกับการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมในส่วนการปฏิรูปตำรวจ มาตรา 282 (8) โดยให้ยึดถ้อยคำตามที่คณะกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เสนอมาโดยไม่มีการแก้ไข ซึ่งกำหนดให้หน่วยงานที่ไม่ใช่ภารกิจตำรวจ ไม่เกี่ยวกับการป้องกันและอาชญากรรมให้ส่งเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา ไม่ให้ฝ่ายการเมืองแทรกแซงแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ และให้แต่งตั้งตามหลักคุณธรรม โดยให้กระจายอำนาจการบริหารงานสู่จังหวัด
ด้านกระบวนการการมีส่วนร่วมกิจการตำรวจปรับระบบสอบสวนให้เป็นอิสระ ให้อัยการ ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอสอบสวนร่วมกับหน่วยงานสอบสวนในกรณีประชาชนร้องขอความเป็นธรรม และปรับปรุงงานนิติเวชศาสตร์ให้อิสระ มีระบบริหารงานยึดหลักความรู้ความชำนาญ กระจายอำนาจ บริหารงบประมาณ ให้มีหน่วยปฏิบัติในพื้นที่อย่างเพียงพอมีประสิทธิภาพ
ผู้สื่อข่าวรายงานสำหรับประเด็นดังกล่าวพบว่า กมธ.ยกร่างฯส่วนน้อยได้เสนอให้มีการระบุถึงการปฏิรูปให้ชัดเจนว่า มีอะไรบ้างที่เป็นรูปธรรม ขณะที่กมธ.ส่วนใหญ่เห็นว่ายังมีสมาชิกสปช.อีกมากที่จะเสนอความเห็นว่าควรต้องปฏิรูปตำรวจอย่างไร หลังการอภิปรายถกเถียงกันหลายชั่วโมง ที่สุดที่ประชุมส่วนใหญ่เห็นว่าให้ยืนยันตามที่กมธ.ปฏิรูปกฎหมายฯเสนอแผนมา เพราะหลังการอภิปรายของที่ประชุมสปช.ระหว่างวันที่ 20-26 เม.ย. อาจต้องมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้อีกในช่วงเวลา 60 วันสุดท้าย อย่างไรก็ตาม ทางกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญได้นัดประชุมอีกครั้งในวันที่ 10 เม.ย. เพื่อเตรียมความพร้อมอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญร่างแรกในวันที่ 20-26 เม.ย.นี้





