วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไทย-รัสเซียเพิ่มมูลค่าการค้าเป็น1หมื่นล.ดอลล์ปี59

"ไทย- รัสเซีย"เห็นพ้องเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกันเป็น 1 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 59 "ประยุทธ์"ขอให้นำเข้าข้าว-ยางพารา ให้ความมั่นใจท่องเที่ยวไทย

ภายหลังการหารือข้อราชการ และร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามความตกลงทวิภาคีระหว่างไทยกับสหพันธรัฐรัสเซีย และความตกลงระหว่างภาคเอกชนไทยกับภาคเอกชนรัสเซีย พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายดมิทรี เมดเวเดฟ นายกรัฐมนตรี สหพันธรัฐรัสเซีย ได้แถลงข่าวร่วมกัน

โดยพล.อ.ประยุทธ์​ กล่าวว่า ตนยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มีโอกาสต้อนรับ นายกรัฐมนตรี ดมิทรี เมดเวเดฟ และคณะ ในการเดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของรัฐบาล ซึ่งนับเป็นการเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบ 25 ปี ของนายกรัฐมนตรีรัสเซีย รัสเซียเป็นมิตรประเทศของไทยมาอย่างยาวนาน ในปี 2560 หรืออีก 2 ปีจะครบรอบ 120 ปี ของความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน ในการหารือวันนี้ ทั้งสองฝ่ายแสดงเจตนารมณ์แน่วแน่ร่วมกันที่จะยกระดับความสัมพันธ์ให้ใกล้ชิดมากขึ้น โดยการขับเคลื่อนความร่วมมือในทุกมิติบนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วมกัน ตนและนายกรัฐมนตรีเมดเวเดฟได้หารือเกี่ยวกับแนวทางในการขยายความร่วมมือระหว่างกันดังนี้

ด้านเศรษฐกิจ ไทยและรัสเซียต่างพอใจพัฒนาการของเศรษฐสัมพันธ์ระหว่างกัน และจะร่วมกันผลักดันให้การค้าทวิภาคีเติบโตขึ้น โดยมีเจตนารมณ์เห็นพ้องที่จะผลักดันให้มูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศเพิ่มขึ้นจาก 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปัจจุบัน เป็น 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปีหน้า เราได้หารือเกี่ยวกับแนวทางในการบรรลุเป้าหมายดังกล่าว โดยเฉพาะการเปิดตลาดสินค้าระหว่างกัน การลดอุปสรรค และอำนวยความสะดวกทางการค้า ผมได้ขอให้นายกรัฐมนตรีรัสเซียพิจารณานำเข้ายางพารา สินค้าเกษตรอื่น ๆ และอาหาร เช่น ข้าว เนื้อหมูแช่แข็ง ผักและผลไม้สด และให้เร่งรัดการรับรองผลการตรวจสอบและการขึ้นทะเบียนโรงงานผลิตสินค้าปศุสัตว์ และสินค้าประมงของไทยด้วย

ตนได้เชิญชวนรัสเซียให้เข้ามาร่วมลงทุน แข่งขันการประมูลพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ของไทย ตามยุทธศาสตร์แผนการลงทุนปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน ส่วนผู้ประกอบการของไทยก็มีความสนใจจะไปลงทุนในการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และอาหารในรัสเซีย ทั้งสองฝ่ายจะอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่แก่นักลงทุนของแต่ละฝ่าย และให้การสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของภาคเอกชน ทั้งนี้ตนยินดีที่ได้ทราบว่า บ่ายวันนี้ นายกรัฐมนตรีรัสเซียและคณะผู้แทนจากบริษัทชั้นนำ จะมีโอกาสพบปะและแลกเปลี่ยนทัศนะกับผู้แทนภาคธุรกิจไทยเกี่ยวกับการส่งเสริมความร่วมมือด้านธุรกิจระหว่างกัน

ด้านพลังงาน เราเห็นพ้องที่จะสานต่อความร่วมมือในการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจปิโตรเลียม รวมถึงการพัฒนาบุคลากรด้านนี้

ด้านการท่องเที่ยว ตนได้ให้ความมั่นใจแก่นายกรัฐมนตรีเมดเวเดฟว่า ไทยยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวรัสเซีย โดยในปีที่ผ่านมามีประมาณ 1.7 ล้านคน และขอให้ความมั่นใจว่า ไทยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ปลอดภัย รัฐบาลพร้อมที่จะให้การดูแลความปลอดภัยและสวัสดิภาพของนักท่องเที่ยวรัสเซียและชาติอื่น ๆ

​ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รัสเซียมีความก้าวหน้าสูงในด้านนี้ ผมได้แจ้งว่า ไทยสนใจที่จะร่วมมือกับรัสเซียในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทั้งในด้านการศึกษาและการวิจัยเพื่อนำผลการวิจัยมาเพิ่ม

ขีดความสามารถในการผลิตสินค้าของไทย โดยจะส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือระหว่างสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กับ ศูนย์นวัตกรรม สโคลโกโว อินโนเวชั่น เซนเตอร์ (Skolkovo Innovation Center) และเป็นที่น่ายินดีที่ มอสโก รีเจียน สเตด ยูนิเวอร์ซิตี (Moscow Region State University) กับวิทยาลัยเทคโนโลยีสยามได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ เพื่อพัฒนาหลักสูตรมัคคุเทศก์และภาษารัสเซีย นอกจากนี้ ไทยและรัสเซียยังเห็นพ้องที่จะส่งเสริมการแลกเปลี่ยนด้านวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีนิวเคลียร์ การแพทย์ และอวกาศ

​ด้านวัฒนธรรมและการติดต่อระดับประชาชน จะช่วยเสริมสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างกัน อันจะทำให้พื้นฐานของความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศมีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ในการนี้ ฝ่ายไทยยินดี และสนับสนุนข้อเสนอของฝ่ายรัสเซียที่จะจัดตั้งศูนย์วัฒนธรรมรัสเซีย ที่กรุงเทพฯ ในอนาคตอันใกล้

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า ตนได้ขอให้คณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย-รัสเซีย ซึ่งจะมีการประชุมในกลางปีนี้ และมีท่าน พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเท เป็นประธานฝ่ายไทย นำผลการหารือในวันนี้ไปดำเนินการให้มีผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว วันนี้ ตนและนายกรัฐมนตรีเมดเวเดฟยังได้ร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามความตกลงภาครัฐในเจตนารมณ์ 5 ฉบับ ซึ่งครอบคลุมด้านพลังงาน วัฒนธรรม การท่องเที่ยว การต่อต้านยาเสพติด และการลงทุน นอกจากนี้ ได้มีการลงนามความตกลงของภาคเอกชน 5 ฉบับ เกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนทั้งสองฝ่าย 

ในด้านการสำรวจตลาดและกระจายสินค้ารัสเซียในไทย การแลกเปลี่ยนข้อมูลทางธุรกิจ ความร่วมมือด้านการลงทุนในประเทศที่สาม ความร่วมมือด้านการพัฒนาเทคโนโลยีดาวเทียมนำทาง รวมทั้งความร่วมมือด้านการศึกษาในสาขาการบริหารจัดการท่องเที่ยวและการโรงแรม ซึ่งผมมั่นใจว่า จะนำไปสู่ความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมระหว่างกันต่อไป นายกรัฐมนตรีเมดเวเดฟ บอกตนว่า มีความประทับใจในการเดินทางมาเยือนประเทศไทย ผมได้ขอให้ นำคำเชิญประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน เดินทางมาเยือนประเทศไทยในโอกาสต่อไป เพื่อสานต่อความร่วมมือและความสัมพันธ์ของมิตรประเทศให้ยั่งยืนยาวนานต่อไป / ทั้งนี้ จำเป็นต้องหารือกันในรายละเอียดและพันธกิจต่างๆ ที่ 2 ประเทศมีอยู่เดิม กับประเทศอื่นๆ

ด้านนายดมิทรี เมดเวเดฟ นายกรัฐมนตรี สหพันธรัฐรัสเซีย แถลงว่า ตนและนายกรัฐมนตรี ไทย พบปะและหารือด้วยบรรยากาศที่ดี ซึ่งก่อนหน้านี้เคยได้หารือกันที่ประเทศสหภาพเมียนมาร์ เมื่อเดือน พ.ย. ปีที่ผ่านมา ระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน และคู่เจรจา และวันนี้ได้มีการหารือ สานความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศ โดยได้ลงนามข้อตกลงด้านพลังงาน การเกษตร การพัฒนาคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งวัฒนธรรม และ ความร่วมมือหน่วยงานในการบังคับใช้กฎหมาย ประเทศไทยถือเป็นประเทศหุ้นส่วนที่เก่าที่สุดของรัสเซียในภูมิภาคเอเซียแปซิฟิก และ ในอีก 2 ปี เราจะเฉลิมฉลองครบรอบ 120 ปี ของความสัมพันธ์ทางการทูตของ 2 ประเทศ โดยจะมีการจัดจำหน่ายหนังสือ และเอกสารประวัติศาสตร์ความร่วมมือทางการทูตระหว่าง 2 ประเทศ ทั้งนี้เรามีโครงการความร่วมมือซึ่งเป็นผลสำเร็จของ 2 ประเทศร่วมกัน 

ขณะที่เมื่อปีที่ผ่านมา ปริมาณการค้าระหว่างรัสเซีย และไทย บรรลุถึง 4,000 ล้านดอลล่าสหรัฐ โดยมีอัตราเติบโต 20 % และปีนี้ เรามีพลวัตรที่ดีทางการค้า ซึ่งเป็นการส่งเสริม การค้าและปฏิสัมพันธ์ในด้านต่าง ๆ เราจะพยายามให้มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นในส่วนประกอบของสินค้า และเทคโนโลยีชั้นสูง และ ยกเลิกอุปสรรคทางการค้า นอกจากนี้ยังได้ตกลงทำกิจกรรมร่วมกันในด้านอุตสาหกรรม โดยในเดือนกันยายนที่ผ่านมา ได้ร่วมลงนามสัญญาซื้อขายเครื่องบิน 2 ลำ อีกทั้งบริษัทที่ได้เข้ามาทำกิจการในภูมิภาคนี้ได้มีผลสัมฤทธิ์ ขณะที่รัสเซียยังมีศักยภาพที่ดีทางด้านพลังงาน รวมถึงบริษัทของไทยด้านอุตสาหกรรมการเกษตรที่รัสเซีย ซึ่งมีแผนให้ขยายสร้างโรงงานทางฝั่งตะวันออกของรัสเซีย

รวมถึงมีการพิจารณาโครงการอื่นๆ ด้วย ขณะเดียวกันหน่วยงานรัฐของทั้งสองประเทศ กำลังพิจารณาในเรื่องความร่วมมือด้านอุตสาหกรรม การวิจัยอวกาศ วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ความร่วมมือด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และจะมีการตั้งคณะกรรมการร่วมไทย-รัสเซีย ในการพิจารณาโครงการในระยะเวลานั้นๆ รวมถึงจัดตั้งคณะทำงานชั้นสูงที่จะมาดูแลโครงการด้านต่างๆ โดยเฉพาะด้านการลงุทน นอกจากนี้ รัสเซียจะให้ทุนการศึกษากับนักศึกษาไทย ให้ได้มีโอกาสเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยของรัสเซีย ถือเป็นการลงทุนในอนาคต

"สุดท้ายนี้ผมขอพูดเกี่ยวกับสิ่งที่ทำให้ประชาชนของทั้ง 2 ประเทศ เป็นเพื่อนและมิตรที่ใกล้ชิดกว่าเดิม คือการท่องเที่ยว เพราะชาวรัสเซียจำนวนมากได้เดินทางมาประเทศไทยและถือเป็นสถานที่พักผ่อนที่ดีที่สุด โดยเมื่อปีที่แล้วมีนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียเกือบ 1.6 ล้านคน มาท่องเที่ยวประเทศไทย และเป็นธรรมดาที่นักท่องเที่ยวจะต้องมีความปลอดภัย และได้รับการบริการที่ดี รวมทั้งข้อมูลที่ถูกต้อง ซึ่งนายกรัฐมนตรีไทยเข้าใจและพร้อมให้การสนับสนุน ในการแก้ปัญหาดังกล่าว และต้องขอบคุณนายกรัฐมนตรีไทยในการต้อนรับที่อบอุ่น และมั่นใจว่าการเจรจาหารือในครั้งนี้จะช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ และผมได้เชิญนายกรัฐมนตรีไทยเยือนประเทศรัสเซียอย่างเป็นทางการ" 

โดยในช่วงท้ายหลังจากที่นายดมิทรี พูดจบ พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวว่า “คำว่าเพื่อนจะสำคัญที่สุดก็เมื่อเพื่อนมีปัญหา ต้องการแรงใจแรงหนุนจากเพื่อน วันนี้นายกรัฐมนตรีสหพันธรัฐรัสเซีย และประเทศรัสเซีย ให้ความเป็นเพื่อนกับเรา จะรักษามิตรภาพเหล่านี้ให้ยั่งยืนมากที่สุด ขอบคุณทุกอย่างในความเข้าใจ”