"ประวิตร" ยันไทยไม่เลือกข้าง พร้อมเชื่อมสัมพันธ์จีน-รัสเซีย ลั่นรัฐบาลเป็นกลาง-เป็นมิตรกับทุกประเทศ
ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการเดินทางไปเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน ว่า เป็นไปตามคำเชิญของรมว.กลาโหมของจีนภายหลังที่ได้นำคณะเดินทางมาเยือนประเทศไทยก่อนหน้านี้ ทั้งนี้เราจะมีการพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องการฝึก ศึกษาในด้านต่างๆ ซึ่งไทยกับจีนมีการประสานงานกันมานานแล้วส่วนกรณีที่กองทัพเรือสนใจจะซื้อเรือดำน้ำของจีนนั้น ขณะนี้เป็นเพียงหลักการโดยกระทรวงกลาโหมเห็นด้วยกับทางกองทัพเรือที่อยากมีเรือดำน้ำ เพราะเห็นว่า ควรจะมีแต่ในเรื่องการจัดซื้อจัดหา เป็นเรื่องทางกองทัพเรือ ไม่ใช่ซื้อวันนี้แล้วจะได้ในปีนี้เพราะต้องใช้เวลาพิจารณาอีกนาน โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณผูกพัน ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลา 5 ปีหรือ 10 ปี เนื่องจากเราไม่มีปัญญาที่จะซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ด้วยเงินจำนวนมาก เพราะไม่ได้ร่ำรวยขนาดนั้น ทั้งนี้ยืนยันว่า เรามีความจำเป็นต้องมีเรือดำน้ำ
เมื่อถามว่าในขณะที่ทางกระทรวงกลาโหมเดินทางไปประเทศจีน แต่ขณะเดียวกันทางรัสเซียก็เดินทางมาเยือนประเทศไทย เพื่อพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีการตั้งข้อสังเกตว่า เป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ เพื่อถ่วงอำนาจของสหรัฐอเมริกาพล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เราพร้อมที่จะเชื่อมความสัมพันธ์กับทุกประเทศไม่ใช่เจาะจงประเทศใดประเทศหนึ่งเพียงแต่บังเอิญประจวบเหมาะที่สองเหตุการณ์มาตรงกัน ใครมาเราก็รับทราบและเราก็อยากเดินทางไปทุกประเทศที่เชิญเรามา เราเป็นกลางและต้องการให้ประเทศไทยมีความเจริญ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประวิตร พร้อมด้วยพล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และผู้บัญชาการทหารบก และคณะ ประกอบด้วยรมช.ต่างประเทศ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ปลัดกลาโหม ผบ.ทหารสูงสุด และผบ.เหล่าทัพ เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการระหว่าง 8-10 เม.ย. นี้ ตามคำเชิญของกระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐประชาชนจีน สำหรับกำหนดการเข้าเยี่ยมคำนับและหารือกับข้อราชการกับพล.อ.ฉาง ว่านฉวน มนตรีแห่งรัฐและรมว.กลาโหมสาธารณรัฐประชาชนจีนพล.อ.อ.สวี่ ฉีเลี่ยง รองประธานคณะกรรมาธิการการทหารกลางแห่งชาติ นายเมิ่งเจี้ยนจู้ สมาชิกกรมการเมือง หัวหน้าคณะกรรมาธิการการเมืองและกฎหมายคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์ นายจาง เกาลี่ รองนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้เพื่อเป็นการสานสัมพันธ์และขยายความร่วมมือระหว่างกลาโหมของทั้งสองประเทศ





