ทนายความตัวแทนองค์การอนามัยโลก ประจำประเทศไทย เข้าพบตำรวจ หลังลูกความมีคดี ถูกฟ้องร้องจากลูกจ้างหญิง ว่ามีพฤติกรรมเข้าข่ายค้ามนุษย์
นายกิตติภูมิ สินพิพัฒน์พร ทนายความที่ปรึกษาของนายโยนัส เทกเก้น โวลเดอแมเรียม ตำแหน่งผู้แทนองค์การอนามัยโลก(WTO) ของสหประชาชาติ ประจำประเทศไทย และกลุ่มเพื่อนจากสมาคมเอธิโอเปีย พร้อมเอกสารหลักฐาน เข้าชี้แจงกับพ.ต.อ.มานะ เทียนเมืองปัก พงส.ผทค.สภ.ปากเกร็ด เจ้าของคดีที่น.ส.เอมมาเบท มาโบ บีซาเบ อายุ 25 ปี แจ้งความดำเนินคดีกับนายโยนัส ในข้อหาค้ามนุษย์ และทำร้ายร่างกาย
โดยก่อนหน้านี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้มีการเรียกผู้เสียหายมาสอบปากคำถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และในวันนี้ได้มีการเชิญนายโยนัสมาเข้าให้ปากคำ แต่เนื่องจากนายโยนัสติดภารกิจไม่สามารถเดินทางมาได้ จึงได้มอบหมายให้ทนายความเดินทางนำเอกสารเข้ามาชี้แจงแทน หลังจากตรวจสอบเอกสารแล้ วจึงได้นัดหมายให้นายโยนัส เดินทางมาให้ปากคำอีกครั้งในวันที่ 10 เม.ย. ต่อไป
พ.ต.อ.มานะ กล่าวว่าสำหรับคดีนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบสวนทั้งทางตรงและทางลับพบว่า น.ส.เอมมาเบทได้เดินทางเข้ามาในประเทศไทยอย่างถูกต้อง โดยใช้หนังสือเดินทาง ทำหน้าที่เป็นผู้ติดตามนายโยนัส และมีการว่าจ้างเป็นระยะเวลา 2 ปี ได้ค่าจ้างเดือนละ 100 เหรียญสหรัฐฯ และเงินไทยอีก 3,000 บาท แต่สัญญาว่าจ้างของน.ส.เอมมาเบทจะครบ 2 ปี ในวันที่ 23 ก.ย.นี้
ทราบว่า างนายโยนัสจะไม่ต่อสัญญาให้ ทำให้น.ส.เอมมาเบทได้หลบหนีออกจากบ้านนายโยนัส โดยไม่ได้นำทรัพย์สินและหนังสือเดินทางไปด้วย หลังจากนั้นทางนายโยนัส ก็ได้รับการติดต่อจากบุคคลที่อ้างว่าเป็นทนายความของน.ส.เอมมาเบท ร้องขอเงินจำนวน 500,000 บาท พร้อมหนังสือเดินทาง แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ และมีการเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจสภ.ปากเกร็ด เมื่อวันที่ 18 มี.ค. ที่ผ่านมา ในข้อหาค้ามนุษย์ กักขังหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น
ต่อมาทางภรรยาของนายโยนัส ก็ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อวันที่ 19 มี.ค ว่าน.ส.เอมมาเบท ได้หายออกไปจากบ้านไม่ทราบว่าไปอยู่ที่ใด โดยได้นำหนังสือเดินทางของน.ส.เอมมาเบท มาให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยเพื่อเป็นหลักฐาน อ้างว่าถูกน.ส.เอทมาเบท และมูลนิธิผู้หญิง เข้าแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีข้อหาค้ามนุษย์
พ.ต.อ.มานะ กล่าวว่า หลักฐานที่ทางตัวแทนของนายโยนัส นำมาให้ก็พบว่ามีความสอดคล้องกับที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบแล้วในเบื้องต้น แต่อย่างไรก็ตามยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย ถ้าพบว่าหลักฐานชัดเจนว่าใครเป็นคนทำผิดกฎหมาย ก็จะดำเนินคดีต่อไป





