วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

บุกปล้นเงินเดือนพนง.ร้านนวดสปาภูเก็ต ได้เงินไปกว่า4แสนบ.

เกิดเหตุกลุ่มคนร้าย 5 คน ควงปืนและมีดบุกปล้นเงินเดือนพนักงานร้านนวดสปาภูเก็ต ได้เงินไปกว่า 450,000 บาท

เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 5 เม.ย.58 ที่ผ่านมา ร.ต.ท.(หญิง) ฐาปนีย์ วารินทร์สะอาด พนักงานสอบสวน สภ.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต ได้รับแจ้งเหตุจากพนักงานร้านนวดไทยและสปา ชื่อ อิมพีเรียล ไทยมาสซาส ซาวน่า หรืออิมพีเรียลสปา ตั้งอยู่ภายในหมู่บ้านอนุภาษมโนรม(ใกล้กับตลาดนัดเจ้าฟ้าวาไรตี้) เลขที่ 97/355 ม.4 ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต ว่า มีคนร้ายใช้อาวุธปืนและมีดบุกปล้นเงินเดือนพนักงานที่ร้านนวด จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และนำกำลังตำรวจเข้าตรวจสอบ 

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารชั้นเดียว ภายในร้านพบพนักงานซึ่งอยู่ในอาการตกใจรออยู่ สอบถามทราบว่า ก่อนเกิดเหตุพนักงานนวดซึ่งเตรียมตัวจะกลับบ้าน และบางส่วนกำลังรอรับเงินเดือนอยู่ที่เคาน์เตอร์ ระหว่างนั้นได้มีคนร้ายเป็นชาย 2 คน แต่งกายชุดลายพรางทหาร ใส่หมวกกันน็อคเต็มใบเดินเข้ามาในร้าน ระหว่างนั้นมีนางอึม มีคิม อายุ 43 ปี สัญชาติเกาหลี เจ้าของร้าน และพนักงานอีก 2 คน อยู่ที่บริเวณเคาน์เตอร์ 

โดยคนร้ายคนแรกได้เดินไปยังด้านขวาของเคาน์เตอร์และใช้อาวุธปืนจี้บังคับพนักงานไว้ ส่วนคนร้ายอีกคนเดินอ้อมไปด้านซ้ายใช้อาวุธมีดจี้บังคับเจ้าของร้านเอาไว้ พร้อมสั่งให้ส่งตะกร้าซึ่งภายในมีเงินเดือนของพนักงานนวดบรรจุไว้ในซองสีน้ำตาล ประมาณ 30 ซอง รวมเป็นเงินกว่า 460,000 บาทให้ ด้วยความกลัวว่าจะถูกคนร้ายทำร้าย ทางพนักงานของร้านจึงหยิบตะกร้าใส่ซองเงินเดือนส่งให้คนร้ายไป จากนั้นคนร้ายทั้งสองคนออกจากร้าน มาพบกับเพื่อนอีก 3 คน ที่จอดรถจักรยานยนต์ฮอนด้า คลิ๊ก ไม่ทราบเลขทะเบียน 2 คัน รออยู่บริเวณหน้าร้าน ก่อนจะพากันหลบหนีไป

จากการสอบถามนางอึม มีคิม เจ้าของร้าน บอกว่า เป็นประจำทุกวันที่ 5 ของเดือนจะต้องจ่ายเงินเดือนให้กับพนักงานหลังเลิกงาน ก่อนเกิดเหตุได้เตรียมเงินใส่ซองไว้ให้พนักงานแต่ละคน โดยนำเงินทั้งหมดใส่ไว้ในตะกร้า และนำมาไว้กับแคชเชียร์เพื่อจ่ายให้กับพนักงาน ในระหว่างที่รอพนักงานมารับเงินเดือน ได้มีคนร้ายเป็นชาย 2 คน เดินเข้ามาในร้าน และตรงมายังเคาน์เตอร์บริเวณที่ตนและแคชเชียร์ยืนอยู่ โดย 1 ใน 2 คนร้าย ได้ใช้มีดจี้บริเวณคอของตน ในขณะที่คนร้ายอีกคนใช้ปืนจี้แคชเชียร์ไว้ และบอกว่าให้ส่งตะกร้าใส่เงินมา หลังจากได้แล้วก็รีบวิ่งออกไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่เพื่อนจอดรออยู่หน้าร้าน ขี่หลบหนีไป

อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในร้านได้บันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ทั้งหมด โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการตรวจสอบภาพวงจรปิดเพื่อหารูปพรรณสัณฐานของคนร้าย พร้อมสอบปากคำเจ้าของร้าน แคชเชียร์ และพนักงานที่เห็นเหตุการณ์ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานในการติดตามหาคนร้ายที่ก่อเหตุมาลงโทษต่อไป เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่สันนิฐานว่า อาจจะเป็นคนที่รู้ช่องทางและรู้รายละเอียดภายในเป็นอย่างดี โดยเฉพาะช่วงเวลาของการจ่ายเงินเดือน จึงสามารถลงมือได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้วางแผนติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป