รัฐประกาศค้ามนุษย์เป็นวาระแห่งชาติ ชี้ต้นตอปัญหาอยู่ที่ขรก.หลายคนพัวพันแต่ยังไม่ถูกจัดการ “ประยุทธ์” ลั่นลงโทษวินัยไม่พอต้องฟันอาญา-ไล่ออก
วานนี้ (3 เม.ย.) ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายและการประกาศวาระแห่งชาติ เรื่อง “การป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์”
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทุกฝ่ายคงทราบดีว่าผลการปฏิบัติที่ผ่านมานั้นอาจจะมีประสิทธิภาพไม่เท่าที่ควร ไม่สามารถสร้างการยอมรับจากต่างประเทศได้ และอาจทำให้เสียหายทางด้านเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต ในเรื่องของการค้าขายลงทุน
“เรื่องการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ทุกคนต้องเร่งทำหน้าที่ในส่วนของตนอย่างจริงจัง ช่วยกันแก้ปัญหานี้ให้หมดสิ้นจากผืนแผ่นดินไทย ฉะนั้นใครที่ยังคิดการเอารัดเอาเปรียบ ผลประโยชน์โดยมิชอบ ไม่ว่าจะรูปแบบใดก็ตาม โดยเฉพาเจ้าหน้าที่ภาครัฐที่มีส่วนสำคัญในการเข้าไปพัวพันกับกระบวนการค้ามนุษย์ หรือเพิกเฉยไม่ทำหน้าที่หรือไม่บูรณาการ วันนี้ต้องทำพร้อมๆ กันเพื่อไปสู่เป้าหมายที่เรากำหนดไป ถ้าใครที่ยังขัดขืนไม่ปฏิบัติจะถือว่าไม่มีที่ยืนในสังคมอีกต่อไป” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า ปัญหาค้ามนุษย์นั้นรวมไปถึงการค้าประเวณี ขอทาน การใช้แรงงานเด็ก แรงงานบังคับในภาคต่างๆ เช่น ประมง เป็นปัญหาที่สะสมมายาวนานประเทศเราถูกมองว่าเป็นประเทศต้นทาง ทางผ่าน ปลายทางของการค้ามนุษย์มานาน หลายประเทศจับตามองเรามาหลายสิบปี เพราะคิดว่าเรายังพยายามไม่พอ
ชี้เจ้าหน้าที่รัฐหลายคนลอยนวล
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เมื่อความพยายามไม่พอ ยังไม่ทำเป็นระบบ ยังไม่มีการลงโทษเจ้าหน้าที่ภาครัฐหลายคน ที่ต้องยอมรับว่าเจ้าหน้าที่มีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการการทำผิดกฎหมายเหล่านี้ทั้งสิ้น
“ประเด็นการลงโทษ ที่ลงโทษทางวินัยกับเจ้าหน้าที่เท่านั้นไม่เพียงพอ ต้องมีการลงโทษทางคดีอาญาด้วย ทั้งไล่ออก ปลดออกต้องมี ที่ผ่านมามีน้อยในระดับล่างๆ เราต้องหาหลักฐานที่มาดำเนินคดีอาญาให้ได้ หากทุกคนให้ปัญหาข้าราชการในพื้นที่ใช้อำนาจในทางที่ผิด และปัญหาผู้มีอิทธิพล ยังอยู่ก็จะเกิดปัญหาการเอาเปรียบเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน มันก็ไม่มีวันขจัดหมดสิ้นไป ได้แต่รอเวลาเป็นไฟสุมขอนไปเรื่อยๆ วันหน้าก็เกิดอีก” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวจี้จัดการโสเภณีตลาดไทในเม.ย.
“อย่างที่ตลาดไท คาดโทษไปนานแล้วถ้ายังมีโสเภณี มีขอทาน ตรงแถวนั้นเขตปทุมธานีทั้งหมดไปดู ให้เวลาไม่เกินเดือนเม.ย.นี้การที่สั่งแบบนี้ นี่คือการใช้อำนาจในทางที่ถูกต้องสร้างสรรค์ ทุกท่านทราบดีอยู่แล้วไม่ว่าจะอยู่ที่ใด ปัญหาเหล่านี้แทรกซึมอยู่กับสังคมไทยมาตลอด ยาวนาน ซึ่งประเทศไทยมีปัญหาเยอะเลยดูเสียหาย” พล.อ.ประยุทธ์
พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า วันนี้มีขอทาน ขนาดที่ว่าลักพาตัวเด็กมาตัดแขน ตัดนิ้ว คนพวกนี้ไม่ใช่มนุษย์ เรื่องนี้ไม่ควรเกิดด้วยซ้ำ พวกนี้ต้องจับมาลงโทษตามกฎหมายให้ได้
นอกจากนี้แรงงานเด็กยังพันไปถึงเรื่องอื่นทั้งสิทธิมนุษยชนต่างๆ ผู้หญิงก็ต้องให้คุณค่าความเป็นสตรี ความเป็นแม่ แล้วอย่ามาพูดอีกว่าจับมาแล้วเขาบอกว่าสมัครใจ เรื่องเหล่านี้ผิดกฎหมายทั้งสิ้น
พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ต่อไปเราต้องไม่มีข้ออ้างใดๆ ทั้งสิ้นทุกหน่วยงานต้องทำงานอย่างเป็นระบบแท้จริง แก้ไขหาต้นตอสาเหตุ หรือการที่มีแรงงานบังคับไปทำงานต่างประเทศไปทิ้งที่โน่น ซึ่งมีรายงานว่าติดค้างประเทศเพื่อนบ้านอีกเป็นร้อย เราจะเอากลับมา ซึ่งคือสิ่งที่เราทำอยู่ สื่อก็อย่ากังวล เราต้องหาปัญหาแล้วทำทุกงาน ช้าบ้างเร็วบ้าง แต่รัฐบาลนี้เอากลับมาได้ทั้งหมดทั้งที่โซมาเลีย อินโดนิเซีย มีที่ไหนที่เอามาไม่ได้ มีแต่พวกหนีคดีที่จะเอากลับมาให้ได้
คุมเข้มสถานบันเทิงเปิดเกินเวลา
นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องสถานบริการที่เปิดเกินเวลา ปิดตี 2 ก็ต้องตี 2 ไม่ใช่ปิดไม่ตรงแล้วมาโวย ตำรวจอย่าปล่อยให้สถานบันเทิงเปิดเกินเวลา ถ้ามีเรื่องจะปิดตั้งแต่เช้าเลย ทั้งค้าประเวณี แรงงาน ปิดหมด แล้วจะมาอ้างการท่องเที่ยวไม่ได้ รวมถึงจะปล่อยให้ออกมาเรียกลูกค้าหน้าร้านไม่ได้ และต้องกวดขันสื่อลามกด้วย” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
ดึงผู้ว่าฯ-ตร.แก้ปัญหาพื้นที่
ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวภายหลังการมอบนโยบายและประกาศเรื่องการปราบปรามการค้ามนุษย์เป็นวาระแห่งชาติ ว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บังคับการตำรวจจะต้องทราบเป็นอย่างดี เพราะดูแลทุกข์สุขประชาชนในแต่ละจังหวัด ดังนั้นทุกคนต้องพูดคุยกันเพราะปัจจุบันปัญหาเกิดจากเจ้าหน้าที่ รวมถึงเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองตามตำบลและอำเภอต่างๆ ดังนั้น ผู้ใหญ่ต้องไปอธิบายให้ผู้น้อยทราบถึงปัญหาและเหตุผล ขอฝากผู้ว่าฯ ช่วยแก้ปัญหาทั้งการค้ามนุษย์และการปราบปราบยาเสพติด
พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ส่วนปัญหาแรงงานผิดกฎหมายก็กำลังดำเนินการแก้ไข โดยเฉพาะปัญหาแรงงานประมงตกค้างอยู่ที่ประเทศอินโดนีเซีย รัฐบาลได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปรับกลับมาแล้ว แต่ยังมีแรงงานต่างด้าวปะปนอยู่จำนวนมาก ขณะนี้กระทรวงเกษตรฯ ได้จัดทำศูนย์วันสต็อปเซอร์วิส คัดกรองแรงงาน ก่อนออกน่านน้ำทำการประมง
ส่วนกระทรวงแรงงานประสานกับตำรวจน้ำและทหารเรือจัดเรือเจ้าหน้าที่ออกตรวจการณ์ ทั้งนี้ สิ่งสำคัญคือขั้นตอนบนบก แต่ละพื้นที่ตามชายแดนจะต้องช่วยกันเพื่อทำแรงงานให้ถูกกฎหมาย
“เรื่องแรงงานและสิ่งผิดกฎหมายผู้ว่าฯและตำรวจจะต้องเป็นหลักต้องคุยกันให้รู้เรื่องและสื่อสารไปถึงผู้ประกอบการให้ได้ ทุกวันนี้เวลามีปัญหาคนที่เป็นเหยื่อติดคุกคือแรงงาน แต่ไม่ถึงระดับของเจ้าหน้าที่ แรงงานจึงต้องการความเป็นธรรมเจ้าหน้าที่จึงต้องสร้างความเป็นธรรมให้เขาเห็น” พล.อ.ประวิตร กล่าว
เขากล่าวด้วยว่า ผู้ว่าฯต้องเป็นเจ้าภาพเชิญทุกหน่วยมาพูดคุยและกำหนดนโยบายให้ชัดเจนขึ้น ส่วนทหารเขาพร้อมที่จะร่วมปฏิบัติงาน
มท.1เชื่อแก้2ปมคุมปัญหาได้หมด
ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ปัญหาการค้ามนุษย์มี 4 ส่วนคือแรงงาน ขอทาน โสเภณี ผู้อพยพย้ายถิ่นฐาน ซึ่งเราพยายามจัดการเรื่องการลงทะเบียนให้ถูกต้อง เพราะหากแรงงานในอุตสาหกรรม แรงงานที่ลงเรือถูกต้อง ขณะที่การปราบปรามก็ใช้การข่าวมาช่วย หากเราแก้ทั้งสองส่วนก็จะควบคุมปัญหาได้ทั้งหมด
ส่วนการรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ สรุปว่า รัฐบาลมีนโยบาย กฎหมาย หน่วยงานรับผิดชอบอย่างครบถ้วน รวมทั้งมาตรการดูแลเหยื่อ แต่ที่เขามองคือทำไมยังมีเรื่องการค้ามนุษย์ในประเทศไทย เพราะแรงงานที่มาจากต่างประเทศ เมื่อผ่านด่านเข้ามาพักในประเทศไทยหรือข้ามต่อไปประเทศอื่น เขาก็ถามจากเหยื่อและได้รับคำตอบว่าอยู่ได้เพราะมีการจ่ายเงินเจ้าหน้าที่ที่พาเข้ามาในประเทศนี่คือจุดใหญ่ที่เขามอง
“ต้องฝากผู้ว่าฯ ให้ช่วยดู เพราะเมื่อต่างประเทศเขาถามจากเหยื่อก็ทำให้เชื่อไปว่าหากเจ้าหน้าที่ทำเองไม่มีทางที่เหยื่อจะไปพึ่งใครเพราะกระบวนการทั้งหมดไปจบที่เจ้าหน้าที่ทำ” พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว





