วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'เอนก'เผยทำโรดแม็พปรองดองเสร็จแต่เปิดเผยไม่ได้

ทีมยกร่างรธน.​ย้ำร่างรธน.ใหม่ เพิ่มอำนาจให้พลเมือง มีส่วนร่วมทุกกระบวนการพัฒนาประเทศ ด้าน “เอนก” เผยทำโร้ดแม็พปรองดองเสร็จแล้ว แต่เปิดเผยไม่

โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ จังหวัดเชียงใหม่ คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ , คณะอนุ กมธ.การมีส่วนร่วมและรับฟังความเห็นของประชาชน ในกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ร่วมกับสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) สถาบันพระปกเกล้า และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน จัดเวทีสัมมนา เรื่อง"การเผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อร่างรัฐธรรมนูญ"

ทั้งนี้งานสัมมนาดังกล่าวได้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-4 เม.ย. สำหรับวันแรกของการจัดงานได้เน้นการให้ความรู้เกี่ยวกับภาพรวมของร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์​ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวในหัวข้อการสร้างความปรองดอง ตอนหนึ่งว่า ช่วงที่ผ่านมามีนักการเมืองให้ความเห็นท้วงติงต่อการเขียนร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งตนขอชี้แจงว่าการยกร่างรัฐธรรมนูญนั้นเขียนเพื่อประชาชน ไม่ใช่เพื่อนักการเมือง ดังนั้นจึงให้สิทธิกลุ่มการเมือง ที่มีนโยบายส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง และมีโอกาสเข้าทำงานการเมืองในสภา เช่น พรรคจักรยาน หากส่งผู้สมัครเลือกตั้งและได้คะแนนนิยมในส.ส.บัญชีรายชื่อเพียง 1 เปอร์เซ็นต์ จะได้ ส.ส.ทันที 4.5 คน แม้จะไม่ได้ส.ส.แบบแบ่งเขตเลยแม้แต่คนเดียว แต่การทำงานการเมืองภาคประชาชน  ขออย่าทำอัปรีย์เหมือนกับการเมืองของนักการเมืองที่ผ่านมา   

สำำหรับแนวทางการสร้างความปรองดองนั้นตามที่ตนเดินสายพูดคุยนั้น ขณะนี้ได้โร้ดแม็พสู่ความปรองดอง เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งได้แล้ว แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดขณะนี้ อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคมไม่ใช่เกิดจากวัฒนธรรม หรือความคิด เพราะมีกรณีที่ถูกทำให้เกิดขึ้น ดังนั้นในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่กำหนดให้รัฐบาลที่จะเข้ามาบริหารประเทศเป็นรัฐบาลผสม โดยให้พรรคการเมืองคู่ขัดแย้งร่วมบริหารและทำหน้าที่ร่วมกัน ดังนั้นเมื่อร่างรัฐธรรมนูญบังคับให้ดำเนินการดังกล่าวแล้วความขัดแย้งจะลดลงได้

ด้านนายจรัส สุวรรณมาลา กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวในหัวข้อการกระจายอำนาจ ว่า ร่างรัฐธรรมนูญได้บัญญัติแนวทางแก้ปัญหาการกระจายอำนาจไว้ หลายประเด็นทั้งนี้เป็นไปตามข้อเสนอของภาคประชาชนในพื้นที่ อาทิ การให้อำนาจท้องถิ่นในการบริหาร โดยไม่ต้องรอคำสั่งหรือนโยบายจากราชการส่วนกลาง และลดข้อร้องเรียนที่พบว่าเมื่อท้องถิ่นดำเนินการบริหารใดมักถูกหน่วยงานตรวจสอบยุติให้เลิกดำเนินการ, มีกลไกเพิ่มมาตรฐานการบริหารท้องถิ่นขนาดเล็กที่มีปัญหาเรื่องการบริหารหรืองบประมาณคือ ต้องยุบท้องถิ่นขนาดเล็กเข้าด้วยกันเพื่อให้มีศักยภาพในการบริหาร งบประมาณ, ขณะที่การตรวจสอบการบริหารขององค์กรท้องถิ่นกำหนดให้มีสมัชชาพลเมืองระดับท้องถิ่น ในพื้นที่ที่มีความพร้อมเพื่อร่วมบริหารหรือตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหารท้องถิ่นร่วมกับสภาตรวจสอบภาคประชาชน

ด้านพล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ที่ปรึกษาและโฆษก กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวในหัวข้อสถาบันการเมือง ว่า ร่างรัฐธรรมนูญได้ออกแบบให้นักการเมืองมีธรรมาภิบาล เป็นนักบริหารที่มองประเทศมากกว่าประโยชน์ส่วนตัวเป็นหลัก โดยรูปแบบของสภานิติบัญญัติ ยังยึดระบบ2สภาเป็นหลัก คือ 1.สภาผู้แทนราษฎร ทั้งนี้ในส่วนการเลือกตั้ง ส.ส. ร่างรัฐธรรมนูญได้เปิดโอกาสให้กลุ่มการเมืองเข้าร่วมส่งผู้สมัครรับเลือกด้วย เช่น กลุ่มเชียงใหม่ก้าวหน้าอยากส่งผู้สมัคร สามารถจดจัดตั้งกลุ่มแแล้วส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งได้ อย่างไรก็ตามตนยืนยันว่าการเปิดโอกาสให้กลุ่มการเมืองเข้าร่วมดังกล่าวและเปลี่ยนรูปแบบเลือกตั้งเป็นแบบสัดส่วนผสมจะไม่ได้ลดความนิยม หรือขนาดของพรรคการเมืองแต่อย่างใด  และ2.วุฒิสภา ที่ล่าสุดได้ปรับให้มีส.ว.จากการเลือกตั้ง77จังหวัดๆ ละ 1 คน รวมเป็น 77จังหวัด โดยก่อนจะมีการเลือกตั้ง ส.ว. จะมีกรรมการกลั่นกรองคุณสมบัติ และประเภทของผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ว. ใน 10 ประเภท นอกจากนั้นยังมีส.ว.ที่มาจากการสรรหา และการเลือกกันเองในกลุ่มของผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญ และ อาชีพต่างๆ จำนวน 123 คน

ขณะที่นายบรรเจิด สิงคะเนติ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวในหัวข้อนิติธรรม ศาล และองค์กรตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะให้ความสุขกับประชาชน เพราะสามารถกำหนดความเป็นมาเป็นไปของตนเอง รวมถึงมีตัวแทนของประชาชนในสภาผู้แทนราษฎร,​วุฒิสภา และความเป็นธรรม คือ สร้างกระบวนการยุติธรรมเปิดเผย มีเหตุผล โปร่งใส อิสระ และตรวจสอบได้, กระบวนการทางศาลต้องมีกรอบระยะเวลาดำเนินการ และกรอบระยะเวลาพิจารณา ไต่สวนคดี ให้ชัดเจนเพื่อให้ประชาชนคาดหมายว่าในคดีหนึ่งจะใช้เวลากี่ปีที่จะทราบผล และกระบวนการทางศาลไม่มีความล่าช้าเหมือนในอดีต, ไม่ให้อำนาจศาลไปดำเนินการสรรหากรรมการในองค์กรอิสระ หรือ วุฒิสภา รวมถึงยกเลิกการเข้าไปดำรงตำแหน่งในกรรมการบริหาร หรือ บอร์ด เพื่อให้ตุลาการ หรือผู้พิพากษาทำหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรมอำนวยความยุติธรรมให้ประชาชนอย่างแท้จริง รวมถึงมีกระบวนการตรวจสอบในองค์กรศาลด้วย และในประเด็นการสู้คดีของประชาชนต้องให้ความเป็นธรรม จึงจำเป็นต้องแก้ไขกฎหมาย เพื่อให้มีกองทุนยุติธรรมในการอำนวยความยุติธรรมให้ประชาชน รวมถึงกฎหมายกระบวนการยุติธรรมทางเลือกของประชาชน

ด้านน.ส.สมสุข บุญญะบัญชา กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวในหัวข้อพลเมือง ว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ถือเป็นเครื่องมือสำคัญของประชาชน ในการเข้าไปมีส่วนร่วมต่อการเปลี่ยนแปลงประเทศ​ทั้งด้านเข้าไปถ่วงดุลการบริหาร รับผิดชอบในการพัฒนา ร่วมคิดและสร้างประเทศ อย่างไรก็ตามยอมรับว่าปัจจุบันสื่อมวลชนมักจะฟังเสียงของผู้มีอำนาจเพียงฝ่ายเดียว ดังนั้นขอให้ภาคพลเมืองต้องส่งเสียงและสะท้อนความต้องการของตนเองว่าต้องการอะไร เพื่อให้ร่างรัฐธรรมนูญเป็นของประชาชนอย่างแท้จริ​ง ทั้งนี้ร่างรัฐธรรมนูญได้ให้ความสำคัญกับพลเมือง โดยเฉพาะการมีอำนาจตรง เช่น การมีส่วนร่วมการจัดสรรงบประมาณในองค์กรท้องถิ่น, เข้าชื่อเพื่อถอดถอนนักการเมือง นอกจากนั้นยังกำหนดให้มีสมัชชาพลเมือง เพื่อเป็นเวทีทางการของชาวบ้าน ของประชาชนในพื้นที่และสร้างความน่าเชื่อถือต่อหน่วยงานต่างๆ ส่วนตัวเชื่อว่าในประเด็นของพลเมืองในร่างรัฐธรรมนูญใหม่จะสร้างให้ประชาชนมีความเท่าเทียม​

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงท้ายของการนำเสนอประเด็นร่างรัฐธรรมนูญ มีประชาชนผู้เข้าร่วมเวทีซักถามถึงความชัดเจนของคำนิยามคำว่าพลเมือง ว่าจะครอบคลุมถึงกลุ่มชนกลุ่มน้อยที่อยู่ระหว่างการพิสูจน์สัญชาติ อีกกว่า3 เสนคนจะได้รับการคุ้มครองสิทธิตามรัฐธรรมนูญใหม่หรือไม่ โดยนพ.ชูชัย ศุภวงศ์ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ​ยืนยันว่าแม้ชนกลุ่มน้อยจะไม่มีสัญาชาติ แต่หากบุคคลนั้นอยู่ในประเทศไทยจะได้รับการคุ้มครองสิทธิเท่ากับประชาชนที่มีสัญชาติ ทั้งนี้มีผู้ขอให้เปลี่ยนคำว่า “พลเมือง” ในร่างรัฐธรรมนูญ เป็นคำว่า ประชาชน เพื่อให้เป็นไปตามหลักการของกฎหมาย และมีผู้ให้ข้อมูลด้วยว่าเห็นด้วยกับการปรับการเลือกตั้ง ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง ตรวจสอบและปราบปรามการซื้อสิทธิขายเสียงในพื้นที่ต่างๆ หากทำได้จะเกิดผลดี แต่ขณะนี้ทราบว่ามีผู้พูดว่าจะจ่ายเงินซื้อเสียงหัวละ 3,000-10,000บาท อยู่ แม้จะมีกติกาที่ดีอย่างไรก็ตาม