วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ประยุทธ์'ลั่นปิดทุกที่ผิดกม.'ค้า่มนุษย์'

"ประยุทธ์"มอบนโยบายการป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ กำชับทุกฝ่ายทำหน้าที่ตัวเองอย่างจริงจัง ลั่นพร้อมปิดทุกที่ที่ผิดกฎหมาย

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายและการประกาศวาระแห่งชาติ เรื่อง “การป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์” โดยมีคณะรัฐมนตรี และหัวหน้าส่วนราชการเข้าร่วม

โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ เป็นเรื่องสำคัญที่ประเทศชาติมีอันตรายหลายอย่างจากทั้งในและนอกประเทศ ขอให้มองในมิติด้านอื่นๆด้วย ไม่ใช่การควบคุมอำนาจอย่างเดียว ถ้ามันดีอยู่แล้วคงไม่ต้องทำ วันนี้ต้องสร้างความเข้าใจกับทั้งในและต่างประเทศให้ได้ด้วยความร่วมมือของคนไทยทุกคนที่ ทั้งนี้ทุกฝ่ายคงทราบดีว่าผลการปฏิบัติที่ผ่านมานั้นอาจจะมีประสิทธิภาพไม่เท่าที่ควร ไม่สามารถสร้างการยอมรับจากต่างประเทศได้ และอาจทำให้เสียผลทางด้านเศรษฐกิจ ของประเทศในอนาคตในเรื่องของการค้าขายลงทุน

"ฉะนั้นสิ่งที่เรามาทำวันนี้ ต้องทำให้มันดีกว่าเดิมโดยตนยอมรับความผิดพลาดทั้งหมด ไม่ว่าจะเรื่องอะไรตนขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว ฉะนั้นต้องช่วยตนทำงานให้คุ้มกับที่เสี่ยงในวันนี้ด้วย"

พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ขอบคุณพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่เป็นเจ้าภาพหลักในการจัดทำยุทธศาสตร์เป้าหมายและแนวทางต่างๆให้จนเป็นที่มาของการที่รัฐบาลไทยประกาศให้การค้ามนุษย์เป็นวาระแห่งชาติ เราไม่ใช่ประเทศมหาอำนาจเราไม่สามารถที่จะกำหนดกติกาของตัวเองได้มากนักในขณะนี้ โดยเรื่องเกียรติภูมิในประเทศเป็นเรื่องของเรา แต่เรื่องของต่างชาติเราจำเป็นต้องยอมรับพันธะสัญญาต่างๆที่มีไว้ วันนี้นอกจากเรื่องพันธะสัญญาแล้วยังมีเรื่องของการค้า การแข่งขัน การเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ อีกมากมาย ท่านปฏิเสธเขาไม่ได้ ฉะนั้นเราจำเป็นต้องยอมรับในความผิดพลาดที่ผ่านมา ถ้าใครยังไม่ยอมรับ ตนถือว่าไม่เข้าใจ ถ้ามันดีอยู่แล้วมันไม่มีเรื่อง และทุกอย่างไม่สามารถแก้ไขได้ในระยะเวลาอันสั้น อย่างที่หลายคนกล่าวอ้างว่ารัฐบาลเข้ามาจะ 1ปีแล้วทำไมแก้ไม่ได้ ตนถามว่าปัญหานั้นอยู่ที่ไหน เกิดเมื่อไหร่ แล้วทำไมไม่แก้ต้องไปถามตัวเองด้วย ซึ่งเป็นเรื่องของรัฐบาลทุกรัฐบาล ที่ต้องให้ความสำคัญในเรื่องนี้ทุกเรื่อง

"เรื่องการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ทุกคนต้องเร่งทำหน้าที่ในส่วนของตนอย่างจริงจัง ช่วยกันแก้ปัญหานี้ให้หมดสิ้นจากผืนแผ่นดินไทย ฉะนั้นใครที่ยังติดการเอารัดเอาเปรียบ ผลประโยชน์โดยมิชอบ ไม่ว่าจะรูปแบบใดก็ตาม โดยเฉพาเจ้าหน้าที่ภาครัฐที่มีส่วนสำคัญในการเข้าไปพัวพันกับกระบวนการค้ามนุษย์ หรือเพิกเฉยไม่ทำหน้าที่หรือไม่บูรณาการวันนี้ต้องทำพร้อมๆกันเพื่อไปสู่เป้าหมายที่เรากำหนดไป ถ้าใครที่ยังขัดขืนไม่ปฏิบัติตนจะถือว่าไม่มีที่ยืนในสังคมอีกต่อไป เพราะตนให้ความสำคัญในเรื่องนี้”

พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวว่า ปัญหาการค้ามนุษย์นั้นรวมไปถึงการค้าประเวณี ขอทาน การใช้แรงงานเด็ก แรงงานบังคับในภาคต่างๆ เช่นประมง เป็นปัญหาที่สะสมมายาวนานประเทศเราถูกมองว่าเป็นประเทศต้นทาง ทางผ่าน ปลายทางของการค้ามนุษย์มานาน หลายประเทศจับตามองเรามาหลายสิบปีแล้ว เพราะคิดว่าเรายังพยายามไม่พอ เราอาจจะพยายามหรือทำอยู่แล้วแต่ไม่พอ จากการที่ตนดูย้อนหลังแล้วหลายปีที่ผ่านมาไม่พอจริงๆ แค่การรายงานการออกมาพูดไม่ได้ มันไม่ได้รับการยอมรับจากต่างประเทศทั้งสิ้น ใครพูดอะไรตนไม่อยากจะฟัง ว่าแก้แล้วดีแล้ว รัฐบาลนี้มาสร้างปัญหา แก้ปัญหาไม่ได้ อย่ามาพูดอย่างนี้กับตน ฉะนั้นเมื่อความพยายามไม่พอ เรายังไม่ทำเป็นระบบ ยังไม่มีการลงโทษเจ้าหน้าที่ภาครัฐหลายคน ที่ต้องยอมรับว่าเจ้าหน้าที่มีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการการทำผิดกฎหมายเหล่านี้ทั้งสิ้น รวมถึงข้าราชการที่ต้องรับผิดชอบและประชาชนที่ต้องเฝ้าระวังด้วย ไม่ใช่แสวงประโยชน์ร่วมกัน

ประเด็นการลงโทษ ที่ลงโทษทางวินัยกับเจ้าหน้าที่เท่านั้นไม่เพียงพอ ต้องมีการลงโทษทางคดีอาญาด้วย ทั้งไล่ออก ปลดออกต้องมี ที่ผ่านมามีน้อยในระดับล่างๆ เราต้องหาหลักฐานที่มาดำเนินคดีอาญาให้ได้ หากทุกคนให้ปัญหาข้าราชการในพื้นที่ใช้อำนาจในทางที่ผิด และปัญหาผู้มีอิทธิพล ยังอยู่ก็จะเกิดปัญหาการเอาเปรียบเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน มันก็ไม่มีวันขจัดหมดสิ้นไป ได้แต่รอเวลาเป็นไฟสุมขอนไปเรื่อยๆ แล้วจะทำอย่างไร วันหน้าก็เกิดอีก วันนี้เราต้องใช้วิกฤตที่มีอยู่ให้เป็นโอกาส มองผลประโยชน์ประเทศเป็นหลัก ลูกน้องต้องดูผู้บังคับบัญชาด้วยว่าทำถูกหรือไม่ ทุกระดับต้องมีธรรมาภิบาล

วันนี้ลูกหลานของเรามีทัศนะคติในทางที่น่าเป็นห่วง

 "หลายคนคิดว่าการค้าประเวณีเป็นเรื่องธรรมชาติ เป็นเรื่องของเผ่าพันธุ์มนุษย์แต่โบราณกาล บางประเทศก็มี แต่มันต้องไปดูว่าปัญหาของประเทศอยู่ที่ไหน ความเหลื่อมล้ำ ความยากจน พ่อแม่ต้องขายลูกมาหรือลูกต้องไปสมัครใจหาเงินมาเลี้ยงพ่อแม่ เพราะเขาเหลือแต่ตัวกับชีวิต แล้วเราจะไปสูบเลือดสูบเนื้อเขาได้อย่างไร ตนฝากไว้ด้วยให้ดูแลคนทุกคนแก้ปัญหาให้เขา ถ้าเขามีรายได้ที่ดี เรากำลังทำทุกอย่างเพื่อป้องกันการไปขายตัวเป็นโสเภณีไปขายในสิ่งที่มันผิดๆทั้งหมด ถ้าเราทำได้มันจะไม่เกิดขึ้น ซึ่งอยู่ที่ระบบฉะนั้นการแก้ปัญหาค้ามนุษย์นั้น เป็นส่วนที่ต้องทำให้เข้ากับระบบเศรษฐกิจ การดูแลประชาชน การปรับระบบการศึกษา อาชีพ รายได้ ซึ่งมันพันกันไปหมด อย่าไปคิดว่าส่วนใหญ่เป็นคนต่างจังหวัด ประเทศเพื่อนบ้านเข้ามา หาเงินในประเทศไทยแล้วกลับไป เจ้าหน้าที่ก็ปล่อยปละละเลย อย่าปฏิเสธว่าไม่มี มันต้องมี อย่างที่ตลาดไท ตนคาดโทษไปนานแล้วถ้ายังมีโสเภณี มีขอทาน ตรงแถวนั้นเขตปทุมธานีทั้งหมดไปดู ตนให้เวลาไม่เกินเดือนเม.ย.นี้การที่ตนสั่งแบบนี้ตนไปละเมิดสิทธิมนุษยชนใครที่ไหนไปหามา นี่คือการใช้อำนาจในทางที่ถูกต้องสร้างสรรค์ ทุกท่านทราบดีอยู่แล้วไม่ว่าจะอยู่ที่ใด ปัญหาเหล่านี้แทรกซึมอยู่กับสังคมไทยมาตลอด ยาวนาน ซึ่งประเทศไทยมีปัญหาเยอะเลยดูเสียหาย ตนถามว่าประเทศอื่นมีหรือไม่ก็อาจจะมีเหมือนเรา แต่สื่อเขาไม่กระจายออกมาเหมือนเรา ซึ่งต่างชาติรับรู้สิ่งเหล่านี้จากสื่อเราทีเขียนไปลง ฉะนั้นขอความร่วมมือกับสื่อทุกสื่อ ตนไม่ปิดกั้นตรงไหน แต่ถ้าพูดไม่ตรงมันทำให้ประเทศชาติเสียหายให้ไปคิดเอาเอง"

พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า วันนี้มีขอทาน ขนาดที่ว่าลักพาตัวเด็กมาตัดแขน ตัดนิ้ว คนพวกนี้ตนว่าใจร้าย มันไม่ใช่มนุษย์ เรื่องนี้ไม่ควรเกิดด้วยซ้ำ พวกนี้ต้องจับมาลงโทษตามกฎหมายให้ได้ นอกจากนี้แรงงานเด็กนั้นยังพันไปถึงเรื่องอื่นทั้งสิทธิมนุษยชนต่างๆ ผู้หญิงก็ต้องให้คุณค่าความเป็นสตรี ความเป็นแม่ แล้วอย่ามาพูดอีกว่าจับมาแล้วเขาบอกว่าสมัครใจ เขาไม่อยากหรอกแต่เขายากจน เรื่องเหล่านี้ผิดกฎหมายทั้งสิ้น และต้องเข้าใจว่ารัฐบาลนี้เอาจริงเอาจังในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ เพราะเป็นเรื่องพื้นฐานต้องมีจิตสำนึกในคุณธรรมจริยธรรมที่พึงมีพึงได้ การเคารพและคงไว้ซึ่งสิทธิมนุษยชน

"วันนี้เราถูกกล่าวหาว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน ส่วนของตน ตนรับผิดชอบ และยืนยันว่าายังไม่เคยละเมิดใครทั้งสิ้น มโนกันไปเองทั้งนั้น ถ้าไม่ทำความผิดจะกลัวอะไรกันนักหนา มีความผิดก็ตักเตือน พูดจา มีคนบอกว่าตนเอาสื่อมาประหารชีวิตพันสองร้อยคน มันบ้ารึเปล่า ข่าวต่างประเทศเอามาจากไหน ก็เอามาจากที่เขียนกันในนี้ ฉะนั้นต่อไปนี้ตนจะระมัดระวังตัวเองให้มากขึ้น จะพูดในเรื่องที่อยากจะพูด ถ้าอยากถามอะไรให้ไปถามโฆษก และผู้ปฏิบัติ การเคารพและคงไว้ซึ่งสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานนั้นสำคัญต้องทำความเข้าใจตรงนี้ ไม่ใช่ถูกปลูกฝังว่าต้องมีเงินเท่านั้นถึงจะอยู่ได้ วันนี้เรามีวิกฤตร่วมกัน สังคมเราถูกมองว่ามีความโอบอ้อมอารี ไปดูว่าใช่ไหม ตนพบกับหลายประเทศ เขาพูดถึงสิ่งที่ดีงาม ที่เป็นความน่าอยู่น่าเที่ยว ตนฟังแล้วอึดอัด เจ็บหัวใจเพราะรู้ว่าปัญหาอยู่ที่ไหนคืออะไร และเป็นจริงมากน้อยเพียงใด อดีตนั้นอาจจะใช่วันนี้เริ่มไม่ใช่ ซึ่งเรายังมีเวลาที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของทุกคน เพื่ออนาคต นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มองว่าเราโอบอ้อมอารี มีน้ำใจแต่ก็โดนเรื่องค่าโดยสาร ไม่รับผู้โดยสาร นี่หรือโอบอ้อมอารี จะแก้ยังไงให้ไปเขียนกฎหมายเพิ่มขึ้นแทกซี่ต้องใช้มิเตอร์ ห้ามต่อรองราคา อะไรกันนักหนา ไม่เข้าใจ จะเอากฎหมายอะไรกันนักหนา จะหาทุกกฎหมายที่ตัวเองได้ประโยชน์อย่างเดียว ที่เสียประโยชน์ไม่รับไม่แก้ไข แล้วประเทศชาติมันจะอยู่ยังไง"

พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า วันนี้ยกเลิกกฎอัยการศึกไปมาใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 44 ก็มาบอกว่าใช้กฎอัยการศึกดีกว่า มันอะไรกันนักหนา ไม่เข้าใจ มาตรา 44 มีอยู่ตั้งนานแล้ว ใช้มาตลอด ไปตกใจอะไรกับมันนักหนา เรื่องภาษีทำได้ไม่ได้ พอชะลอบอกก็มาว่าไม่กล้า ประเทศนี้มันอะไรกัน ประเทศไทยจะไปไหนกันได้วนกลับไปที่เก่าเหมือนเดิม ต้องแก้ไข

"ปัญหาการค้ามนุษย์นั้นไม่ควรเกิดขึ้นในประเทศนี้ ซึ่งเป็นไทยพุทธด้วย มีคนเห็นแก่ตัวมากมาย เจ้าหน้าที่ก็ร่วมด้วย เราต้องแก้ไขทั้งหมดมีการบังคับใช้แรงงานค้าทาส ในเรื่องประมง พอไปโดนจับต่างประเทศ ให้รัฐบาลนำตัวกลับมา ตนถามว่ามันผิดกฎหมายเขาหรือเปล่า ฉะนั้นสื่อต้องเข้าใจพูดในทางที่สร้างสรรค์บ้าง รัฐบาลกำลังแก้ปัญหา ยิ่งไปพูดมากเขาก็ไม่ให้กลับมาติดคุกไปเลย มีปัญหาคดียาเสพติด ค้ามนุษย์ ถึงกับอยู่ในขั้นประหารชีวิตด้วยซ้ำ กลับไม่มีใครพูด ประเทศไทยยังไม่ประหารใครสักคนพูดไปแล้วว่าพันกว่าคน พูดเลอะเทอะทั้งหมดเราจะดูแลปัญหาในทุกมิติทั้งการคุ้มครองเจ้าหน้าที่ วันนี้ต้องบูรณาการริเริ่มให้มีผลงานในทางปฏิบัติในทุกส่วน ไม่ใช่ตามหน้าที่ของใคร ต่างคนต่างเดินของตัวเองแล้วมันต่อกันได้หรือไม่ ทำอย่างไรเพื่อป้องกันไม่ให้เกิด สร้างความเข้าใจ ประเมินผล ดูแลเหยื่อ ดูแลเจ้าหน้าที่ สร้างความเข้าใจกับต่างประเทศว่าเราทำอะไรกันอยู่ ไม่ใช่พูดโครมๆทำแล้วๆ ทำหรือยัง จริงจังหรือยัง"

"ผมไม่อยากจะอารมณ์เสีย เขาบอกเขาทำแล้ว มาออกหนังสือพิมพ์ว่าทำแล้วๆ รัฐบาลนี้ไม่ได้ทำอะไร ไปจับผิดเขา ถ้าทำแล้วมันจะมีเรื่องเหรอ เขาเตือนมาเป็นสิบปีแล้ว"  

พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ต่อไปเราต้องไม่มีข้ออ้างใดๆทั้งสิ้นทุกหน่วยงานต้องทำงานอย่างเป็นระบบแท้จริง แก้ไขหาต้นตอสาเหตุ หรือการที่มีแรงงานบังคับไปทำงานต่างประเทศไปทิ้งที่โน่น ซึ่งมีรายงานว่าติดค้างประเทศเพื่อนบ้านอีกเป็นร้อย เราจะเอากลับมา ซึ่งคือสิ่งที่เราทำอยู่ สื่อก็อย่ากังวล เราต้องหาปัญหาแล้วทำทุกงาน ช้าบ้างเร็วบ้าง เร็วไม่พูดก่อนเดี๋ยววงแตก แต่รัฐบาลนี้เอากลับมาได้ทั้งหมดทั้งที่โซมาเลีย อินโดนิเซีย มีที่ไหนที่เอามาไม่ได้ มีแต่พวกหนีคดี ที่จะเอากลับมาให้ได้

"คสช.เข้ามาแก้ปัญหาทุกด้านทั้งทริป ไอยูยู เทียร์3 ถ้ามันไม่มีปัญหาจะเกิดไหม เขาเตือนมาตั้งนานแล้ว นอกจากนี้เรื่องสถานบริการที่เปิดเกินเวลา ปิดตี 2 ก็ีต้องตี2 ไม่ใช่ปิดไม่ตรงแล้วมาโวยกับตน ถ้าจะปิดตี2 ต้องคุยกันก่อน ตนเชื่อมั่นในตำรวจ ตั้งแต่ตนเข้ามามองตำรวจทุกคนเป็นผ้าสะอาดหมด ฉะนั้นอย่าให้มองเป็นผ้าสะอาด อย่าปล่อยให้สถานบันเทิงเปิดเกินเวลา ถ้ามีเรื่องจะปิดตั้งแต่เช้าเลย ทั้งค้าประเวณี แรงงาน ด้วยปิดหมดและจะมาอ้างการท่องเที่ยวไม่ได้ รวมถึงต้องจัดระเบียบใหม่จะปล่อยให้ออกมาเรียกลูกค้าหน้าร้านไม่ได้ ซึ่งในต่างประเทศก็มีการจัดระเบียบกัน รวมถึงต้องกวดขันสื่อลามกด้วย"

พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังเห็นว่าวิธีการทำคดีความเกี่ยวกับค้ามนุษย์นั้นจะต้องทำให้รวดเร็วขึ้นกระทรวงการต่างประเทศต้องชี้แจงทำความเข้าใจกับต่างชาติ รวมถึงการดูแลแรงงานไทยในต่างแดน แม้แต่ล่ามแปลก็อย่าปล่อยไปตามยถากรรม ซึ่งตนแม้พูดไม่เก่งแต่ก็พอฟังรู้เรื่องและสื่อสารกันได้ ยังดีกว่าบางคนไปประชุมกับต่างประเทศอยู่ตั้งนานแต่ยังไม่รู้เรื่อง รัฐมนตรีนั่นแหละที่ฟังไม่รู้เรื่อง พอเขาถามก็้ตอบไม่ได้เพราะไม่รู้ว่าถามอะไร และล่ามก็หวังดีอาสาแปลให้โดยให้รัฐมนตรีท่านนั้นพูดไทยไปเรื่อยเปื่อย แล้วนำมาแปลตามสิ่งที่ควรจะเป็น พร้อมทั้งถามย้ำไปยังเจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศว่าใช่หรือไม่