วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ยงยุทธ'นำทัพ 6 กระทรวงสังคม บูรณาการงานผู้สูงอายุ

"ยงยุทธ"นำทัพ 6 กระทรวงสังคม บูรณาการงานผู้สูงอายุ ด้าน กระทรวงวิทย์ฯ เสนอแอปฯ สุดเจ๋ง ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือผ่านสมาร์ทโฟนได้

ศ.ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายสังคม เป็นประธานแถลงข่าว “รัฐ-ราษฎร์ ร่วมใจห่วงใยดูแลผู้สูงอายุ” โดยมีรัฐมนตรีกระทรวงด้านสังคมและผู้แทนหน่วยงานทั้ง 6 หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทยกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกระทรวงแรงงาน โดยศ.ดร.ยงยุทธ กล่าวว่า ปัจจุบันผู้สูงอายุในประเทศไทยมีอัตราเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง คาดว่า ในปี 2578 หรืออีก 20 ปีข้างหน้าประชากรผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้นเป็น ร้อยละ 30 ของจำนวนประชากรทั้งหมด และอีก 10 ปีข้างหน้าก็จะก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ ดังนั้นรัฐบาลจึงจำเป็นต้องมีนโยบายสนับสนุนมาตรการรองรับผู้สูงอายุไทยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีศักยภาพต่อการร่วมพัฒนาสังคม โดยเริ่มจากชุมชนโดยตั้งเป้าให้เกิดพื้นที่บูรณาการนำร่องอย่างน้อย 155 ตำบล ใน 76 จังหวัดภายในปี 2558 จากนั้นจะขยายผลให้เกิดขึ้นทั่วประเทศต่อไป

ด้านพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า ขณะนี้มีจำนวนผู้สูงอายุถึง 8.9 ล้านและคาดว่าในปี 2570 จะมีผู้สูงอายุสูงถึง 16 ล้านคน ซึ่งถือเป็น 1 ใน 4 ของประเทศ จึงจำเป็นต้องร่วมกันหามาตรการรองรับ โดยในส่วน พม. มีการจัดทำแผนที่เน้นการสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนจำนวน 27,000 ชมชนที่ต้องส่งเสริมให้ดูแลตัวเองได้ การตั้งโรงเรียนผู้สูงอายุ การจัดตั้งศูนย์สุขภาพบุมชนกว่า 878 แห่ง และการฝึกอบรมอาสาสมัครจำนวน 8 หมื่นคนเพื่อดูแลในระดับพื้นที่ อย่างไรก็ตามในการแก้ไขปัญหาในอนาคตนายกรัฐมนตรีก็ได้เตรียมการรองรับในส่วนโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลง

ขณะที่นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า สธ.เน้นจัดบริการด้านสุขภาพ โดยเน้น 4 ด้าน ได้แก่ 1.ส่งเสริมสนับสนุนการบริการสุขภาพผู้สูงอายุโดยการตรวจคัดกรอง/บริการทันตกรรม โดยจะมีการให้บริการฟันเทียมในเบื้องต้น 2.5 แสนอัน 2. ประเมินและส่งต่อเพื่อดูแลอย่างบูรณาการเชื่อมโยงจากสถานพยาบาลสู่ชุมชนท้องถิ่น โดยเฉพาะผู้สูงอายุภาวะพึ่งพิงหรือติดเตียง โดยจัดอาสาสมัครเบื้องต้น 500 คน 3. การจัดทีมหมอครอบครัว (Family care team) ตั้งเป้าที่ 3 หมื่นทีมในปีนี้ ซึ่งขณะนี้มีอยู่แล้ว 1.5 หมื่นทีม และ การฝึกอบรมผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ (Care manager) และฝึกอบรมผู้ดูแลผู้สูงอายุ และ 4.การเตรียมความพร้อมเพื่อก้าวเข้าสู่วัยสูงอายุ อย่างแรงงานที่ต้องเตรียมให้มีสุขภาพที่ดีเพื่อเป็นผู้สูงอายุที่มีสุขภาพที่ดีต่อไป

ขณะที่ตัวแทนกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า ทางกระทรวงเน้นการพัฒนา วิจัยเพื่อผลิตเครื่องมือที่จะช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้สูงอายุ อาทิ เครื่องช่วยฟัง รวมทั้งการสร้างซอฟแวร์หรือแอปพริเคชั่น AMMA ที่จะช่วยค้นหาตำแหน่งผู้สูงอายุ โดยจะมีเครื่องมือที่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนและสามารถกดปุ่มเพื่อส่งสัญญาณเพื่อขอความช่วยเหลือผ่านทางแอปพลิเคชั่นอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีการวิจัยพัฒนาด้านอาหาร โดยจะผลิตอาหารสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเก๊าท์ โรคหลอดเลือด เป็นต้น ทั้งนี้ทางกระทรวงยังมีการเซตระบบฐานข้อมูลสารสนเทศที่จะช่วยในการเก็บข้อมูลต่างๆ และพัฒนาเครื่องมือที่จะช่วยวัดค่าความดันเลือด เบาหวานที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลเข้ากับฐานข้อมูลได้ทันที อย่างไรก็ตาม ขณะยังอยู่ระหว่างการพิจารณาและรอให้ภาคเอกชนที่สนใจมาซื้อเครื่องมือต่างๆ ต่อไป

ขณะที่ทางกระทรวงศึกษาธิการได้เตรียมเปิดจัดหลักสูตรการดูแลผู้สูงอายุทั้งระยะสั้นและระยะยาวให้ผู้ที่สนใจ รวมทั้งจัดกิจกรรมต่างๆ ให้ผู้สูงอายุ เช่น การให้มาเป็นครูร่วมสอนใน กศน.หรือเป็นผู้เรียนในส่วนของผู้สูงอายุที่ยังไม่สามารถอ่านออกเขียนได้