'ยิ่งลักษณ์' ยิ่งขยับกาย 'คนใกล้ชิด-ทิดเพชร' โดนหางเลข?

'ยิ่งลักษณ์' ยิ่งขยับกาย 'คนใกล้ชิด-ทิดเพชร' โดนหางเลข?

(รายงาน) "ยิ่งลักษณ์" ยิ่งขยับกาย "คนใกล้ชิด-ทิดเพชร" โดนหางเลข?

ปล่อยข่าวว่าจะเดินทางไปภาคอีสาน แต่สุดท้าย ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็แวะไปที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อแนะนำหนังสือ “คิดอย่าง ยิ่งลักษณ์” และ “สมุดภาพยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” เป็นบันทึกเรื่องราวชีวิตและการทำงานตลอด 2 ปี 9 เดือน กับอีก 2 วัน ของการเป็นนายกรัฐมนตรี


หนังสือสองเล่มนี้ มีการประชาสัมพันธ์ผ่านทีวีจอแดง “ทะเว็นตี้โฟร์ทีวี” และ “พีซทีวี” พร้อมสื่อโซเชียลในเครือข่ายเสื้อแดงอย่างครึกโครม


โดยอดีตนายกฯ ให้สัมภาษณ์กับสื่อเพียงสั้นๆว่า “น่าเสียดาย” อันหมายถึงเธอ เสียดายที่ไม่ได้อยู่ในช่วงรอยต่อของการพัฒนาโครงการต่างๆ และเสียดายที่ไม่ได้สานต่อสิ่งที่ทำไว้


ยิ่งลักษณ์ย้ำว่า การเป็นนายกรัฐมนตรีหรือนักการเมืองนั้นอยู่ในสายเลือดของตน


การขยับกายขยับหมากของยิ่งลักษณ์ ไม่ได้เพิ่งเริ่มต้นเมื่อวานนี้ (1 เมษายน) หากแต่อดีตนายกฯหญิงได้ไปร่วมกิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง นับแต่ศาลฎีกาฯ ประทับรับฟ้องคดีจำนำข้าว


รวมถึงการแข่งขันฟุตบอลระหว่างทีมรวมดาราเพื่อไทย กับทีมสื่อมวลชน อย่างไทยรัฐ ,มติชน
และสยามกีฬา ยิ่งลักษณ์ได้เดินสายไปเป็น “นางงามเขี่ยบอล” ทุกสนาม


อีกด้านหนึ่ง มีการตั้งข้อสังเกตกับกรณีของเอกชน 2-3 ราย ที่เจอ “เรื่องร้อน” ในช่วงนี้ หากมองชั้นเดียวก็คล้ายกับการติดตามคดีธรรมดาๆ ของเจ้าหน้าที่บ้านเมือง แต่ถ้าเจาะลึกลงไป มันก็ไม่ธรรมดา


กรณีแรก ปปง. กับดีเอสไอ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่ดินที่ ศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ผู้ต้องหาคดียักยอกเงินสหกรณ์ฯ โดยการสั่งจ่ายเช็คจากสหกรณ์ฯ คลองจั่นมาซื้อที่ดินและโอนขายต่อให้กับ อลิสา อัศวโภคิน บุตรสาวของ อนันต์ อัศวโภคิน เจ้าของบริษัทแลนด์แอนด์เฮ้าส์ รวม 8 แปลง ราคาขาย 298 ล้านบาท ที่ จ.ปทุมธานี


เบื้องต้น กรณีที่จะมีการดำเนินคดีเอาผิดฐานรับซื้อของโจรหรือไม่นั้น ต้องรอตรวจสอบทั้งพยานและหลักฐาน และดูเจตนาก่อนว่ารู้หรือไม่ว่าที่ดินดังกล่าวได้มาจากการกระทำความผิด ทั้งนี้ ปปง.จะตรวจสอบการซื้อหรือขายที่ดินย้อนหลังของศุภชัยด้วย


ดังที่รู้กันดีว่า อนันต์ อัศวโภคิน เป็นศิษย์เอกวัดพระธรรมกาย และมีความใกล้ชิดกับ “ผู้ใหญ่” ในพรรคเพื่อไทย เป็นอย่างดี


อีกกรณีหนึ่งที่สื่อมวลชนให้ความสนใจ เมื่อกระทรวงยุติธรรม ,กองทัพภาคที่ 2 ,สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ ,สำนักงานป้องกันและปราบการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท) ได้สนธิกำลังร่วมเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ และเจ้าหน้าที่สำนักที่ดินจังหวัดนครราชสีมา ลงพื้นที่ตรวจสอบการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนป่าเขาเสียดอ้า ป่าเขานกยูงและป่าเขาอ่างหิน ในพื้นที่อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา


หลังจากได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่ว่า บริษัทโบนันซ่า กอล์ฟ แอนด์ คันทรีคลับ จำกัด ของ ไพวงษ์ เตชะณรงค์ นักธุรกิจชื่อดัง ได้บุกรุกที่ดินทั้งในเขตป่าถาวร ป่าสงวนแห่งชาติ และพื้นที่สปก.จำนวน 6 จุด


เอ่ยชื่อ ไพวงษ์ เตชะณรงค์ สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์นั้น ไพวงษ์ได้รับการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย และสงกรานต์ เตชะณรงค์ บุตรชายไพวงษ์ ก็เป็นโฆษกกระทรวงไอซีที (สมัย น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เป็นรัฐมนตรี)


นอกจากนี้ โบนันซ่า เขาใหญ่ ยังเคยเป็นแหล่งชุมนุมคนเสื้อแดงเกือบทุกปี อาทิ คอนเสิร์ตรุ่งอรุณแห่งความยุติธรรม เมื่อปี 2544 และคอนเสิร์ตหยุดประหยุดรัฐประหาร เปลี่ยนผ่านรัฐธรรมนูญ ปี 2555,คอนเสิร์ตเสื้อแดงชุมนุมใหญ่ส่งท้ายปี 2555


ส่วนกรณีที่ฮือฮาในแวดวงตลาดหุ้นคือ พระครูวินัยธร (พชร) ฐานกโร หรือ “พระอาจารย์เพชร” เจ้าอาวาสวัดประยงค์กิตติวนาราม แขวงคลองสิบสอง เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ลาสิกขาแบบสายฟ้าแลบ อันเป็นที่มาของข่าวลือว่า “มีใบสั่งพิเศษ” ให้พระอาจารย์เพชรสึกด่วน


ว่ากันว่า พระอาจารย์เพชร ได้ช่วยเหลือเกื้อกูล จตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ก่อตั้งทีวีช่อง “ยูดีดีทีวี” ก่อนจะเปลี่ยนเป็น “พีซทีวี” ทำให้หน่วยข่าวจากฝ่ายความมั่นคง เกาะติดการเคลื่อนไหวของอาจารย์เพชรมาตั้งแต่ก่อนการรัฐประหาร 2557


ทั้งหมดคือปรากฏการณ์ร้อนๆ ในชั่วโมงนี้ และยังต้องสืบค้น “ข้อเท็จจริง” ต่อไป จึงมิอาจด่วนสรุปได้ว่า นี่คือกระบวนการทุบทุนแดง แม้แกนนำ นปช.จะฟังธงว่า “ใช่” แล้วก็ตาม

.................................


“จตุพร”เปรียบ“พระอาจารย์เพชร” พี่ชายนอกสายเลือด


พระอาจารย์เพชร หรือพระครูวินัยธร เจ้าอาวาสวัดประยงค์กิตติวราราม ซึ่งตั้งอยู่ในเขตหนองจอก กรุงเทพฯ พระสงฆ์รูปนี้ นอกจากจะเป็นภิกษุที่นับถือของ จตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แล้ว ยังสามารถใบ้หวยใบ้หุ้น จนมีนักธุรกิจ นักเล่นหวย นักเล่นหุ้นเข้าหาเป็นที่นับถือเคารพสักการะกันเป็นจำนวนมาก


ทั้งยังลือกันว่า เป็นท่อน้ำเลี้ยงสำคัญของ“ทีวีกลุ่มเสื้อแดง” ที่มีสายสัมพันธ์โดยตรงกับ “จตุพร” กระทั่งเป็นประเด็นร้อนตามสื่อมวลชน เมื่อมีการลาสิกขาของพระอาจารย์เพชร อย่างกะทันหัน โดยมีการระบุว่า มีการแอบไปสึกกันที่วัดประสาท ในตัวเมืองเชียงใหม่


จตุพร ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ “เจาะลึกทั่วไปไทย อินไซด์ไทยแลนด์” ที่มี ดนัย เอกมหาสวัสดิ์ และ อมรรัตน์ มหิทธิรุกข์ เป็นผู้ดำเนินรายการ เมื่อวานนี้(1 เม.ย.) โดยประเด็นแรกที่ผู้ดำเนินรายการถาม จตุพร คือ ในวันที่พระอาจารย์เพชร ลาสิกขาที่วัดใน จ.เชียงใหม่ จตุพร ได้เดินทางไปร่วมพิธีด้วยหรือไม่


จตุพร ได้เริ่มต้นคำตอบด้วยการอธิบายถึงความใกล้ชิดระหว่างตัวเขากับพระอาจารย์เพชรว่า มีความผูกพันกันเสมือนเป็นพี่น้องกัน แม้ความเป็นจริงจะไม่ใช่สายเลือดเดียวกันก็ตาม


จตุพร ยกตัวอย่างความรัก ความศรัทธาที่เห็นเจตนากันอย่างลึกซึ้งว่า ในช่วงที่มีการก่อสร้างหลวงพ่อทวด ที่เขาใหญ่ ซึ่งได้เชิญประชาชนไปร่วมทำบุญกัน เป็นวันเกิดของตนเอง ส่วนพระอาจารย์เพชรในขณะนั้น ท่านได้จัดงานบุญวันเกิดให้ที่นั่น


ผู้ดำเนินรายการ กล่าวรับว่า เท่าที่ฟังทำให้ทราบได้ว่า ทั้งคู่มีความลึกซึ้งกันจริง ไม่ว่าได้จัดงานวันเกิดให้ สวดให้พลังชีวิตแก่คุณจตุพร เนื่องในวันเกิด เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการระดมทุนสร้างหลวงพ่อทวดที่มีขนาดใหญ่มา จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของ จตุพร แล้วถามถึงสาเหตุที่ไม่ไปร่วมพิธีลาสิกขาของพระอาจารย์เพชร


จตุพร ชี้แจงว่า เรื่องบวชเรื่องสึกนั้น เมื่อท่านบวชมา 24 ปีแล้ว มันเลยคำว่า กำลังใจ แต่ความห่วงใยในฐานะคนเป็นพี่เป็นน้องกัน ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะบรรพชิตหรือฆารวาสก็ตาม ก็เป็นความระลึกถึงกันตามปกติ


ประธาน นปช.ยังกล่าวถึงประเด็นที่หลายฝ่ายมองพระอาจารย์เพชรเป็นนายทุนให้กับคนเสื้อแดงว่า นี่เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้พระอาจารย์เพชร เดือดร้อน เมื่อวันที่ 19 ก.พ.2558 ตนก็ถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช.ให้ไปแจ้งแสดงบัญชีทรัพย์สินในขณะจัดงานศพแม่ เป็นทรัพย์สินเมื่อ 10 ปี ที่แล้ว ทั่งที่ไม่เคยบริหารทรัพย์สินกลุ่มนี้ เป็นทรัพย์สินตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา ในฐานะที่ตนตำแหน่งประจำอยู่ในสำนักงานนายกรัฐมนตรี มีเพียงบัตรแลกเพื่อผ่านประตูเข้าไป ไม่มีอำนาจหน้าที่ใด


“ผมจึงบอกว่า ชะตากรรมแบบนี้ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเอง หรือกระทั่งคุณไพวงษ์ เตชะณรงค์ ที่ให้สถานที่คนเสื้อแดงไปจัดคอนเสิร์ตที่นั่น ในทุกๆ ปี ก่อนหน้านี้ หรือแม้กระทั่ง ไปสร้างหลวงพ่อทวดกับผมก็ตาม สุดท้ายแล้วต่อให้เป็นพระ พระก็ต้องสึก ส่วนความเป็นเจ้าของสถานที่ก็ต้องไปตรวจ"


จตุพร ยังปฏิเสธถึงประเด็นที่ว่าพระอาจารย์เพชร กำลังเดือดร้อนเพราะถูกมองว่าเป็นนายทุนให้กับคนเสื้อแดงว่า ตนไม่ได้สรุปความว่าเป็นแบบนั้น แต่เพราะตนเห็นใจในชะตากรรมของพระอาจารย์เพชร ที่บวชมา 24 ปี ได้ร่วมสร้างหลวงพ่อทวดที่ถือว่าเสร็จสิ้น แม้จะไม่ 100% ก็ตาม แต่ความตั้งใจถือว่า บรรลุแล้ว


การให้สัมภาษณ์ในรายการดังกล่าวของ จตุพร ได้ใช้เวลาเผยแพร่ออกอากาศเพียงช่วงระยะเวลาสั้น ประมาณ 7 นาที โดยในตอนท้ายผู้ดำเนินรายการ เปิดเผยว่า ในโอกาสหน้า จะนำเทปบันทึกเสียงของ จตุพร “การเปิดใจของจตุพร กับ พระอาจารย์เพชร” ออกมาเผยแพร่ให้ได้รับฟังกันอีกครั้ง