วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

มอบ'สุวพันธุ์'ทำความเข้าใจงานรัฐบาลและการใช้ ม.44

"ประยุทธ์"ประชุมคกก.ขับเคลื่อนนโยบายสำคัญและเร่งด่วนของรัฐบาล มอบ "สุวพันธุ์"ทำความเข้าใจการทำงานรัฐบาลและการใช้ ม.44

วานนี้(1เม.ย.)พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินการตามนโยบายสำคัญและเร่งด่วนของรัฐบาล

ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมว่า ในที่ประชุมนายกฯ ได้มอบหมายให้นายสุวพันธุ์ ตัณยุวรรธณะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ เครือข่ายศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี(PMOC) สร้างความเข้าใจและขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลในระยะที่สอง เพื่อแก้ไขปัญหาของประเทศทางด้านเศรษฐกิจ และสังคม รวมทั้งสร้างความใจในการใช้ มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 นอกจากนี้ ยังมอบหมายให้ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี แก้ไขปัญาเอสเอ็มอี โดยเร่งขึ้นทะเบียนให้ครอบคลุมและครบถ้วน รวมถึงส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งทุน และพิจารณาขยายวงเงินกู้ให้เหมาะสม

ร.อ.นพ.ยงยุทธ กล่าวว่า ที่ประชุมยังมอบหมายให้ม.ร.ว.ปรีดิยาธร รวมกับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณรายไตรมาตร ให้เป็นไปตามแผนโดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และให้กระทรวงมหาดไทย สนับสนุนและเร่งรัดการดำเนินการอย่างเข้มงวด นอกจากนี้ ยังมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ สนับสนุนและผลักดันการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษให้สามารถดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรมครบทั้ง 5 แห่งและเพิ่มเติมอีก 1 แห่ง ให้เสร็จสิ้นภายในปีนี้ และพิจารณาให้สิทธิการเช่าพื้นที่การลงทุนสำหรับเอกชนให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.การเช้าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม พ.ศ. 2542

นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช่จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ตรวจสอบการรับซื้อยางพาราตามโครงการสร้างมูลภัณฑ์กันชน เพื่อสร้างเสถียรภาพยางพาราให้มีความเป็นธรรมและทั่วถึง และยังมอบหมายให้กระทรวงการคลังให้ตรวจสอบปัญหาความล่าช้าของโครงการสนับสนุนสินเชื่อสถาบันและเกษตรกรแปรรูปยางพาราที่ดำเนินการโดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์(ธกส.)

นอกจากนี้ร.อ.นพ.ยงยุทธ กล่าวว่าที่ประชุมได้ติดตามสรุปผลการดำเนินงานของ คตร.ในช่วงมิ.ย. 57 - มี.ค. 58 ในโครงการที่มีวงเงินสูง จำนวน 45 โครงการ โดยแบ่งเป็นโครงการที่ตรวจสอบจนได้ข้อยุติแล้ว โดยเจ้าของโครงการจะต้องทบทวนแก้ไขและดำเนินการต่อไปจำนวน 27 โครงการ อาทิ การดำเนินการของกองทุนเพื่อผู้ที่เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา พ.ศ.2556 การตรวจสอบโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินและสายสีแดง เป็นต้น ส่วนโครงการที่ตรวจสอบแล้วแต่ยังติดตามความก้าวหน้าอยู่ 16 โครงการ อาทิ โครงการของการรถไฟแห่งประเทศไทยในการจัดหารถโดยสารรุ่นใหม่ของการบริการเชิงพาณิชย์ จำนวน 115 คัน วงเงิน 4,981 ล้านบาท โครงการจัดซื้อรถโดยสารโดยใช้ก๊าซธรรมชาติ จำนวน 3,183 คัน วงเงิน 13,162 ล้านบาท ซึ่งการจัดหารถโดยสารปรับอากาศชานต่ำ 489 คันแรก ซึ่งกำหนดยื่นซองราคาในวันที่ 3 เม.ย.นี้ ส่วนโครงการที่ให้ยกเลิกการดำเนินโครงการจำนวน 3 โครงการ

ขณะที่โครงการที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบประกอบด้วย 2 โครงการ ได้แก่ การประมูลการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ และการบริหารกองทุนสนับสนุนพิเศษ และส่งเสริมความมั่นคงตามโครงการสวัสดิการกู้เงินฌาปณกิจสงเคราะห์ช่วยเหลือเพื่อครูและบุคลากรทางการศึกษา

ร.อ.นพ.ยงยุทธ กล่าวว่า ที่ประชุมได้มีการรายงานความคืบหน้าโครงการสร้างมูลภัณฑ์กันชนรักษาเสถียรภาพราคายาง ซึ่ง คสช.ได้จัดกำลังทหารในการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณขององค์การสวนยาง และติดตามความเคลื่อนไหวของมวลชนชาวสวนยางซึ่งไม่พบความเคลื่อนไหวใดๆในพื้นที่ 

ขณะเดียวกันได้มีการรายงานความคืบหน้าในการสนับสนุนการดับไฟป่าและป้องกันหมอกควัน โดย คสช.ได้จัดกำลังทหารในการดำเนินการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุใน 2 พื้นที่ ได้แก่พื้นที่รอบหมู่บ้านและพื้นที่จุดฮอตสปอทในพื้นที่ป่าเขา โดยมีผลการดำเนินการที่สำคัญ คือ การดำเนินการในระดับอำเภอและหมู่บ้าน เน้นให้ประชาชนหยุดเผา โดยใช้มาตรการทางกฎหมายและการประชาคมการควบคุมโดยการลงทะเบียนก่อนเข้าพื้นที่ป่าและการร่วมกันดับไฟในพื้นที่รอบหมู่บ้าน รวมถึงใช้ปฏิบัติการทางอากาศ เป็นต้น