เมื่อยูเนี่ยนคลองจั่นต้องฟื้นฟูกิจการ

เมื่อยูเนี่ยนคลองจั่นต้องฟื้นฟูกิจการ

นับเป็นข่าวพาดหัวใหญ่ ตามหน้าหนังสือพิมพ์หลายฉบับต่อกรณีที่ศาลล้มละลายกลาง อนุมัติการเข้าฟื้นฟูกิจการของ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด

(ขอเรียกสั้นๆ ว่า “ยูเนี่ยนคลองจั่น”) หากไม่นับเรื่องการทุจริตของนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานฯ ยูเนี่ยนคลองจั่น และเงินบริจาคแก่วัดธรรมกายแล้ว


การเข้าฟื้นฟูกิจการ จากภาวะหนี้สินล้นพ้นตัวของยูเนี่ยนคลองจั่นยังมีประเด็นที่น่าสนใจอีกหลายประการ อาทิ ความเป็นสถาบันการเงินของยูเนี่ยนคลองจั่น ความเข้าใจของสมาชิกในฐานะลูกหนี้ เจ้าหนี้ และเจ้าของ จำนวนเจ้าหนี้ที่มีมากและอาจโยงกันเป็นลูกโซ่ และแนวทางการฟื้นฟูกิจการตามแผน เป็นต้น


“สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน” เป็นสหกรณ์ออมทรัพย์ลักษณะหนึ่ง ที่สมาชิกมักเป็นกลุ่มคนที่มีกิจกรรมร่วมกัน หรือมีที่พักอาศัยในเขตหรือย่านเดียวกัน เช่น ยูเนี่ยนคลองจั่น ที่มีสมาชิกอยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ต่างจากสหกรณ์ออมทรัพย์อีกลักษณะหนึ่ง ที่มีสมาชิกเป็นกลุ่มคนที่มาจากอาชีพเดียวกันหรือที่ทำงานเดียวกัน เช่น สหกรณ์ออมทรัพย์พนักงานบริษัทการบินไทย เป็นต้น


ในแง่ของการดำเนินงานแล้ว สหกรณ์ทั้งสองลักษณะนี้ไม่แตกต่างกันเท่าใดนัก ผู้เขียนขอรวมเรียกสหกรณ์ทั้งสองลักษณะนี้ว่า สหกรณ์ออมทรัพย์ แรงจูงใจสำคัญในการเป็นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ คือ อัตราเงินปันผลที่จูงใจ อัตราดอกเบี้ย (เงินฝากและเงินกู้) ที่ดีกว่าตลาด และกระบวนการกู้เงินที่ง่ายกว่าธนาคารพาณิชย์ หลักประกันสำคัญที่ใช้ในการขอกู้ (สามัญ) คือ การค้ำประกันโดยสมาชิกรายอื่น ขณะที่วงเงินในการกู้นั้นจะผูกอยู่กับมูลค่าหุ้นของสมาชิก หากสมาชิกรายใดฝากเงินและกู้เงินกับสหกรณ์ เขาจะเป็นทั้งลูกหนี้ เจ้าหนี้ และเจ้าของ


เท่าที่ทราบ ยูเนี่ยนคลองจั่นเป็นสถาบันการเงินแห่งแรก ที่เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการผ่านศาลฯ นับตั้งแต่ปรับปรุงกฎหมายในช่วงหลังวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 ประเด็นที่น่าคิด คือ ที่ผ่านมาธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พยายามอย่างมากที่จะไม่ให้สถาบันการเงินที่เป็นธนาคารพาณิชย์ล้มละลาย หากเห็นธนาคารใดเริ่มมีฐานะง่อนแง่น ธปท. จะรีบเข้าไปแทรกแซงและฟื้นฟูกิจการด้วยตนเอง


นอกจากนั้นแล้ว กฎหมายประกันเงินฝากยังคุ้มครองผู้ฝากเงิน (ในวงเงินไม่เกินห้าสิบล้านบาทในปัจจุบัน) ทำให้ความกังวลของผู้ฝากเงินลดลง ยิ่งไปกว่านั้น กฎหมายกำกับดูแลสถาบันการเงินที่กำลังจะออกใหม่นั้น ยังทำให้ธนาคารพาณิชย์ล้มยากขึ้น เราอาจไม่มีโอกาสเห็นการฟื้นฟูกิจการของธนาคารพาณิชย์ผ่านศาลฯ เพราะการฟูมฟักของ ธปท. ที่เป็นทั้งผู้กำหนด (นโยบาย) และผู้กำกับ (การดำเนินงาน)


ขณะที่ผู้ฝากเงินในสหกรณ์ออมทรัพย์ (ซึ่งรวมถึงยูเนี่ยนคลองจั่น) นั้นไม่ได้รับการคุ้มครองภายใต้กฎหมายประกันเงินฝาก ทั้งๆ ที่เป็นสถาบันการเงินรูปแบบหนึ่ง การกำกับดูแลจาก ธปท. จึงเป็นไปแบบห่างๆ อย่างห่วงๆ ดังนั้น การฟื้นฟูกิจการผ่านศาลฯ ของยูเนี่ยนคลองจั่นน่าจะเป็นตัวอย่างสำคัญต่อสถาบันการเงินอื่นๆ ที่มิได้อยู่ภายใต้อาณัติของ ธปท.


ด้วยเหตุที่สหกรณ์ออมทรัพย์ เป็นสถาบันการเงินที่ไม่สามารถดำเนินงานได้อย่างเต็มรูปแบบเหมือนธนาคารพาณิชย์ การระดมเงินฝากและการทำธุรกรรมบางประเภทก็ถูกจำกัดไปโดยปริยาย สหกรณ์ออมทรัพย์หลายแห่ง เลือกที่จะกู้จากสหกรณ์อื่นและมาปล่อยกู้ต่อให้แก่สมาชิกของตน การกู้ยืมกันไปมาเช่นนี้ อาจส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ เมื่อสหกรณ์หนึ่งประสบปัญหา ดังเช่นในกรณีของยูเนี่ยนคลองจั่น


ยูเนี่ยนคลองจั่น มีหนี้สินมากกว่าสินทรัพย์อยู่ถึง 19,534 ล้านบาท (จากหนี้สินประมาณ 21,934 ล้านบาท) ส่วนของผู้ถือหุ้นที่ติดลบอย่างมหาศาลนี้ ทำให้ความเป็นเจ้าของของสมาชิกหายไป เหลือเพียงแต่สถานะลูกหนี้ (หากกู้เงิน) และเจ้าหนี้ (หากฝากเงิน)


ในส่วนของลูกหนี้นั้น สมาชิกอาจไม่กังวลเท่าใดนัก เนื่องจากทางยูเนี่ยนคลองจั่น อาจไม่สามารถเร่งรัดให้ชำระหนี้ทั้งหมดได้ในเวลาอันสั้น ส่วนที่เป็นปัญหาและอาจทำให้สมาชิกขื่นขมที่สุด คือ สถานะเจ้าหนี้เงินฝาก ที่นอกจากจะไม่ได้รับการคุ้มครองแล้ว เงินออมที่ตนฝากไว้กับยูเนี่ยนคลองจั่นอาจได้รับคืนเพียงร้อยละ 10 (ตามที่ปรากฏเป็นข่าวในหนังสือพิมพ์)


หลังจากที่ศาลล้มละลายกลาง อนุมัติให้ยูเนี่ยนคลองจั่น เข้าฟื้นฟูกิจการไปเมื่อวันที่ 20 มี.ค. 2558 คณะผู้ทำแผน (ซึ่งเป็นคณะกรรมการสหกรณ์ชุดปัจจุบัน) มีเวลา 3 เดือนในการจัดทำแผน และต้องให้เจ้าหนี้ จำนวน 2 ใน 3 ของเจ้าหนี้ทั้งหมดเห็นด้วยกับแผน


ขั้นตอนการทำแผนเป็นขั้นตอนที่ยากอีกขั้นตอนหนึ่ง ด้วยเหตุที่ว่า ผู้ทำแผนต้องจัดทำแผนให้เป็นที่พึงพอใจแก่เจ้าหนี้ส่วนใหญ่ (ยูเนี่ยนคลองจั่น มีเจ้าหนี้ที่เป็นสมาชิกผู้ฝากเงินและสหกรณ์แห่งอื่นๆ รวมกันนับหมื่นราย) การประนอมหนี้ ที่มักใช้กันเป็นอันดับแรก คือ การขอลดหนี้ ยูเนี่ยนคลองจั่นก็อาจขอลดหนี้โดยจ่ายคืนเพียงร้อยละ 10 ของจำนวนหนี้ (เช่นเดียวกับเจ้าหนี้เงินฝากจากสมาชิก)


ประเด็นดังกล่าว ทำให้เจ้าหนี้หลายรายซึ่งเป็นสหกรณ์ออมทรัพย์ เริ่มออกมาเคลื่อนไหว เพราะ หนี้ที่หายไปถึงร้อยละ 90 ย่อมส่งผลถึงสถานะทางการเงินของตนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มิหนำซ้ำบางรายยังต้องการให้ยูเนี่ยนคลองจั่นชำระหนี้คืนภายในหนึ่งเดือน (ซึ่งอาจเป็นไปได้ยาก) ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าหนี้ส่วนใหญ่ซึ่งเป็นสหกรณ์ออมทรัพย์ มักปล่อยกู้แบบไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ทำให้มีสิทธิมีเสียงรองลงมา


อีกส่วนหนึ่งที่สำคัญของแผน คือ การฟื้นฟูกิจการตามแผนที่มีกรอบเวลา 5 ปี ณ ขณะนี้รายละเอียดของแผนยังไม่ปรากฏ และคงต้องติดตามดูเมื่อครบกำหนด 3 เดือน อย่างไรก็ตาม ผู้ทำแผนของยูเนี่ยนคลองจั่น กล่าวในเบื้องต้นว่า ขณะนี้ยูเนี่ยนคลองจั่นมีสภาพคล่องอยู่ประมาณ 1,000 ล้านบาท และอาจได้รับเงินคืนจากวัดธรรมกายอีกเดือนละ 100 ล้านบาท นอกจากนั้น ยังมีเงินสนับสนุนจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อีก 5,000 ล้านบาท กระนั้นก็ตาม เจ้าหนี้บางรายยังมองไม่เห็นหนทางว่า ยูเนี่ยนคลองจั่น จะจัดการกับหนี้กว่า 22,000 ล้านบาทได้อย่างไร


ในมุมของผู้เขียน แนวทางในการทำแผนและฟื้นฟูกิจการที่น่าจะเป็นไปมากได้ที่สุด คือ เริ่มจากขอประนอมหนี้กับเจ้าหนี้ หากขอลดหนี้ไม่ได้มากก็ควรจะขอยืดระยะเวลาการชำระหนี้ออกไป ขณะเดียวกัน ก็พิจารณาว่าจะทำอย่างไรให้ยูเนี่ยนคลองจั่นมีกระแสเงินสดหมุนเวียนมากขึ้นในแต่ละเดือน และลดต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลง หากเป็นไปได้อาจต้องมีตัวแทนเจ้าหนี้ มาอยู่ร่วมในคณะผู้ดำเนินงานตามแผน เพื่อสร้างความมั่นใจแก่เจ้าหนี้


ประเด็นที่สำคัญมากอีกประการหนึ่ง คือ ยูเนี่ยนคลองจั่นต้องปรับปรุงเรื่องธรรมาภิบาลในการดำเนินงานของตน เพราะ ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นมาจากการทุจริตของอดีตประธาน หากปรับปรุงเรื่องธรรมาภิบาลและสามารถฟื้นฟูกิจการกลับมาได้ ยูเนี่ยนคลองจั่นจะเป็นตัวอย่างที่ดีในการดำเนินงานต่อสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์อื่นๆ ที่กรมส่งเสริมสหกรณ์และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ควรให้ความสำคัญมากยิ่งขึ้น ปัญหาการทุจริตและธรรมาภิบาลเป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้ขบวนการสหกรณ์ของไทยไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควร