ญี่ปุ่นเตรียมทบทวนมาตรการยกเลิกเที่ยวบินไม่ประจำในเส้นทางบินญี่ปุ่น คาดเห็นผลเร็วๆนี้ "ประจิน" ระบุเพราะญี่ปุ่นเห็นความตั้งใจของรัฐบาลไทย
หลังจากเกิดความปั่นป่วนกับ 4 สายการบินในไทย เมื่อถูกองค์กรการบินญี่ปุ่นสั่งห้ามเพิ่มเที่ยวบินเข้าญี่ปุ่น กระทบถึงการขนส่งนักท่องเที่ยวทั้งไทยไปญี่ปุ่นและญี่ปุ่นมาไทยได้รับผลกระทบ อันสืบเนื่องมาจากองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอซีเอโอ) ตรวจพบข้อบกพร่องและมีหนังสือเตือนการทำงานของกรมการบินพลเรือนของไทยนั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล วานนี้ (31 มี.ค.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ปัญหากรณีที่ไทยถูกองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอซีเอโอ) ระบุกรมการบินพลเรือนของไทยต่ำกว่ามาตรฐานว่า ตอนนี้ได้สั่งการทบทวนว่าภายใน 1 เดือน ต้องแก้ปัญหาไปสู่ความยั่งยืน โดยเราต้องทำ 2 ระยะ เพราะเกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้าง อัตรากำลัง และต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม ช่วง 1 เดือนแรก เราต้องแก้ด้วยการใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวมาตรา 44 เพื่อให้ทำงานได้ โดยเป็นการปรับการทำงานในระยะแรกเพราะเรื่องนี้มีกฎหมายอยู่ และวันนี้ได้ให้สมาคมนักบินไทยเข้ามาช่วยด้วย ซึ่งนักบินเขามั่นใจว่าปลอดภัย แต่ไปติดตรงระเบียบของ ไอซีเอโอ โดยในระยะแรกเราจะให้องค์การอวกาศยุโรป (ESA) มาช่วยตรวจดู เราจะสร้างความมั่นใจให้เขา ตอนนี้เป็นห่วงปัญหาในช่วงสงกรานต์ที่เที่ยวบินลดลง เราไปไม่ได้เขาก็มาไม่ได้ เพราะเครื่องบินไม่พอ และตอนนี้ได้แก้ปัญหาโดยให้กระทรวงการท่องเที่ยวและ กีฬาไปดูว่าผู้ที่จองตั๋วไว้แล้ว ไปหาสายการบินอื่นได้หรือไม่ ถ้าคืนเงินอย่างเดียวก็โอเคจบ แต่มันก็เดือดร้อนต้องมีหลายมาตรการและยอมรับกติกาสากล เราจะทำ 2 ระยะและให้ความสำคัญที่สุด เพราะมีผลกระทบกับอย่างอื่น
ด้านนายสมชาย พิพุธวัฒน์ อธิบดีกรมการบินพลเรือน เปิดเผยภายหลังจากที่ 7 สายการบินของไทยเข้าพบหลังจากได้รับผลกระทบจากการประกาศของกรมการบินพลเรือนญี่ปุ่นว่า สายการบินทั้ง 7 ได้แก่ นกสกู๊ต การบินไทย ไทยแอร์เอเชียเอ็กซ์ ไทยแอร์เอเชีย เอเชียแอตแลนติก เจ็ทเอเชีย และเอเซียนแอร์ ได้เข้าร่วมประชุมเพื่อตั้งทีมไทยแลนด์ เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับกรมการบินพลเรือนของไทย โดยทั้ง 7 สายการบินจะสนับสนุนนโยบายต่างๆที่ออกมาจากหน่วยงานของกระทรวงคมนาคมและกรมการบินพลเรือน ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการสายการบินก็จะประสานงานไปยัง องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ให้เข้ามาตรวจสอบความปลอดภัยของแต่ละสายการบิน โดยไม่ต้องรอการแก้ไขของกรมการบินพลเรือนไทย
ทั้งนี้ หากประเทศไทยไม่สามารถแก้ไขปัญหาภายในระยะเวลา 8 เดือน จะส่งผลให้ผู้โดยสารที่เดินทางด้วยสายการบินแบบเช่าเหมาลำ หรือชาร์เตอร์ ไฟลท์ เส้นทางบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-ญี่ปุ่น จะได้รับผลกระทบมากกว่า 120,000 คน แบ่งในช่วงเดือน เม.ย.58 ประมาณ 70,000 คน และช่วง พ.ค. 58 ประมาณ 50,000 คน
นายสมชายกล่าวว่า มาตรการเยียวยาในเบื้องต้น ได้มอบหมายให้ทางสายการบินดำเนินการแก้ไขด้วยการโอนผู้โดยสารกระจายไปยังเส้นทางบินประจำแทน หากยังมีความต้องการเดินทางอยู่ ส่วนผู้ประกอบการ สายการบินระหว่างประเทศที่อยู่ระหว่างการขอใบ รับรองผู้ดำเนินการทางอากาศ (Aoc) จาก บพ.จำนวน 23 สายการบินจะต้องระงับการออกใบอนุญาตก่อน เนื่องจากยังอยู่ระหว่างการปรับปรุงมาตรฐานองค์กรให้เป็นไปตามมาตรฐานไอซีเอโอ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้มีประเทศญี่ปุ่นเพียงประเทศเดียวที่ทำหนังสืออย่างเป็นทางการมายังกรมการบินพลเรือนว่า จะยกเลิกเที่ยวบินไม่ประจำจากประเทศไทย รวมทั้งสั่งห้ามเปลี่ยนขนาดเครื่องบิน และห้ามเปลี่ยนเส้นทางบิน จึงทำให้สายการบินของไทยที่จะเดินทางไปยังญี่ปุ่นมีปัญหาในขณะนี้ ส่วนเส้นทางบินเกาหลีและจีนนั้น ยังไม่ได้แจ้งมายัง บพ.แต่อย่างใด แต่ส่งหนังสือไปยังสายการบินโดยตรง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเที่ยงวานนี้ (31 มี.ค.) บรรดาสายการบินที่ได้รับผลกระทบไม่สามารถบินเพิ่มไปญี่ปุ่นได้ ได้มีการพบปะหารือนอกรอบเพื่อ หาทางแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า โดยนายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เส้นทางบินประจำไปญี่ปุ่น การบินไทยยังคงบินปกติ ยกเว้นเส้นทางบินไม่ประจำของการบินไทยที่ไปญี่ปุ่น ใน 2 เที่ยวบิน ที่จะบิน ไปเมืองโคมัตสุ และเมืองฮิโรชิมา ในช่วงวันที่ 11 และ 15 เม.ย.นี้เท่านั้น นอกจากนั้น ประเทศสิงคโปร์และไต้หวัน ยังแจ้งมายังการบินไทยว่ารับทราบมาตรการของไอซีเอโอ โดยเส้นทางบินที่บินไปลงประเทศสิงคโปร์ ยังทำการบินปกติ แต่ทางสิงคโปร์ขอเข้มงวดตรวจทุกเที่ยวบินที่ลงสิงคโปร์อย่างเคร่งครัด
ด้านนายพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินนกแอร์ ซึ่งเป็นบริษัทผู้ถือหุ้นใหญ่ในสายการบินนกสกู๊ต และให้บริการในเส้นทางบินต่างประเทศ ในนามนกสกู๊ต กล่าวว่า ในวันที่ 1 เม.ย. ตนและผู้บริหารระดับสูงของการบินไทย, แอร์เอเชีย, แอร์เอเชียเอ็กซ์, นกสกู๊ต เดินทางไปพบองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ที่ประเทศสิงคโปร์ เพื่อหารือถึงแนวทางออกของปัญหาที่สายการบินของไทยประสบขณะนี้ ว่าไอซีเอโอต้องการข้อมูลอะไรเพิ่มเติม และต้องการให้สายการบินแก้ไขอย่างไรบ้าง ตอนนี้จะนั่งรอรัฐบาลแก้ไขฝ่ายเดียวไม่ได้ เพราะความต้องการเดินทางมีมาก และปัญหานี้เป็นปัญหาระดับชาติ แค่เส้นทางญี่ปุ่นเส้นทางเดียวผลกระทบต่อนกสกู๊ต ทำให้เสียผู้โดยสารไปกว่า 20,000 คน
นายพาทีกล่าวอีกว่า ล่าสุดได้รับรายงานว่าขณะนี้กรมการบินพลเรือนของญี่ปุ่นได้ตกลงกับกรมการบินพลเรือนของไทยในการอนุญาตให้เที่ยวบิน เช่าเหมาลำไทยทำการบินชั่วคราวเป็นเวลา 2 เดือน คือ เม.ย.-พ.ค.เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการที่ทำการตลาด และจำหน่ายที่นั่งผ่านบริษัทนำเที่ยวไปแล้ว แต่ทั้งนี้อยู่ภายใต้เงื่อนไขที่กรมการบินพลเรือนต้องนำเสนอแผนการปรับปรุงมาตรฐานตามที่กรมการบินพลเรือนญี่ปุ่นกำหนด และมีการรับรองสายการบินเหมาลำจากรัฐบาลไทย ใหม่ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นสายการบิน
นกสกู๊ตที่ให้บริการแบบเช่าเหมาลำในเส้นทางญี่ปุ่น เดือน เม.ย.-พ.ค.นี้ ซึ่งมีการจำหน่ายไปแล้วกว่า 2 หมื่นที่นั่ง และได้แก้ปัญหาด้วยการนำเครื่องบินของสกู๊ตแอร์ที่จดทะเบียนในสิงคโปร์มาให้บริการก่อนแล้วนั้น ก็จะดำเนินการตามแผนเดิมต่อไป
ขณะที่ผู้บริหารไทยแอร์เอเชีย-แอร์เอเชีย เอ็กซ์ ยืนยันไม่ได้รับผลกระทบเส้นทางบินญี่ปุ่น เพราะเป็นเที่ยวบินประจำ ยกเว้นเส้นทางบินซัปโปโร จะให้บริการ 1 พ.ค.-30 มิ.ย.58 นี้เท่านั้น หากผู้โดยสารซื้อตั๋วและจะเดินทาง 1 พ.ค.เป็นต้นไป เปิดช่องให้ผู้โดยสารคืน-เปลี่ยนตั๋ว-เปลี่ยนเส้นทางคืนเงินได้ทันที แอร์เอเซียเอ็กซ์ย้ำหากบินซัปโปโรไม่ได้ สูญเงินทันที 500 ล้านบาท/ปี ผู้โดยสารหาย 1.5 แสนคน/ปี
ล่าสุดเมื่อเวลา 17.45 น. วานนี้ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม กล่าวที่กระทรวงคมนาคม ว่าเมื่อช่วงเย็นทางกรมการบินพลเรือนญี่ปุ่นได้แจ้งมายังกรมการบินพลเรือนไทยว่า ทางญี่ปุ่นจะมีการทบทวนมาตรการยกเลิกเที่ยวบินไม่ประจำ ในเส้นทางบิน ญี่ปุ่น เนื่องจากญี่ปุ่นเห็นความตั้งใจของรัฐบาลไทย และกระทรวงคมนาคมในการแก้ไขปัญหาตามข้อทักท้วงขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ซึ่งจะทำให้สายการบินในไทยที่มีปัญหาไม่สามารถขนส่งผู้โดยสารไปยังญี่ปุ่นได้ตั้งแต่วันที่ 29 มี.ค. จะสามารถให้บริการขนส่งผู้โดยสารได้เช่นเดิมตามที่ขอไปตามตารางบินฤดูร้อน โดยการแก้ไขปัญหาเป็นไปในแนวทางที่ดีนั้น เนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้หารือกับนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น และรับทราบปัญหา และวันที่ 1 เม.ย. มีการประชุมร่วมกับคณะกรรมการชุดที่มีนายวรเดช หาญประเสริฐ เป็นประธาน เพื่อสรุปรายละเอียดทั้งหมด ก่อนเสนอกลับไปยังไอซีเอโอถึงแนวทางแก้ไขปัญหามาตรฐาน บพ.อย่างเร่งด่วน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คาดว่าสายการบินของไทยที่ทำการบินไม่ประจำ จะสามารถกลับมาให้บริการทางการบินขนผู้โดยสารไปยังญี่ปุ่นได้ภายใน 1-2 วันนี้แน่นอน ซึ่งตารางการบินจะเป็นช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค.58 ส่วนตารางบินถัดไปหลังจากเดือน พ.ค.นั้น ทางกรมการบินพลเรือนญี่ปุ่นจะแจ้งอีกครั้ง





