"วิษณุ"วอนปชช.เข้าใจ เหตุงัดม.44 ใช้แทนอัยการศึก เปรยรอดูความชัดเจนทางโทรทัศน์คืนนี้ (31มี.ค.) ด้าน"สรรเสริญ"แจง หวังลดแรงกดดันต่างชาติ
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการใช้มาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวว่า มาตรา44 เป็นมาตราที่กว้าง พอถึงเวลาต้องลงไปสั่งอีกทีว่าจะสั่งว่าอะไร สมัยก่อนมีการสั่งยิงเป้า แต่สมัยนี้เป็นการสั่งในทางสร้างสรรค์ได้ เพราะเราเขียนลงไป มาตรา 44 สมัยก่อนเอาใช้ในทางสร้างสรรค์ได้ยาก วันนี้เราเขียนลงไปเลยว่ามาตรา 44 อาจเอามาใช้ 1.เพื่อความปรองดอง 2.ใช้เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย 3.ใช้เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งต่างๆในสังคม 4.ใช้เร่งรัดการปฏิรูป 5.เพื่อระงับยับยั้ง ป้องกันปราบปราม ซึ่งตรงนี้เป็นอันเดียวที่ใช้ในสมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ซึ่งเป็นการนำมาใช้ตามคำที่นายกฯพูดว่า เป็นการใช้อย่างสร้างสรรค์และขอให้เข้าใจ
“เมื่อคนไม่ค่อยวางใจกฎอัยการศึก ไม่ว่าจะรุนแรงหรือไม่รุนแรง จนกระทั่งนำมาสู่การคิดที่จะต้องทบทวนแล้ว อย่าได้ระแวงต่อไปเลยว่า จะกำหนดมาตราการใหม่ที่แย่ไปกว่ากฎอัยการศึก หรือแย่เท่ากันมาใช้ มันเป็นไปไม่ได้ ไม่อย่างนั้นจะเลิกทำไม เพราะฉะนั้นจะมีมาตรการรองรับที่เบากว่า ปกติถ้าเราไม่คิดอะไรเลย มาตรการที่เบากว่าก็คือมาตรการตามกฎหมายว่าด้วยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กับกฎหมายว่าด้วยการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งบางคนก็บอกว่าทำไมไม่เอาตรงนี้มาใช้ ไปยุ่งอะไรกับมาตรา44 ขอให้มั่นใจเถอะว่า มาตรการใดที่จะมีขึ้นมารองรับต่อการยกเลิกกฎอัยการศึก ก็อยู่ในระดับเดียวกับกฎหมาย 2 ฉบับนี้ และไม่รุนแรงไปกว่า 2 ฉบับนี้” นายวิษณุ กล่าว
นายวิษณุ กล่าวว่า ส่วนที่บอกว่าทำไมไม่ใช้กฎหมาย 2 ฉบับนี้เลย เพราะมีบางเรื่องที่กฎหมาย 2 ฉบับนี้ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ไม่ครอบคลุม และไม่มีอะไรที่ติ่งไว้สำหรับเอาอำนาจพิเศษมาเล่นงานประชาชน แต่เราต้องการช่วยเหลือและเยียวยาประชาชน ซึ่งกฎหมาย 2 ฉบับนี้ไม่มีมาตรการเยียวยา และบรรเทาความเสียหายที่เกิดมาแล้ว โดยมาตรการเยียวยาไม่ต้องไปรอเสนอกฎหมายเข้าสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ให้มีพ.ร.บ.ออกมา ซึ่งใช้เวลาหลายเดือน แต่ผนวกเข้าไปเลยในเรื่องเดียวกัน ดังนั้น ต้องพึ่งอำนาจพิเศษมาตรา44
เมื่อถามว่าจะเป็นการหนีเสือปะจระเข้หรือไม่ นายวิษณุ ตอบว่า ไม่หนีเสือปะจระเข้ แต่จะเจอตัวอื่นหรือเปล่าไม่รู้ ไม่ใช่เสือไม่ใช่จระเข้เลย โดยความชัดเจน คืนวันนี้ (31 มี.ค.) รอดูโทรทัศน์ดูสิ
"สรรเสริญ"แจงงัด ม.44 หวังลดแรงกดดันต่างชาติ
ด้านพล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ถึงการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญชั่วคราว แทนกฎอัยการศึกว่า รัฐบาลมี 2 แนวทางในการใช้กฎหมายดังกล่าว 1.ใช้เพื่อการแก้ไขปัญหาต่อการบริหารราชการแผ่นดิน เช่น การที่ไทยถูกเพ่งเล็งจากไอซีเอโอ ที่ดูแลเรื่องมาตรฐานการบินระหว่างประเทศ ซึ่งขณะนี้ไทยยังไม่ถูกลดระดับความน่าเชื่อถือ เพียงแต่ถูกแจ้งเตือนและชี้แจงข้อบกพร่องของเรามาตั้งแต่ปี 2548 ซึ่งเรายังไม่ได้มีการแก้ไข โดยเฉพาะกฎระเบียบที่ไม่ทันสมัย เจ้าหน้าที่ทางเทคนิคไม่เพียงพอ ระยะเวลาไม่เพียงพอต่อการตรวจสอบด้านเทคนิค การฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ด้านเทคนิคที่ยังไม่ผ่านประสบการและความรู้ และขาดระบบการตรวจสอบ การแก้ไขข้อบกพร่อง เรื่องเหล่านี้เรายังไม่ผ่านกฎของไอซีเอโอ
ทั้งนี้ นายกฯได้สอบถามผู้ที่เกี่ยวข้องแล้วพบว่าในการแก้ไขปัญหาต้องมีการปรับในหลายรูปแบบ เช่นหน่วยงานที่รับผิดชอบคือกรมการบินพลเรือน ซึ่งเป็นหน่วยงานราชการของกระทรวงคมนาคม แต่ทางไอซีเอโอต้องการให้หน่วยงานที่รับผิดชอบด้านมาตรฐานการบินที่เป็นอิสระ จึงมีการวางแผนว่าจะปรับให้กลายเป็นสถาบันการบินพลเรือนแห่งชาติ เป็นหน่วยงานอิสระคล้าย กสทช. ขณะเดียวกันจะมีการจัดตั้งกรมควบคุมการขนส่งทางอากาศ เพื่อทำหน้าที่เป็นหน่วยปฏิบัติ โดยแยกหน่วยควบคุมกำกับดูแลออกจากหน่วยปฏิบัติ เพื่อให้เป็นไปตามกฏที่ไอซีเอโอกำหนด ทั้งนี้ยังต้องมีการปรับโครงสร้างอัตรากำลังพลด้วย
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า 2.นายกฯได้กล่าวในที่ประชุมถึงการนำมาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญชั่วคราวมาใช้แทนกฏอัยการศึกว่า เมื่อต่างประเทศมีความกังวลกับคำว่ากฎอัยการศึก ซึ่งโดยปกติในบ้านเราทุกคนจะเข้าใจว่า กฎอัยการศึกรัฐบาลไม่ได้นำมาใช้ในทุกมาตรา ใช้เพียง 1-2 มาตรา เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจค้น จับกุม สืบสวนสอบสวนผู้ที่มีข้อมูลโยงใยในการต่อเหตุความวุ่นวาย ซึ่งต่างประเทศไม่สนใจในส่วนนี้ ดังนั้นเพื่อทำให้สังคม โดยเฉพาะต่างประเทศเกิดความสบายใจ จึงพยายามหาแนวทางในการใช้อำนาจของ คสช.ในมาตรา 44 มากำหนดเป็นกฎหมายเพื่อดำเนินการเฉพาะเรื่อง เพื่อทำให้บรรยากาศโดยรวมดูดีขึ้น แต่ลักษณะในการดำเนินการจะเป็นอย่างไรนั้น นายกฯได้มอบหมายให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯเป็นผู้ชี้แจง โดยสิ่งต่างๆ ที่จะออกมาจากการใช้อำนาจตามมาตรา 44 จะมีศักดิ์และสิทธิ์เท่ากับกฎหมาย เมื่อนำมาใช้ในกรณีของกฎหมายข้อหนึ่งข้อใด ทั้งการปฎิบัติงาน หรือการแก้ปัญหาอะไรก็แล้วแต่ หากจะยกเลิกกฎหมายดังกล่าวก็ต้องมีการออกเป็น พ.ร.บ.





