วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กสม.ชี้ควรกำหนดสัดส่วนชาย-หญิงไว้ในรธน.ฉบับใหม่

“กสม.” ชี้ควรกำหนดสัดส่วนชาย-หญิงไว้ในรธน.ฉบับใหม่ ยกเหตุเพื่อความเสมอภาคของชาย-หญิง

นางวิสา เบ็ญจะมโน กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประธานอนุกรรมการปฏิบัติการยุทธศาสตร์ด้านสิทธิเด็ก สตรีและความเสมอภาคของบุคคล กล่าวว่า หลักการสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่กำหนดไว้ในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ซึ่งระบุว่าทุกคนเสมอกันตามกฎหมายและมีสิทธิที่จะได้รับความคุ้มครองของกฎหมายเท่าเทียมกันโดยปราศจาการการเลือกปฏิบัติใดๆ และตามอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ รัฐภาคีมีความผูกพันที่จะประกันสิทธิอันเท่าเทียมของหญิงและชาย  ดังนั้น คณะอนุกรรมการปฏิบัติการยุทธศาสตร์ด้านสิทธิเด็ก สตรี และความเสมอภาคของบุคคล จึงเสนอให้สภาปฏิรูปแห่งชาติ และคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ พิจารณาดำเนินการ ดังนี้ 1. คงหลักการความเสมอภาคของหญิงและชาย ตามนัยมาตรา 30 และมาตรา 80 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 เพื่ออนุวัติตามอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ ข้อ 2 ที่ระบุให้รัฐภาคีบรรจุหลักการของความเสมอภาคของหญิงและชายไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งชาติของตน  2. ให้มีการกำหนดสัดส่วนการมีส่วนร่วมทางการเมืองของสตรีไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ไว้ในรัฐธรรมนูญฯ ด้วย เพื่อให้สอดคล้องกับอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ ข้อ 4 

นางวิสาฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า “การกำหนดให้มีระบบโควต้าหรือสัดส่วนของสตรีนี้ มุ่งเพื่อประโยชน์ต่อสังคมอย่างแท้จริง เพราะสัดส่วนของสตรีในระบบการเมืองของไทยปัจจุบันอยู่ในอัตราที่ต่ำมาก ประมาณร้อยละ 10 เท่านั้น การเพิ่มโอกาสให้ผู้หญิงมีส่วนร่วมทางการเมือง โดยการกำหนดให้ ส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อ และสภาท้องถิ่น ควรมีสัดส่วนผู้หญิงไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 เป็นการนำศักยภาพของผู้หญิงที่เป็นประชากรของประเทศกว่าครึ่งหนึ่งมาใช้ประโยชน์ เพื่อการกำหนดนโยบายที่มีความครบถ้วนทุกมิติของการพัฒนาประเทศ 

นางวิสาฯ เห็นว่า การกำหนดให้มีสัดส่วนนี้เป็นมาตรการพิเศษชั่วคราวที่มุ่งเร่งรัดให้มีความเสมอภาคระหว่างหญิงและชาย และเปิดโอกาสให้สตรีได้เข้ามามีส่วนร่วมในพื้นที่สาธารณะ เพื่อให้สตรีได้ใช้ศักยภาพให้เป็นประโยชน์ร่วมกับบุรุษอย่างสมดุลและสนับสนุนซึ่งกันและกันอย่างสมบูรณ์