วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยิ่งลักษณ์สู้! เปิดแผนทีมทนายลุยคดีจำนำข้าว

(รายงาน) ยิ่งลักษณ์สู้! เปิดแผนทีมทนายลุยคดีจำนำข้าว

ค่อนข้างแน่นอนแล้วว่า ทีมทนายความ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อดีตนายกฯ จะหยิบยกเรื่องนโยบายสาธารณะของรัฐบาล มาใช้เป็นข้อต่อสู้ คดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ในชั้นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ศาลนัดพิจารณาคดีครั้งแรกในวันที่ 19 พฤษภาคมนี้

โดยแนวทางการต่อสู้จะชี้ให้เห็นว่า "นโยบายสาธารณะ" ของรัฐบาล เป็นนโยบายที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา ย่อมไม่สามารถที่จะฟ้องร้องพรรคการเมืองได้

ถือเป็นเรื่องผิดปกติของการปกครองระบอบประชาธิปไตย ที่นำประเด็นเรื่องนโยบายสาธารณะที่พรรคการเมืองประกาศไว้ มาเรียกร้องให้รัฐบาลรับผิดชอบอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

นโยบายสาธารณะ เป็นนโยบายที่รัฐบาลที่ได้รับเลือกตั้งต้องดำเนินการตามที่ประกาศไว้ในระหว่างการหาเสียง แน่นอนว่าจะต้องดำเนินการให้มีประสิทธิภาพสูงสุดคือ โปร่งใส เป็นธรรม และรับผิดชอบต่อประเทศชาติอย่างที่สุด

พรรคเพื่อไทยประกาศให้โครงการรับจำนำข้าวเป็นนโยบายหลักที่จะดำเนินการเมื่อได้รับเลือกตั้งให้บริหารประเทศ ซึ่งเรื่องนี้ผ่านการพิจารณาของ กกต.ด้วย ดังนั้น เมื่อพรรคเพื่อไทยได้รับเลือกตั้งด้วยเสียงข้างมาก ได้จัดตั้งรัฐบาลและแถลงนโยบายรับจำนำข้าวต่อสภาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ประเด็นเรื่องความชอบธรรมของนโยบายจึงไม่ใช่ประเด็นที่ต้องมาพิจารณากันอีก เพราะถ้าไม่ยึดตามหลักการนี้ คำถามที่จะตามมาก็คือ หลังจากนี้ประเทศจะดำเนินนโยบายสาธารณะกันอย่างไร หรืออีกนัยหนึ่งคือ พรรคการเมืองจะดำเนินนโยบายเพื่อประชาชนได้อย่างไร

ผนวกด้วยการหักล้างข้อกล่าวหาต่างๆ ของหลายฝ่ายตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาของทีมทนายความ

ประเด็นที่ถูกโจมตีอย่างมากจนนำไปสู่การดำเนินการทางกฎหมายหลายอย่าง ทั้งการถอดถอนนายกฯ และการดำเนินคดีอาญา ในส่วนของการบริหารโครงการรับจำนำข้าวซึ่งถูกโจมตีหลักๆ มีอยู่ 3 ประเด็น คือ

1.การใช้เงินงบประมาณแผ่นดินจำนวนมหาศาลในการดำเนินโครงการจนสร้างหนี้ให้ลูกหลานกว่า 30 ปี

2.การไม่ยุติโครงการเมื่อเห็นว่าโครงการสร้างความเสียหายต่อประเทศชาติ ทั้งๆ ที่มีหลายฝ่ายออกมาเตือน

3.โครงการนี้สร้างความทุกข์ยากให้ชาวนาจนต้องฆ่าตัวตายไปกว่า 16 ราย

เหล่านี้ทีมทนายความจะชี้ให้เห็นว่า ประเด็นดังกล่าวมีการโจมตีแบบเหมารวมปนกันทั้งในระดับนโยบายและการปฏิบัติ ซึ่งต้องแยกให้ชัดเจนเพื่อให้เห็นถึงความรับผิดชอบของรัฐบาลและการแก้ไขปัญหาในเชิงบริหารโครงการ

เริ่มจากข้อหาที่ว่า รู้ว่าเสียหาย ขาดทุนมาก แต่ทำไมไม่ยุติโครงการนั้น ทีมทนายความจะแยกแยะให้เห็นว่า ความเสียหายหลายแสนล้านบาท ขาดทุนมหาศาล หรือโกงทุกขั้นตอนเป็นข้อกล่าวหาที่สร้างมโนภาพว่าประเทศชาติกำลังล่มจมจากนโยบายรับจำนำข้าว

การซื้อข้าวในราคาที่สูงกว่าราคาตลาด ทำให้ขายได้ราคาน้อยกว่าราคาซื้อ ถือเป็นการขาดทุน ซึ่งรัฐบาลขายข้าวได้ราคาต่ำกว่าราคาซื้อนั้นเป็นเรื่องจริง แต่ส่วนเกินของราคาดังกล่าวเป็นเงินที่ถูกส่งตรงเข้าสู่บัญชีชาวนาเป็นรายบัญชี เงินจำนวนดังกล่าวจึงเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตให้แก่เกษตรกรหรือชาวนา ชดเชยที่พวกเขาเสียสละรายได้ที่ควรได้มาเป็นภาษีพัฒนาประเทศมาอย่างยาวนานก่อนประเทศเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม

สำหรับรัฐบาลพรรคเพื่อไทย นี่คือการลงทุนด้านคน ไม่ใช่การขาดทุน

ส่วนสินค้าเก็บรักษาไม่ดีจึงเสื่อมคุณภาพ ทำให้ขาดทุนมากขึ้นนั้น การเสื่อมราคาของสินค้าภายใต้การเก็บรักษาของคู่สัญญากับรัฐ อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของผู้เก็บรักษาข้าว รัฐบาลจะไม่ขาดทุนในแง่นี้ เพราะคู่สัญญาต้องปฏิบัติตามสัญญาคือ ส่งมอบข้าวทั้งปริมาณและคุณภาพตามที่รับจำนำให้แก่รัฐบาล

ด้านข้อหาว่า รัฐบาลบริหารงานโกงทุกขั้นตอน "ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย" อดีต รมช.คลัง อธิบายว่า “กระบวนการทุจริตในขั้นตอนการลงทะเบียนเกษตรกรไม่ต่างจากการลงทะเบียนเกษตรกรโครงการประกันรายได้ รัฐบาลรับฟังข้อท้วงติงจากทุกฝ่ายทุกครั้งที่ปรากฏว่ามีข้อมูลแสดงถึงปัญหาการทุจริตในขั้นตอนใด กระบวนการใด รัฐบาลจะมอบหมายให้กขช.ไปปรับปรุงกระบวนการทุกครั้ง

การดำเนินการในช่วงต้นน้ำและกลางน้ำ รัฐบาลมีกระบวนการ ขั้นตอนการปฏิบัติ การกำหนดเงื่อนไข และคณะกรรมการควบคุมในทุกขั้นตอน เมื่อพบว่ายังมีการทุจริตรัฐบาลก็ติดตามหาผู้รับผิดชอบและส่งดำเนินคดีก่อนที่จะถูกรัฐประหาร ซึ่งทั้งหมดนี้ปรากฏเป็นหลักฐานชัดเจน

ในแง่ของปลายน้ำเป็นปัญหาในแง่ของการบริหารโครงการ ซึ่งต้องพิจารณาปรับแก้ระบบการบริหารโครงการและลงโทษผู้กระทำผิด ซึ่งเป็นความรับผิดชอบของผู้ที่ได้รับมอบหมายให้นำนโยบายไปปฏิบัติ ในแง่นี้ รัฐมนตรี ข้าราชการ เอกชน และประชาชนที่เกี่ยวข้อง อยู่ระหว่างการถูกดำเนินคดีเพื่อให้เกิดความชัดเจนว่ามีการคอร์รัปชั่นอย่างไร

ขณะที่ข้อหาว่า ทำให้ชาวนาฆ่าตัวตายกว่า 16 รายนั้น ทีมทนายความจะต่อสู้ตามแนวทางที่ว่า เมื่อพิจารณาสาเหตุการฆ่าตัวตายนั้น เกิดจากการไม่ได้รับเงินจากการนำข้าวมาจำนำ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ได้เกิดจากการบริหารงานของรัฐบาลหรือการปราศจากเงินในการจ่ายให้ชาวนา แต่เกิดจากกระบวนการขัดขวางของกลุ่ม กปปส.ที่ไม่ให้รัฐบาลดำเนินการจ่ายเงินตามโครงการ

และสุดท้าย จะเป็นการตั้งคำถามกับสังคมว่า ตกลงแล้วเราควรสำนึกกันหรือไม่ว่า เกษตรกรเสียสละเพื่อพัฒนาประเทศมาก่อนใคร ถึงเวลาหรือยังที่ต้องตอบแทนพวกเขาบ้าง รวมทั้งเราต้องการให้รัฐบาลที่เข้ามาบริหารประเทศดำเนินนโยบายสาธารณะแบบไหน หรือว่าเราจะไม่มีนโยบายสาธารณะที่จะมุ่งแก้ปัญหาประชาชนกันอีกต่อไป

แนวทางต่อสู้ทั้งหมดที่วางไว้ จะบรรลุเป้าหมายหรือไม่ การพิจารณาคดีครั้งแรกเพื่อสอบคำให้การจำเลยในวันที่ 19 พฤษภาคม คงได้รู้กัน!