วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สุวพันธุ์'เชื่อคณะสงฆ์ไม่มาชุมนุม31มี.ค.

“สุวพันธุ์” สักการะ มส. แสดงความห่วงใยสถานการณ์พระ-ฆารวาส นัดเจริญพระพุทธมนต์ 31 มีนาคมนี้ แต่ยังเชื่อคณะสงฆ์ไม่มาชุมนุมแน่

ที่อาคารสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ พุทธมณฑล จ.นครปฐม ได้มีการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) โดยมีสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฎิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นประธาน โดยในช่วงก่อนการประชุมนั้น นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) และพล.อ.เอกชัย ศรีวิลาส ประธานคณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปกิจการศาสนา ในคณะกรรมาธิการปฏิรูปค่านิยม ศิลปะ วัฒนธรรม จริยธรรมและการศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) พร้อมคณะเข้ากราบนมัสการ

นายสุวพันธุ์ กล่าวภายหลังเข้าสักการะกรรมการ มส. ว่า จุดประสงค์ที่ตนมาในวันนี้เพื่อเข้ากราบสักการะสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช และกราบเรียนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา ตลอดจนแนวทางการทำงานของรัฐบาลว่า หากจะดำเนินการเรื่องใด จะมีการปรึกษาหารือกับทางคณะสงฆ์อย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม จากกรณีที่หลายฝ่ายมีข้อกังวลเกี่ยวกับข้อศึกษาของนายไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนานั้น ทางรัฐบาลกำลังรอผลการศึกษาดังกล่าวอยู่ จึง ไม่สามารถแสดงความคิดเห็นใดๆ ได้ ซึ่งต่อไปหากได้รับรายงานข้อเสนอดังกล่าวแล้ว ก็จะนำมาหารือกับทางคณะสงฆ์อย่างเป็นทางการ

สำหรับประเด็นที่จะเครือข่ายคณะสงฆ์และฆราวาสว่า 10,000 รูป/คน จะเดินทางมาร่วมพิธีสวดมนต์ เจริญพระพุทธมนต์ ณ ลานพระบรมรูปทรงม้าในวันที่ 31 มีนาคมนั้น ตนไม่ได้นำเข้าหารือกับ มส.แต่โดยส่วนตัวมองว่าพระสงฆ์คงจะไม่มา และขอกราบนมัสการท่านว่า ขอให้เป็นเรื่องของรัฐบาลที่จะทำงานร่วมกับคณะสงฆ์ซึ่งจะมีการทำงานหลายเรื่อง ทั้งการพัฒนาของสงฆ์การแก้ไขกฎหมายหลายฉบับโดยต้องการรับฟังความคิดเห็นและการทำประชาพิจารณ์ควบคู่กันไปด้วย อีกทั้งคณะกรรมการชุดนายไพบูลย์ได้ยุติบทบาทไปแล้ว เหลือแต่รอผลการศึกษาจากคณะกรรมการชุดดังกล่าวอย่างเป็นทางการ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนของรองนายกรัฐมนตรีมีความเห็นเกี่ยวกับผลการศึกษาของคณะกรรมการปฏิรูปฯชุดของนายไพบูลย์ ที่เน้นย้ำการตรวจสอบทรัพย์สินของวัดและพระสงฆ์อย่างไร นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า ประการแรกเห็นว่า คณะสงฆ์มีพระธรรมวินัยกำกับอยู่แล้ว ส่วนจะมีวัดหรือพระองค์ใดที่จะปฏิบัติแตกต่างกันบ้างก็จะมีวิธีการปกครองของคณะสงฆ์สามารถดำเนินการปกครองกันได้ ซึ่งยังไม่ได้นำเรื่องนี้เข้าหารือในที่ประชุม มส.แต่อย่างใด เนื่องจากยังไม่ได้รับรายงานผลการศึกษาดังกล่าวจึงไม่สามารถตอบได้ ส่วนการมาของตนในวันนี้ ยืนยันว่า ไม่ได้ขอให้ยุติการเคลื่อนไหวในวันพรุ่งนี้ เพราะเป็นเรื่องของกิจการคณะสงฆ์เพียงแต่มารายงานประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทางพระพุทธศาสนา รวมถึงข้อห่วงใยเรื่องการสวดมนต์ อีกทั้งสถานที่ดังกล่าวก็มีการจัดงานกาชาดอยู่ ขณะเดียวกันก็ทราบมาว่าทางคณะสงฆ์เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างดี และขอให้มั่นใจว่ารัฐบาลจะทำงานร่วมกับคณะสงฆ์ ซึ่งทราบว่าทุกฝ่ายมีความหวังดีต่อพระพุทธศาสนาอยากให้พระพุทธศาสนามีความก้าวหน้าและได้รับความศรัทธา

“ ขณะนี้ผมได้ยินว่า พระท่านคงไม่มากันแล้ว แต่ก็ไม่ได้ยืนยันว่าท่านจะไม่มา เพียงแต่ตั้งความหวังว่าท่านจะไม่มาเฉยๆ และจะขอท่านว่า ท่านอย่ามา คิดว่า คณะสงฆ์ที่ต้องการมาสวดมนต์หรือมาให้ข้อคิดเห็นในวันพรุ่งนี้ ผมคิดว่าท่านมีความเข้าใจทุกอย่างดี ทั้งในส่วนของรัฐบาล กรรมการ มส. ซึ่งรัฐบาลก็รับทราบถึงข้อกังวลของคณะสงฆ์ที่มีการใช้คำรุนแรง วิพากษ์วิจารณ์ในที่ประชุม สปช.แล้ว ผมเองก็นั่งฟังอยู่ ทุกอย่างตอนนี้รัฐบาลรับมาดูแล และผมคิดว่า อยากให้คณะสงฆ์ทั่วประเทศเชื่อมั่นอยู่อย่างหนึ่งว่า รัฐบาลมีวิธีการทำงานและทำทุกอย่างให้ถูกต้องและเหมาะสม จะเกิดผลสัมฤทธิ์ที่ดีต่อพระพุทธศาสนา เพราะสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันหลักของประเทศไทย จะทำอะไรต้องละเอียดรอบคอบ” นายสุวพันธุ์ กล่าว

ด้านพล.อ.เอกชัย ศรีวิลาส ประธานคณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปกิจการศาสนา ในคณะกรรมาธิการปฏิรูปค่านิยม ศิลปะ วัฒนธรรม จริยธรรมและการศาสนา สปช. กล่าวว่า ตนได้มากราบรายงานให้ที่ประชุมมส.ได้รับทราบถึงแนวทางการทำงานของคณะอนุกรรมาธิการฯ ใน 5 ด้าน คือ1.ฟื้นฟูองค์กรศาสนา 2. การทำให้ศาสนาเชื่อมโยงถึงองค์กร บุคคลในสังคม 3.การเสริมสร้างศาสนสัมพันธ์ให้ศาสนาอยู่ร่วมกันอย่างไม่มีความขัดแย้ง 4. นำหลักธรรมเข้าไปสู่สถานศึกษาซึ่งถือเป็นต้นกำเนิดของการปลูกฝังคน และ5.การใช้สื่อช่วยเผยแพร่ข้อมูลทางพระพุทธศาสนาอย่างถูกต้อง

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่จะมีการจัดการทรัพย์สินของวัดและพระ พล.อ.เอกชัย กล่าวว่า ถ้าเป็นเรื่องอะไรเกี่ยวข้องกับมหาเถรสมาคม(มส.) ซึ่งมีวินัยสงฆ์ พระจะดำเนินการเอง ทางเราไม่สามารถเข้าไปดำเนินการได้ เพียงแต่ทำหน้าที่ให้การสนับสนุน ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า ที่จะมีการเสนอให้รื้อโครงสร้างของคณะสงฆ์ พล.อ.เอกชัย กล่าวว่า ชุดนั้นไม่ใช่ชุดของตน คนละชุดกัน ชุดของตนฟื้นฟูกิจการพระพุทธศาสนา เรื่องของพระ ก็ต้องให้พระท่านเป็นผู้ดำเนินการ โดยชุดนี้เป็นชุดที่ตั้งขึ้นมาตั้งแต่มีการตั้งสปช.และจะทำงานจนสปช.หมดวาระ ถือเป็นคนละชุดกับชุดคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สปช.

“ช่วงที่มีการอภิปรายเกี่ยวกับรายงานผลการพิจารณาศึกษาการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา ผมก็เห็นต่างไม่อยากให้มีการถ่ายทอดสื่อออกไป เพราะต้องยอมรับว่า หากพุทธศาสนิกชนและพระสงฆ์ฟังแล้วเกิดความไม่เข้าใจ ก็จะเกิดกระแสการต่อต้านเนื่องจากเรื่องศาสนาเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ต้องยอมรับว่า สปช.ทุกก็มีความฝ่ายเห็นต่าง โดยเฉพาะเรื่องของศาสนา ดังนั้น การฟื้นฟูศาสนา ต้องอาศัยความเมตตาต่อกัน ซึ่งคาดว่าในเร็วๆนี้ คณะอนุกรรมาธิการฯ จะเสนอแผนยุทธศาสตร์การฟื้นฟูศาสนาทั้ง 5 ข้อ ต่อสปช.” พล.อ.เอกชัย กล่าว