วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กมธ.ยกร่างฯเชื่อไร้ประเด็นที่มานายกฯคนนอก-ที่มาสว.

กมธ.ยกร่างรธน. เคาะ 23 ประเด็นที่ต้องหาข้อสรุป ก่อนส่งให้สปช. ไร้ประเด็นที่มานายกฯ คนนอก-ที่มาส.ว.

ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่ได้พิจารณาถึงรายละเอียดประเด็นที่ยังค้างการพิจารณา ซึ่งที่ประชุมได้มีข้อสรุปว่า ประเด็นที่ค้างพิจารณา มีทั้งสิ้น 23 มาตรา ที่ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จก่อนจะส่งรายงานไปให้สภาปฏิรูปแห่งชาติ พิจารณาในช่วงวันที่ 20 – 26 เม.ย. นี้ โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1.การกำหนดสัดส่วนของสตรี ในมาตรา 76 ว่าด้วยการกำหนดสัดส่วนเพศตรงข้ามไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ในผู้สมัครส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และมาตรา 212 ว่าด้วยสัดส่วนสตรีไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของสมาชิกสภาท้องถิ่น, 2.กระบวนการตราพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ในมาตรา 154 ในส่วนของการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ที่ถูกยับยั้ง, 3.องค์ประกอบของกรรมาธิการ ในมาตรา 158 กรณีให้ผู้แทนองค์กรเอกชนร่วมเป็นกมธ.วิสามัญฯ , 4.การลงมติไม่ไว้วางใจ ในมาตรา 166 กรณีที่กำหนดว่ากรณีลงมติไม่ไว้วางใจนายกฯด้วยเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่ง ให้สภาฯ สิ้นสุดลง, 5.คุณสมบัติของรัฐมนตรี ในมาตรา 175 ว่าด้วยคุณสมบัติเรื่องการต้องคำพิพากษาให้จำคุก และการแสดงสำเนาแสดงรายการเสียภาษีเงินได้ย้อนหลัง, 6.การกำหนดหน้าที่ของนายกฯ และรัฐมนตรี ในมาตรา 178 ว่าด้วยการกำหนดให้เข้าร่วมประชุมสภาฯ วุฒิสภา และรัฐสภา และถือเป็นภารกิจสำคัญ

7.การพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะของคณะรัฐมนตรี ในมาตรา 184 ว่าด้วยกรณีรัฐมนตรีต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ, 8.การทำหนังสือสัญญา ในมาตรา 193 ว่าด้วยการพิจารณาหนังสือสัญญาในชั้นกรรมาธิการต่างประเทศของรัฐสภา, 9.การจัดสรรงบประมาณ ในมาตรา 202 ว่าด้วยการห้ามนำงบประมาณที่ได้จากการแปรญัตติในทางลดหรือตัดทอนรายการหรือจำนวนรายการไปจัดสรรสำหรับรายการ กิจกรรม แผนงานหรือโครงการที่ตั้งขั้นใหม่, 10.การแต่งตั้งปลัดกระทรวงทำหน้าที่นายกฯ ในมาตรา 207 ในประเด็นการนำเสนอรายชื่อบุคคลที่สมควรได้รับแต่งตั้งต่อนายกฯ เพื่อนำความกราบบังคมทูลเพื่อพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งให้ดำรงตำแหนง่ปลัดกระทรวงหรือหัวหน้าส่วนราชการเทียบเท่าปลัดกระทรวง หรือย้าย หรือให้บุคคลดังกล่าวพ้นจากตำแหน่ง, 11.การกำหนดรูปแบบองค์กรบริหารท้องถิ่น ในมาตรา 211 ว่าด้วยการบริหารจัดการตามภูมิสังคมแต่ละพื้นที่, 12.การจัดทำประมวลกฎหมายท้องถิ่น ในมาตรา 213 ประเด็นการทำประมวลกฎหมายท้องถิ่น, 13.การมีส่วนร่วมของประชาชนหรือชุมชนในเรื่องที่เกี่ยวกับท้องถิ่น ในมาตรา 215 ว่าด้วยการให้สิทธิประชาชนร่วมบริหารงานองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นในการเปลี่ยนแปลงเขตการปกครองท้องถิ่น, 14.คณะกรรมการดำเนินการแต่งตั้งข้าราชการส่วนท้องถิ่น ในมาตรา 216 ว่าด้วยคณะกรรมการดำเนินการแต่งตั้งข้าราชการส่วนท้องถิ่นโดยระบบคุณธรรมประจำจังหวัด

15.อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการดำเนินการจัดการเลือกตั้ง (กจต.) ในมาตรา 268 ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นจะอยู่ในอำนาจของ กจต.หรือไม่, 16.วาระการดำรงตำแหน่งของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และประธาน ป.ป.ช. ในมาตรา 271 ที่มีผู้หารือให้กำหนดวาระผู้ดำรงตำแหน่งประธาน และลดวาระการทำหน้าที่ป.ป.ช., 17.การเขียนเรื่องคดีเกี่ยวกับวินัยการคลังและงบประมาณ ในมาตรา 274 , 18.การควบรวมผู้ตรวจการแผ่นดินและคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในมาตรา 275, 19.การปฏิรูปด้านพลังงาน ในมาตรา 288 ว่าด้วยถ้อยคำที่กำหนดให้การบริหารจัดการพลังงานเพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศและประชาชนอย่างแท้จริ, 20.การปฏิรูปสาธารณสุข ในมาตรา 294 ในประเด็นการปฏิรูปผลผลิตและกระจายบุคลากรทางการแพทย์ไปสู่ชนบทเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ, 21.การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ในมาตรา 301 และมาตรา 302 ประเด็นการดำเนินการพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้ว, 22.สมาคมที่จะเป็นกลุ่มการเมือง ในมาตรา 308และ 23.การตรากฎหมายเกี่ยวกับการชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ในมาตรา 313

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าสำหรับประเด็นที่ค้างการพิจารณานั้น ยังมีรายละเอียดเพิ่มเติมอีก 10 ประเด็น ซึ่งเป็นไปตามข้อเสนอของกมธ.ปฏิรูปคณะต่างๆ และจากพรรคการเมือง ทั้งนี้อยู่ระหว่างการสรุปรายละเอียด เบื้องต้นจะมีประเด็นสำคัญ คือ ที่มานายกฯ ที่ต้องการกำหนดให้เป็น ส.ส. หรือหากไม่เป็นส.ส.ต้องมีเงื่อนไขของการลงมติ เป็นต้น