"บวรศักดิ์"เตรียมปรับร่างรธน. ปมนายกฯคนนอก ใช้มติโหวต 2 ใน 3 ปรับส.ว.เลือกตั้ง77จังหวัด แต่มาเป็นเสียงข้างน้อย ซัดนักการเมืองวิจารณ์ร่างรธน.
นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวปาฐกถาพิเศษในงานเวทีประชาเสวนาหาทางออก เรื่อง สานพลังประชาชนเพื่อปฏิรูปประเทศไทย ซึ่งจัดโดยกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และสถาบันพระปกเกล้า ตอนหนึ่งว่าประเด็นที่มีข้อเรียกร้องให้ทบทวนบทบัญญัติของร่างรัฐธรรมนูญในเรื่องต่างๆ ตนพร้อมที่จะทบทวน อาทิ การกำหนดให้นายกฯ ไม่ต้องเป็น ส.ส. และมีนักการเมืองนำไปขยายความว่า นายกฯ จะเป็นบุคคลภายนอก และยกเหตุการณ์ช่วงพฤษภาคม พ.ศ.3535 มาเทียบเคียง ซึ่งตนขอชี้แจงว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะไม่ก่อให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว เพราะบทบัญญัติในร่างรัฐธรรมนูญกำหนดให้เลือกนายกฯ จากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรโดยการลงคะแนนจาก ส.ส.แบบเปิดเผย ดังนั้นส.ส.เสียงข้างมากในสภาฯ จะยอมให้คนนอกเข้ามาเป็นนายกฯ ได้หรือ และประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่มาจากพรรคการเมืองเสียงข้างมากในสภาฯ ฐานะประธานรัฐสภาเป็นผู้นำชื่อผู้ได้รับเลือกเป็นนายกฯ ขึ้นทูลเกล้าฯ
ดังนั้นเมื่อเขียนกำหนดไว้เช่นนั้นเหตุการณ์อย่างพฤษภาคม 2535 จะไม่เกิดแน่ เพราะเหตุการณ์ตอนนั้นประธานวุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้งในฐานะประธานรัฐสภาเป็นผู้นำชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ และการเลือกนายกฯ ไม่ได้มาจากสภาฯ แต่มาจากการส่งจดหมายถึงหัวหน้าพรรคการเมืองและให้พรรคการเมืองเขียนชื่อบุคคลที่ต้องการให้เป็นนายกฯ ทั้งนี้มีข้อเสนอให้เขียนให้ชัดเจนว่านายกฯ ต้องมาจาก ส.ส. ตนมองว่าหากเขียนระบุไว้ อาจเกิดกรณีฉีกรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 57 ได้อีก ขณะที่ข้อเสนอว่าให้เขียนเงื่อนไขนายกฯ คนนอก สามารถมาได้ในสถานการณ์วิกฤต หากเขียนอาจก่อให้เกิดวิกฤตซ้อนวิกฤตได้ ว่าสถานการณ์อะไร คือความวิกฤต และอาจส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความโดยระหว่างที่รอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ อาจมีการตีกันขึ้นได้ นอกจากนั้นมีข้อเรียกร้องให้กำหนดเงื่อนไขให้ชัดเจนระหว่างนายกฯ ที่เป็น ส.ส. กับนายกฯที่ไม่เป็น ส.ส. จะเอาหรือไม่หากเขียนไว้ว่าหากนายกฯ มาจาก ส.ส. ต้องใช้เสียงเกินครึ่งของสมาชิกสภา และหากไม่ใช่ ส.ส. ต้องใช้เสียงเลือก 2 ใน 3 จะรับได้หรือไม่
นายบวรศักดิ์ กล่าวด้วยว่าสำหรับวุฒิสภาที่ออกแบบให้เป็นสภาถ่วงดุลกับสภาผู้แทนราษฎร ทั้งนี้มีผู้กล่าวว่าที่มาส.ว.เป็นการลากตั้ง ทั้งที่ความจริงไม่ใช่การลากตั้งแต่เป็นการเลือกผ่านกลุ่ม ผ่านตัวแทน และเปิดโอกาสให้ตัวแทนวิชาชีพ เช่น เกษตรกร ที่ไม่สามารถลงสนามเลือกตั้งหรือแข่งขันในสนามการเมืองได้เข้ามามีส่วนร่วมในทางการเมืองผ่านวุฒิสภา ซึ่งนักเลือกตั้งไม่ชอบ เพราะต้องการให้มีเลือกตั้งโดยตรง ทั้งนี้กรณีการเรียกร้องให้มี ส.ว.มาจากการเลือกตั้งทางตรงจำนวนมาก ตนพร้อมทบทวน หากจะให้มีเลือกตั้งก็ได้เพียง 77 จังหวัดและจะกลายเป็ฯเสียงข้างน้อย ขณะที่การเปลี่ยนแปลงการเลือกตั้งจากเดิมที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นผู้ดำเนินการไปเป็นคณะกรรมการจัดการเลือกตั้ง (กจต.) เพราะที่ผ่านมาได้พบปัญหาว่า กกต. ไม่สามารถจับผู้ที่ดำเนินการซื้อเสียงเลือกตั้ง ในฐานะหัวคะแนนได้เลย จับได้แค่นักเลือกตั้งเท่านั้น เพราะคนที่จ่ายเงินซื้อเสียงในพื้นที่นั้นเป็นคนพรรคพวกเดียวกันกับ กกต. หากจับได้ กกต. อาจได้รับผลกระทบ
"ร่างรัฐธรรมนูญได้ให้สิทธิ เสรีภาพ แก่พลเมืองเป็นสาระสำคัญ แต่ที่ผ่านมาสื่อมวลชนไม่เคยนำไปถ่ายทอด เพราะไปฟังแต่นักการเมือง ถือว่าเสียงนักการเมืองเป็นใหญ่ ทั้งนี้นักการเมืองไม่เคยแยแสประชาชนว่าเขาจะได้สิทธิ และเสรีภาพเพิ่มแค่ไหน ที่ผ่านมาการให้สัมภาษณ์นักการเมืองก็พูดแต่ประโยชน์และสิทธิของตนเองเท่านั้น ดังนั้นผมขอยืนยันว่าสิทธิ เสรีภาพไม่ใช่มาด้วยความเมตตา หรือจากการให้อภัย ประชาชนต้องทวง โดยเฉฑาะจากคนที่ทำหน้าที่แทนประชาชน คือ นักการเมืองที่มักทำตัวเป็นนายประชาชน ทั้งนี้ตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา ผมถูกโจมตี จนถูกเรียกว่าเป็นตำบลกระสุนตก เพราะโจมตีฝ่ายเดียวจากสื่อมวลชน ดังนั้นผมขอให้ประชาชนช่วยกันหน่อยหากเห็นว่ารัฐธรรมนูญนี้ไปได้ ไม่เช่นนั้นรัฐธรรมนูญถูกตีตกแน่ 100 เปอร์เซ็นต์" นายบวรศักดิ์ กล่าว
นายบวรศักดิ์ ยังกล่าวถึงการยกร่างรัฐธรรมนูญด้วย ว่า 80 ปีที่ผ่านมาประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญใช้มาแล้ว 20 ฉบับ และฉบับที่อยู่ระหว่างการยกร่างขณะนี้ ถือเป็นฉบับที่ 21 ทั้งนี้กรณีที่ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญมากฉบับไม่ถือเป็นสิ่งที่น่าดีใจ เพราะสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลง ทั้งจากการเรียกร้องของประชาชนและจากรัฐประหาร ทั้งนี้การรัฐประหารไม่ใช่สิ่งที่ดี แต่การรัฐประหารรอบล่าสุดนั้นเกิดจากความขัดแย้งของสังคมไทยที่รุนแรง และถึงขั้นจะชักนำให้แบ่งการปกครองประเทศ นอกจากนั้นความขัดแย้งรอบดังกล่าวยังพบว่ามีการชุมนุมบนถนน มีเหตุยิงกันรายวัน และประชาชนทนไม่ได้ ทำให้ทหาร ในฐานะผู้รักษาความสงบจึงต้องออกมาดำเนินการเพื่อรักษาความสงบ และหากปล่อยให้เป็นเช่นนั้นประเทศไทยจะอยู่รั้งท้ายในกลุ่มประเทศอาเซียน และอยู่หลังประเทศลาว
"เหตุผลที่ประเทศไทยเป็นเช่นนั้น มีนักวิชาการเชื่อว่าเพราะเกิดจากการจัดสรรทรัพยากรและความมั่งคั่งที่ไม่เป็ฯธรรม มีความเหลื่อล้ำมหาศาล โดยข้อมูลพบว่าทั้งประเทศนี้ มี บุคคลเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ เป็นเจ้าของทรัพยากรทั้งสิ้น 70 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่คนอีก 90 เปอร์เซ็นต์ของประเทศ กลับเป็นเจ้าของทรัพยากรเพียง 30 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ขณะที่การสำรวจบัญชีเงินฝากของคนไทยในธนาคารพาณิชย์พบว่ามีคนเพียง 3.5 หมื่นราเป็นเจ้าของเงินฝากในธนาคารเป็นส่วนใหญ่ หากมีใครถามว่าเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ลดช่องว่าความมั่งมีกับคนไม่มี ก็ใช้นโยบายประชานิยม ลด แลก แจก แถมมไม่ดีหรือ คำตอบที่ได้คือ นโยบายประชานิยมไม่ได้เปลี่ยนแปลงการจัดสรรทรัพยากรให้เป็นธรรม เพียงแต่เอาเงินของอนาคตมาใช้ในปัจจุบันและผลักหนี้ไปสู่อนาคต ดังนั้นจึงเห็นว่าในประเทศแถบลาตินอเมริกาที่ใช้นโยบายประชานิยม มีช่องว่าระหว่างความร่ำรวยและความจนมาก" นายบวรศักดิ์ กล่าว





