วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปัญหา'แรงงานต่างด้าว' กับรัฐในภาวะ 'ลิงแก้แห'

ปัญหา“แรงงานต่างด้าว” กับรัฐในภาวะทับซ้อนอยู่กับการ"ค้ามนุษย์" และผูกเกี่ยวกับ"สิทธิมนุษยชน"กันอย่างแยกไม่ออก

ปมปัญหาแรงงานภาคอุตสาหกรรมประมงนอกน่านน้ำที่กลับมาเป็นประเด็นร้อนอยู่ในขณะนี้ หากจะกล่าวไปก็เป็นเพียงมิติหนึ่งของ “ปัญหาแรงงาน” ซึ่งทับซ้อนอยู่กับปัญหา “ค้ามนุษย์” และผูกเกี่ยวกับ “สิทธิมนุษยชน” กันอย่างแยกไม่ออก

แม้ทุกวันนี้ภาครัฐพยายามบูรณาการทุกฝ่ายเพื่อไล่ตามแก้แต่ละปมปัญหาที่ส่งผลกระทบด้านลบต่อการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมของประเทศมาอย่างต่อเนื่อง แต่ดูเหมือนหลายๆ มาตรการที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำมาใช้นั้นยังไม่เข้าใกล้คำว่าสัมฤทธิ์ผล มิหนำซ้ำบางมาตรการกลับยิ่งซ้ำเติมปัญหา

ความคิดเห็นและข้อเสนอจากหลายๆ ฝ่ายที่สะท้อนผ่านเวทีสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “ทิศทางการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าว” ที่กรมการจัดหางาน (กกจ.) กระทรวงแรงงาน จัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ จึงเป็นเครื่องยืนยันซึ่งไม่อาจปฏิเสธได้

นายวรานนท์ ปีติวรรณ รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) บอกว่า ปัจจุบันนายจ้างออกมาเปิดเผยแค่ความต้องการแรงงานที่ขาดแคลน แต่ไม่เคยมีมาตรการรักษาแรงงานให้อยู่ในอุตสาหกรรมการประมงต่อโดยไม่หนีไปทำงานที่อื่น ซึ่งต้องมีเรื่องค่าจ้างและสวัสดิการที่ดีในการจูงใจ พร้อมทั้งปฎิบัติตามกฎหมายด้วย

พร้อมกันนั้นเขาเรียกร้องให้กลุ่มองค์กรพัฒนาเอกชน หรือเอ็นจีโอ เข้าให้ข้อมูลกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หากพบว่า มีปัญหาจุดใดควรมีการสื่อสารและแจ้งจุดที่ควรตรวจจับก่อนรายงานในต่างชาติรับทราบเพราะไม่เป็นผลดีต่อประเทศไทย

นายแม็ก ทูนยอน ผู้ประสานงานอาวุโสโครงการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิแรงงานข้ามชาติ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) เห็นว่า การแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานประเทศไทยควรมีนโยบายระยะยาวและสอดคล้องกับความต้องการของประเทศ

กล่าวคือ การประเมินความต้องการในตลาดแรงงานของเราว่า เรามีความต้องการต่อแรงงานอย่างไร ซึ่งวิธีการประเมินนั้นดูจากความต้องการของนายจ้าง หรือภาคการผลิตต่างๆ ตลอดจนทักษะของแรงงานควรมีความหลากหลาย

โดยกระบวนการที่จะประเมินตลาดแรงงาน อาจอยู่ในรูปแบบ “งานวิจัย” ซึ่งร่วมมือกับสถาบันวิจัย อย่างเช่น สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ที่จะช่วยในการประเมินครั้งนี้

นอกจากนี้ งานวิจัยต้องมีการหารือกับกลุ่มนายจ้างด้วย เพื่อให้ได้ข้อมูลความต้องการของตลาดที่แท้จริง
ส่วนกลุ่มนายจ้างภาคประมงควรมีการปรับปรุงเรือ เพื่อลดจำนวนลูกเรือ โดยทำให้เรือมีความทันสมัย ลดการพึ่งพิงความต้องการแรงงานก็จะเป็นสิ่งที่ช่วยแก้ไขปัญหาได้

ขณะที่กองทุนเพื่อการส่งคนต่างด้าวกลับออกไปนอกราชอาณาจักร ซึ่งกำหนดในร่าง พ.ร.บ.การทำงานแรงงานต่างด้าวนั้น เขาเห็นว่า ควรพิจารณาว่าจะยกเลิกหรือไม่หรือคงไว้อย่างไร เนื่องจากพบว่ามีปัญหาในเรื่องการรับเงินคืนที่แรงงานต่างด้าวมองว่ายุ่งยาก

อีกทั้งยังไม่เห็นโทษของผู้ยึดเอกสารแรงงาน แต่มีการปรับโทษของแรงงานที่ไม่สามารถแสดงเอกสารให้สูงขึ้น ทั้งที่บทลงโทษควรจะมีทั้ง 2 ด้าน

เขามองว่า การเปลี่ยนนายจ้างของแรงงานต่างด้าวในไทยควรมีการยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น แม้ในระเบียบของไทยจะมีเงื่อนไขในข้อกำหนดให้เปลี่ยนนายจ้างได้ ซึ่งต้องมีความชัดเจน

นอกจากนี้ควรมีการหารือเพิ่มเติมเรื่องการจ้างงานผ่านระบบตัวแทน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาด้านการคุ้มครองแรงงานและสิทธิประโยชน์ต่างๆ

ด้าน นางณภัทร สาประเสริฐ ผู้จัดการสมาคมประมงแห่งประเทศไทย บอกว่า สมาคมประมงแห่งประเทศไทย ได้ร่วมกับ ไอแอลโอ ในการทำการปฏิญาณตนการทำประมงที่ดี ตั้งแต่ปี 2555 และได้นำมาใช้ในกลุ่มสมาชิกในปีที่ผ่านมา

"ถึงเวลาแล้วที่ผู้ประกอบการประมงต้องปรับตัวให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลง แต่การดำเนินการต้องค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งปัจจุบันสมาคมประมงเริ่มมีการทำสัญญาประมงและมีการปรับตัวที่ดีขึ้นตามที่ภาคการประมงรับได้"

ส่วนผู้แทนเครือข่ายองค์กรประชากรข้ามชาติอย่าง นางสาวปรีดา ทองชุมชน เห็นว่า ที่ผ่านมาเราเรียกร้องรัฐบาลมีการปรับปรุงหรือแก้ไขนโยบายไปในทางส่งเสริมสิทธิแรงงานข้ามชาติ แต่เรื่องนี้ทางนายจ้างก็ควรมีโอกาสเข้ามาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับภาคประชาสังคมด้วย

เธอบอกว่า ที่ผ่านมาเกิดความเข้าใจผิดว่า ทำไมเอ็นจีโอ ต้องรายงานหรือนำเสนอข้อมูลไปที่ต่างประเทศ เนื่องจากเราพบว่าแรงงานข้ามชาติมีสภาพเข้าไม่ถึงความเป็นธรรมในหลายประเด็นอันเนื่องมาจากกฎหมายหรือการบังคับใช้กฎหมายที่ทำให้แรงงานเข้าไม่ถึงความยุติธรรม

นอกจากนี้ พบว่า กลุ่มแรงงานในกิจการประมงและกลุ่มแรงงานในภาคส่วนอื่นๆ เช่น แม่บ้าน เกษตรกร ยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงการคุ้มครอง

สิ่งนี้อาจจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้การส่งเสริมหรือดึงดูดให้แรงงานมีความสนใจที่จะทำงานในกลุ่มนี้ เนื่องจากสิทธิแรงงานและสวัสดิการมีน้อย

ขณะที่แรงงานภาคประมง ต้องยอมรับมีความเสี่ยงค่อนข้างสูงในเรื่องความปลอดภัย ซึ่เคยรับเรื่องร้องเรียน เช่น กรณีแรงงานประมงขึ้นทะเบียน ประสบอุบัติเหตุจนขาขาด ทำให้ประสบปัญหาการเข้าถึงเงินกองทุนทดแทนค่อนข้างยาก จึงมองว่าไม่มีอะไรจูงใจ และทำให้แรงงานไม่กล้าที่จะเข้ามาทำงาน จึงขอให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมาดูแลตรงจุดนี้

นางสาวซาร์ นิลิน สัญชาติเมียนมาร์ จาก หจก.ไทยโกลเดนส์มายเซอร์วิส บอกผ่านล่ามว่า ที่ผ่านมาพบปัญหาแรงงานที่มีเอกสารเปลี่ยนแปลงนายจ้าง ทั้งที่แรงงานไม่ได้ขอเปลี่ยนแปลงนายจ้าง

อีกทั้งยังเกิดปัญหาข้อมูลเลข 13 หลักที่ซ้ำกัน ตลอดจนการเบิกจ่ายเรื่องประกันสังคม เช่น เรื่องการคลอดบุตร ยากลำบาก ไม่สามารถเพิกจ่ายได้ หรือเบิกเงินค่อยข้างยากลำบาก รวมทั้ง ปัญหาที่มีเอกสารครบแต่ถูกตำรวจจับ

ดังนั้น จึงขอร้องให้ภาครัฐ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องดูแลจัดการปัญหาเหล่านี้ด้วย