วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

อภิปรายร่างรธน.กำหนดตัวคน-คำขอแก้ไขร่าง

เปิดประเด็นร่างรธน. ที่กมธ.ปฏิรูปการเมือง เตรียมหารือเพื่ออภิปรายในที่ประชุมสปช. เม.ย. นี้ กำหนดตัวคนอภิปราย-ประเด็นคำขอแก้ไขร่างรธน.

นายนิรันดร์ พันทรกิจ กรรมาธิการ (กมธ.) ปฏิรูปการเมือง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ฐานะคณะทำงานเพื่อเตรียมประเด็นที่ควรพิจารณาต่อการร่างรัฐธรรมนูญ ให้กับการประชุมเชิงปฏิบัติการของกมธ.ปฏิรูปการเมือง ระหว่างวันที่ 26 – 27 มี.ค. เปิดเผยว่าในประเด็นที่จะนำไปพิจารณาขณะนี้มีทั้งสิ้น 6 กรอบใหญ่ ได้แก่ กรอบ1 ว่าด้วยรัฐสภา ที่จะประกอบด้วย ที่มาส.ส., การได้มาซึ่ง ส.ว. กรอบอำนาจการทำงาน, กรอบ 2 ว่าด้วยคณะรัฐมนตรี, กรอบ 3 ว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างรัฐมนตรี และรัฐสภา, กรอบ 4 ว่าด้วยพรรคการเมือง, กรอบ 5 ว่าด้วยระบบการเลือกตั้ง และ กรอบ6 ว่าด้วยเรื่องอื่นๆ เช่น องค์กรตามรัฐธรรมนูญซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ, สมัชชาคุณธรรม, สมัชชาพลเมือง เป็นต้น

ทั้งนี้ในกรอบหลักดังกล่าวจะประกอบด้วยประเด็นย่อย อีกกว่า 20 ประเด็นและคาดว่าจะมี กมธ.ฯ ยกมานำเสนอเพิ่มเติมอีก สำหรับการประชุมเชิงปฏิบัติการดังกล่าวนอกจากจะเป็นการพิจารณาในเนื้อหาสาระของร่างรัฐธรรมนูญที่ควรปรับปรุงเพื่อทำเป็นข้อสังเกตในการอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญ ในที่ประชุมสปช. แล้วยังเป็นการกำหนดตัวบุคคลที่จะอภิปราย และวางประเด็นคำขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญอีกด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับประเด็นย่อย ที่ กมธ.ฯ เตรียมนำเข้าสู่การพิจารณานั้น เบื้องต้นแบ่งเป็นข้อเสนอจากนายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ประธาน กมธ.ฯ จำนวน 15 ประเด็น อาทิ กรณีให้ ส.ส.เลือกนายกฯ โดยไม่กำหนดว่าบุคคลที่จะได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯ ต้องมาจาก ส.ส. ทำให้เข้าใจว่าบุคคลภายนอกสามารถมาเป็นได้ แม้จะไม่ใช่ในสถานการณ์วิกฤต หากบุคคลภายนอกได้รับเลือกเป็นนายกฯ จะทำให้ระบอบประชาธิปไตยประเทศไทยมีเฉพาะฝ่ายนิติบัญญัติที่เชื่อมโยงกับประชาชน, กรณีให้นำรายชื่อรัฐมนตรีส่งให้วุฒิสภาตรวจสอบก่อนทูลเกล้าฯ โดยไม่มีการลงมติเห็นชอบหรือไม่ จึงมีประโยชน์น้อย, 3.การเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม เพื่อไม่ให้รัฐบาลเข้มแข็งเกินไป จะมีปัญหาคือ กรณีพรรคแกนนำรัฐบาลมีเสียงไม่เกินครึ่ง

แม้มีมาตรการป้องกันรัฐบาลจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจแต่พรรคร่วมรัฐบาลยังมีอำนาจต่อรองผลประโยชน์กับพรรคแกนนำรัฐบาลสูง อาจทำให้กระทบต่อเอกภาพในการบริหารประเทศ, กรณีการให้อำนาจของส.ว.ที่มาจากการเลือกตั้งทางอ้อม มากกว่าส.ส. เช่น ตั้งกรรมการในองค์กรอิสระ, ตรวจสอบประวัติรัฐมนตรี เป็นต้น, กรณีให้ประชาชนลงคะแนนถอดถอนนักการเมืองในวันเลือกตั้ง เป็นสิ่งที่ทำได้ยาก เพราะประชาชนในแต่ละพื้นที่จะปกป้องนักการเมืองของตนเอง, ควรให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง มีอำนาจแจกใบแดง, กรณีมีคำร้องเรื่องทุจริตเลือกตั้ง ควรให้ผู้ถูกต้องอุทธรณ์ต่อศาลได้ภายใน 7 วัน  

ขณะที่ข้อเสนอของนายชาลี เจริญสุข กมธ.ปฏิรูปการเมือง นำเสนอประเด็นการแบ่งพื้นที่เลือกตั้ง ในกรณีการแบ่งพื้นที่ส.ส.บัญชีรายชื่อที่นำ จ.เพชรบุรี และจ.ประจวบคิรีขันธ์ไปรวมกับกลุ่มภาคใต้ และไม่นำจำนวนประชากรมาเป็นตัวกำหนดการกำหนดพื้นที่เลือกตั้ง ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ และข้อเสียเปรียบ