วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯเวียดนามเยือนไทยมิ.ย.นี้

นายกฯเวียดนามเตรียมเยือนไทยอย่างเป็นทางการเดือนมิถุนายนนี้ พร้อมเข้าร่วมเป็นประธานประชุมครม."ไทย-เวียดนาม"อย่างไม่เป็นทางการ ครั้งที่ 3

รายงานจากกระทรวงต่างประเทศ ได้เปิดเผยว่า นายเหวียน เติ๊น สุง นายกรัฐมนตรีเวียดนามเตรียมที่จะเดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของรัฐบาลไทย ในเดือนมิถุนายนนี้ โดยการเยือนครั้งนี้ของนายเหวียน เติ๊น สุง จะเป็นประธานร่วมกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีร่วมไทย - เวียดนามอย่างไม่เป็นทางการ ครั้งที่ 3 โดยครั้งนี้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ และร่วมกันเฉลิมฉลองครบรอบ 40 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต ไทยและเวียดนาม ในปี 2559

รายงานเปิดเผยอีกว่า สำหรับมูลค่าทางการค้าระหว่างประเทศไทยกับประเทศไทยเวียดนามนั้น  ทั้งสองประเทศได้ตั้งเป้ามูลค่าการค้าเพิ่ม 1 หมื่น 5 พันล้านบาทในปี 2020 โดยทั้งสองฝ่ายพร้อมเดินหน้าหาช่องทางในการขยายการค้าระหว่างกัน โดยใช้ประโยชน์เพื่ออำนวยความสะดวกและผลักดันให้มีการส่งออกและนำเข้าสินค้าระหว่างกันมากขึ้นโดยเฉพาะสินค้าเกษตรที่ทั้งสองฝ่ายมีความร่วมมือระหว่างกัน ได้แก่ ข้าวและยางพารา ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม  ขณะที่ด้านการลงทุน จะมีการพิจารณาเกี่ยวกับข้อเสนอให้หน่วยงานส่งเสริมการลงทุนสองฝ่ายพิจารณาจัดตั้งกลไกหรือคณะทำงานส่งเสริมและคุ้มครองด้านการลงทุนระหว่างกัน เพื่อใช้ความตกลงด้านการลงทุนที่มีอยู่ เช่น ความตกลงคุ้มครองการลงทุน และอนุสัญญายกเว้นการเก็บภาษีซ้อนให้ได้ประโยชน์สูงสุด และส่งเสริมให้ธนาคารไทยมาเปิดสาขาในเวียดนามมากขึ้น 

รายงานข่าวยังแจ้งอีกว่า อย่างไรก็ตามรัฐบาลเวียดนามอนุมัติให้บริษัทปตท. ดำเนินโครงการก่อสร้างโรงกลั่นน้ำมันและโรงงานปิโตรเคมีในเขตเศรษฐกิจเญินโห่ย จ. บิ่งห์ดิ่งห์ รวมทั้ง บริษัท EGAT I ของไทยเข้ามาลงทุนโรงงานผลิตไฟฟ้า ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานทั้งในไทย เวียดนามและภูมิภาค รวมทั้งไทยกับเวียดนามตกลงเปิดเส้นทางรถโดยสาร เดินเรือตามแนวชายฝั่ง 

ด้านการเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคม ในการเยือนประเทศเวียดนามของ พล.อ.ประยุทธ์ เมื่อพ.ย. 2557 ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญยิ่งที่จะช่วยทำให้การรวมกลุ่มของอนุภูมิภาคมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งทางบก น้ำ และอากาศ โดยให้ความสำคัญในการใช้ประโยชน์จาก “เส้นทาง R8 R9 และ R12 เชื่อมต่อไทย ลาวและเวียดนาม” โดยฝ่ายไทยขอเสนอให้เปิดบริการรถโดยสาร ในเส้นทางระหว่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยกับภาคกลางของเวียดนาม (ล่าสุด เรื่องเปิดเส้นทางเดินรถโดยสารเป็นบรรลุเป็นผลสำเร็จ ในการประชุมคณะกรรมาธิการความร่วมมือไทย-เวียดนาม หรือ JCBC ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 20 มี.ค.58) นอกจาก จะเป็นการกระตุ้นการค้าและการลงทุนแล้ว ยังจะเพิ่มการท่องเที่ยวในอนุภูมิภาคโดยรวมด้วย นอกจากนี้ ยังให้สายการบินต้นทุนต่ำเปิดเส้นทางการบินใหม่ ๆ ซึ่งจะเป็นโอกาสทางธุรกิจของสายการบินเองและช่วยสนับสนุนการเชื่อมโยงระหว่างประชาชนและนักธุรกิจของทั้งสองประเทศ รวมทั้งให้มีการพัฒนาการเดินเรือตามแนวชายฝั่งทะเล เพื่อส่งเสริมการขยายตัวของการท่องเที่ยวระหว่างกัน

รายงานข่าวแจ้งต่อไปอีกว่า ไทยกับเวียดนาม ขับเคลื่อนตามแผนปฏิบัติการความเป็นหุ้นส่วนปี 2014-2018  สำหรับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ เวียดนามพร้อมที่จะส่งเสริมความเชื่อมโยงระเบียงเศรษฐกิจ ตะวันออก-ตะวันตก และเหนือ-ใต้ รวมทั้งความร่วมมือในมิติอื่นๆ ทั้ง การศึกษา วัฒนธรรม การท่องเที่ยวและกีฬา รวมทั้งการกระชับความร่วมมือด้านความมั่นคง ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม จะมีความเข้มแข็งในฐานะหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ ต้องดำเนินการตามแผนปฏิบัติการความเป็นหุ้นส่วนปี 2014-2018 เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาอย่างสร้างสรรคแก่อาเซียน และภูมิภาคโดยรวม

สำหรับสถานการณ์ทะเลจีนใต้ ในฐานะผู้ประสานงานอาเซียน - จีน ไทยมุ่งส่งเสริมให้การเจรจาจัดทำ COC มีความคืบหน้า และส่งเสริมให้อาเซียนมีท่าทีร่วมกันเพื่อความสงบในพื้นที่และในภูมิภาค