วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วางระบบให้ 'ผู้ไต่สวนอิสระ' ฟ้องนักการเมืองต่อศาลฏีกาฯ

(รายงาน) วางระบบให้ "ผู้ไต่สวนอิสระ" ฟ้องนักการเมืองต่อศาลฏีกาฯ

ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ วาระพิจารณาทบทวนบทบัญญัติร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา และบันทึกเจตนารมณ์ ในส่วนที่ว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยมีประเด็นพิจารณาสำคัญ คือ มาตรา 257 เป็นบทบัญญัติที่เพิ่มเติมในร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งนำความจากมาตรา 275 วรรคสี่ของรัฐธรรมนูญ 2550 มาพิจารณา


มีสาระสำคัญ คือ ในกรณีที่กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไม่ดำเนินการไต่สวน ไต่สวนล่าช้า หรือไต่สวนแล้ว ไม่ดำเนินการชี้มูลความผิดกรณีที่มีผู้กล่าวหาว่า นายกฯ รัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือประธานวุฒิสภา ร่ำรวยผิดปกติ, ทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญา หรือทำความผิด หรือทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ ให้สิทธิ ส.ส. ส.ว. หรือสมาชิกของสองสภารวมกันไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด และให้สิทธิผู้เสียหายจากการกระทำของบุคคลดังกล่าว ยื่นคำร้องต่อศาลฏีกา เพื่อให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฏีกาตั้ง “ผู้ไต่สวนอิสระ” ที่มีคุณสมบัติเป็นกลางทางการเมือง และซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ เพื่อทำหน้าที่ไต่สวนข้อเท็จจริงการกระทำของบุคคลดังกล่าว


และหาก “ผู้ไต่สวนอิสระ” พิจารณาแล้วเห็นว่ามีมูล ให้ดำเนินการส่งรายงานพร้อมเอกสาร และความเห็นไปยังประธานวุฒิสภา เพื่อดำเนินการถอดถอน พร้อมกับยื่นฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง


โดยเหตุผลสำคัญเพื่อให้มีผู้ไต่สวนอิสระ เข้ามาทำหน้าที่กรณีที่ป.ป.ช.ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของฝ่ายบริหาร ทั้งนี้ในอดีตเคยมีเหตุการณ์ที่ ป.ป.ช.ชุดที่ 2 ถูกตั้งข้อสังเกตว่ามาจากการแต่งตั้งของรัฐบาลและมีตำรวจเป็นประธาน ทำให้เรื่องที่ร้องให้ป.ป.ช.ดำเนินการสอบสวนหลายเรื่องเงียบหาย ซึ่งความสำคัญของผู้ไต่สวนอิสระไม่ใช่ให้เข้ามาทำหน้าที่แทน ป.ป.ช.


นอกจากนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาในส่วนที่ว่าด้วยองค์กรตามรัฐธรรมนูญซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ในมาตรา 267 ว่าด้วยอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้มีการเพิ่มบทบัญญัติตามข้อเสนอของ กกต.ที่ให้ไว้กับ อนุ กมธ.ฯ ในการกำหนดหน้าที่ให้ กกต.ส่งเสริมและสนับสนุน หรือประสานงานหน่วยงาน รวมถึงภาคประชาชนในการให้การศึกษาเกี่ยวกับระบบปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และส่งเสริมความเป็นพลเมืองศึกษาด้วย ส่วนการทำหน้าที่ของ กกต. ในส่วนของเจตนารมณ์ ได้ระบุชัดเจนว่า กกต. มีหน้าที่ เช่น ดำเนินการรับสมัครรับเลือกตั้ง ตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัคร และมีหน้าที่บริหารงบประมาณ ขณะที่คณะกรรมการจัดการเลือกตั้ง (กจต.) มีหน้าที่จัดการเลือกตั้ง จัดหน่วยเลือกตั้ง จัดการลงคะแนนและนับคะแนน


ขณะที่หน้าที่ของการส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของ กกต. กำหนดให้ 1.เน้นการควบคุมการเลือกตั้งหรือส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการเลือกตั้ง อย่างมีจิตสำนึกทางการเมือง 2.ให้ความรู้เรื่องการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 3.สำหรับการจัดหลักสูตรของกกต. ต้องกระตุ้นและขยายสู่พื้นที่ โดยเน้นความสำคัญในเรื่องการปฏิรูปและสร้างความปรองดอง ประสานความขัดแย้งระหว่างกลุ่ม


และ 4.การส่งเสริมองค์ความรู้ประชาชนในระดับพื้นที่ต้องมีสาระสำคัญเพื่อแก้ปัญหาการทุจริตการเลือกตั้ง โดยเน้นให้เห็นว่าการเลือกตั้งไม่ใช่การแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ การอุปถัมภ์


สำหรับการประชุม กมธ.ยกร่างฯ วาระทบทวนบทบัญญัติเป็นรายมาตราและบันทึกเจตนารม์ ยังค้างบทบัญญัติที่ต้องพิจารณาเพียง 28 มาตรา โดยอยู่ในหมวดว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างข้าราชการ นักการเมือง และประชาชน จำนวน 4 มาตรา บทสุดท้ายในหมวดปฎิรูป 4 , หมวดการสร้างความปรองดองจำนวน 3 มาตรา , การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 5 มาตรา บทเฉพาะกาล จำนวน 12 มาตรา


ทั้งนี้ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกมธ.ยกร่างฯ ได้ระบุกับที่ประชุมว่าจะพิจารณาทบทวนให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 25 มี.ค. จากนั้นจะเข้าสู่การประชุมภายใน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่ของดการเข้าฟังของสื่อมวลชน เพื่อพิจารณาบางประเด็นที่กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญยังรอการพิจารณา เพื่อปรับปรุงบทบัญญัติให้เหมาะสม

...

ถามความเห็นครบ77จว.หลังสงกรานต์


ในการประชุมกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ นางถวิลวดี บุรีกุล กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการการมีส่วนร่วมและรับฟังความเห็นของประชาชน ได้นำร่างสำรวจความเห็นประชาชนต่อ บทบัญัติในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มานำเสนอให้ที่ประชุมได้พิจารณา ทั้งนี้รายละเอียดจะได้มีการทำแบบสอบถามทั้งหมด 18 หน้า ให้เป็นคำถามปลายปิด ที่ให้ประชาชนเลือกว่า เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย
นางถวิลวดี ระบุถึงรายละเอียดในแบบสอบถามว่า ได้รับความร่วมมือจากนักวิชาการสถาบันพระปกเกล้า มารวมยกร่างแบบสอบถาม หลังจากที่ร่างรัฐธรรมนูญ ได้ดำเนินการแล้วเสร็จในร่างแรก สำหรับแบบสอบถามจะมีเป้าหมาย 77,000 คน ซึ่งจะดำเนินการสุ่มสำรวจจากประชาชนทั้ง 77 จังหวัด จังหวัดละ 1,000 คน โดยเจ้าหน้าที่ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ จะเป็นผู้ดำเนินการ


มีรายละเอียดคือ กลุ่มเป้าหมายที่ได้จากการสุ่มเลือก จะมีอายุตั้งแต่ 18 ขึ้นไปและเจ้าหน้าที่จะเข้าไปสอบถามแบบตัวต่อตัว ทั้งนี้เพื่อให้มีการอธิบายและทำความเข้าใจ กับประชาชนในแต่ละประเด็นด้วย สำหรับคำถามจะเน้นประเด็นที่ใกล้ตัว เช่น สิทธิเสรีภาพของพลเมือง บทบาทศาลยุติธรรม ไม่เน้นเรื่องเชิงเทคนิค และได้เพิ่มประเด็นว่า ประชาชนรับทราบข้อมูล ร่างรัฐธรรมนูญจากไหน ตามข้อเสนอของกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ


อย่างไรก็ตาม การนำเสนอดังกล่าว ยังมีผู้ท้วงติงว่า ลักษณะแบบสำรวจความเห็น มักจะเป็นลักษณะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยมากเกิน และกังวลว่า จะทำให้ประชาชนไม่ได้วิเคราะห์ก่อน ซึ่งนางถวิลวดี ชี้แจงว่า ในแบบสำรวจความเห็นมีคำถามที่ให้ประชาชนได้มีการคิดและวิเคราะห์ก่อนที่จะตอบ โดยที่ผ่านมาการสำรวจความเห็นเพื่อมาประกอบการพิจารณายกร่างรัฐธรรมนูญ เห็นได้ชัดเจนว่าถึงแม้จะเป็นคำถามให้ประชาชนตอบว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย แต่ประชาชนได้ใช้วิจารณญาณก่อนที่จะตอบ


ทั้งนี้ที่ประชุมมีผู้เสนอความเห็นว่า คำถามที่ยกร่างในแบบสอบถาม ควรจะนำไปพิจารณาก่อนที่จะมาแสดงความเห็นหรือแก้ไขในประเด็นใด ซึ่งที่ประชุมได้เห็นด้วยและจะนำกลับมาพิจารณาใหม่ในวันที่ 25 มี.ค. และหากแล้วเสร็จจะเริ่มดำเนินการหลังเทศกาลสงกรานต์