ระทึก!ลมฝนกระหน่ำกรุง ทำระเบียงกันสาดตึกแถวย่านสี่พระยาพังถล่มถูกรถแท็กซี่พังยับ-คนขับรอดหวุดหวิด
ร.ต.ท.จิรยุทธ ดุ่นป่า พนักงานสอบสวน สน.บางรัก รับแจ้งเหตุอาคารพาณิชย์เลขที่ 481,483,485 ทรุดตัว ลงมาทับรถแท็กซี่ บริเวณริมถนนสี่พระยาใกล้กับซอยศาลเจ้าเจ็ด มุ่งหน้าแยกมหาเศรฐ แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย นางสุภาวดี สิทธิกรไพบูลย์ ผอ.สำนักงานเขตบางรัก เจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตบางรัก เจ้าหน้าที่สำนักป้องกะนและบรรเทาสาธารณภัย เจ้าหน้าที่โยธา กทม. และเจ้าหน้าที่กู้ภัยร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุพบอาคารพาณิชย์เก่าแก่ถูกปล่อยรกร้าง ปลูกติดกัน 6 คูหา สูง 2 ชั้น ติดริมถนนสี่พระยา ซึ่งเป็นถนนวันเวย์สามช่องทางเดินรถ โดยพบว่ากันบริเวณชั้น 2 ของอาคาร 3 ใน 6 อาคารพังทลายลงมาทั้งแถบ พร้อมทั้งมีเศษปูน และสังกะสีหลนลงมาที่พื้นผิวถนน และรถแท็กซี่โตโยต้า อัลติส สีเขียว หมายเลขทะเบียน ทว2469 กรุงเทพมหานคร ของ สหกรณ์แท็กซี่สุวรรณภูมิ จำกัด สภาพกระจกด้านหน้าฝั่งคนขับมีรอยร้าว ตลอดจนบนหลังและกระโปรงหน้ายุบตัว โดยมี นายอุดม ม่วงแกม อายุ 47 ปี เป็นคนขับรถแท็กซี่คันดังกล่าว
เจ้าหน้าที่เร่งทำการกั้นแนวพื้นที่ ปิดการจราจร 1 ช่องทาง และรวบรวมทั้งหมดเป็นหลักฐาน
นายอุดม เล่านาทีเฉียดตายว่า ระหว่างขับมาตามถนนสี่พระยา ซึ่งรถจอดติดไฟแดงอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ ขณะนั้นมีฝนตกหนัก ประกอบกับมีลมกระโชกแรง จู่ๆได้ยินเสียงดังโครม รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่รถที่ตนขับอยู่ถูกแรงกระแทกอย่างจังจากด้านบน เมื่อมองขึ้นไปด้านบนเห็นแท่งปูนแตกหล่นลงมาทับ โชคดีที่ตนไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด มีแค่รถแท็กซี่ได้รับความเสียหาย
ด้าน นางสุภาวดี กล่าวว่า เบื้องต้นทางสำนักงานเขต และสำนักโยธาฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่าอาคารนี้มีอายุราว 50 ปี แล้วถูกปล่อยรกร้างมากว่า 10 ปี แต่ยังมีการซื้อขายเปลี่ยนมือเจ้าของมาโดยตลอด สำหรับสาเหตุเนื่องจากก่อนเกิดเหตุมีฝนตกหนัก ประกอบกับอาคารมีสภาพที่เก่าแก่ ไม่ได้รับการดูแล แล้วยังพบว่าปูนมีสภาพเปลื่อยตามกลเวลา จนทำให้มีการสะสมของน้ำฝน ทำให้กันสาดรองรับน้ำหนักของน้ำฝนไม่ไหวได้ถล่มลงมา อย่างไรก็ตามขณะนี้ได้สั่งการให้อายัดปิดอาคารพร้อมกั้นบริเวณ พร้อมประสานสำนักโยธาฯ มาตรวจสอบ เพื่อความปลอดภัย หลังจากนี้ประสานเจ้าของล่าสุดมาพูดคุย เพื่อทำการปรับปรุง หรือรื้อถอนอาคารพาณิชย์ดังกล่าวอีกครั้ง
ขณะที่ ร.ต.ท.จิรยุทธ กล่าวว่า คดีดังกล่าวถือเป็นคดีแพ่งเกี่ยวกับการระเมิดต่อทรัพย์ เบื้องต้นได้ลงบันทึกประจำวันไว้ ตามที่ผู้เสียหายร้องขอ ก่อนจะให้ทางผู้เสียหายไปร้องต่อศาลแพ่ง เพื่อเรียกร้องค่าเสียหาย ส่วนสำนักงานเขตที่เป็นผู้เสียหาย ต้องรอให้ทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทำการตรวจสอบอาคารว่ามีการก่อสร้างผิดแบบ หรือเป็นอาคารที่หมดสภาพการใช้งาน ก่อนจะให้ทางสำนักงานเขตมาแจ้งความดำเนินคดีต่อไป




