"เลิศรัตน์"ไม่ติดใจ ฝ่ายการเมืองฝากประเด็นสปช. มาอภิปราย-เสนอแก้รธน. ระบุรู้ทันเกม-ชี้แจงได้ ยันระบบเลือกตั้งใหม่ปชช.ไม่สับสน กาคะแนนง่าย
พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ที่ปรึกษาและโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงกรณีที่สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)เตรียมหารือเพื่อกำหนดประเด็นการอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญ ที่กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญเตรียมนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมสปช. ระหว่างวันที่ 20 – 26 เม.ย.นี้ ว่า เชื่อว่าสปช. จะอภิปรายอย่างมีเหตุ และผล สำหรับบางประเด็นที่สปช.เตรียมอภิปรายกันอย่างหนัก อาทิ ระบบเลือกตั้งทางกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญมีคำอธิบาย คือ ระบบเลือกตั้งที่เกิดขึ้น มีอยู่ 3- 4 ระบบ ส่วนการเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสมที่เตรียมนำมาใช้กับประเทศไทย ถือว่ายังไม่เคยใช้มาก่อนดังนั้นทาง สปช. จึงกังวลว่าอาจทำให้เกิดความล้มเหลว หรือ ทำให้ประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ถูก หรือยาก ซึ่งตนยืนยันว่าการเลือกตั้งระบบสัดส่วนผสม หรือ กรณีที่ให้ประชาชนจัดลำดับผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อตามความนิยมม หรือ โอเพ่นลิสต์นั้น ไม่ยากต่อการลงคะแนนเลือกตั้งของประชาชน เพราะในบัตรเลือกตั้งได้ออกแบบคล้ายกับบัตรเลือกตั้งบัญชีรายชื่อเดิม คือ มีช่องกาคะแนนให้พรรคการเมือง และมีช่องท้ายพรรคการเมืองที่ประชาชนเลือกให้เขียนหมายเลขของผู้สมัครที่ต้องการ แต่ในกรณีที่มีผู้ระบุว่าระบบใหม่ยากนั้น ส่วนตัวมองว่าเหตุผลที่ยากเพราะผู้นั้นไม่พยายามทำความเข้าใจหรือคิดตาม
พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวด้วยว่าส่วนกรณีที่พบว่าในการอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญมีพรรคการเมืองฝากประเด็นที่ต้องการแก้ไขมายังสปช.ให้ช่วยอภิปรายและหวังผลให้มีการแก้ไขหรือเสนอญัตติแก้ไข นั้น ประเด็นดังกล่าว กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญรู้ทันอยู่แล้ว แต่ไม่มีปัญหาอะไร กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญพร้อมรับฟัง หากไม่ได้ฝากประเด็นมากับสปช. และนำเสนอด้วยตนเองก็พร้อมรับฟัง รับไปพิจารณาเช่นกัน
"เชื่อว่าการรฟังความเห็นของสปช.และฝ่าย หรือองค์กรที่เกี่ยวข้อง กว่า 230 คนจะดีกว่าฟังเพียงความเห็นของกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 36 คน และจะนำไปสู่การแก้ไขแน่นอน เพื่อเป็นประโยชน์และสร้างประชาธิปไตยของประชาชน ทั้งนี้ก่อนการนำเสนอร่างรัฐธรรมนูญให้ สปช. พิจารณา ในสัปดาห์หน้า กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญจะมีการนำบทบัญญัติที่ที่ประชุมยังไม่ตกผลึก หรือยังเห็นไม่ตรงกัน ซึ่งเป็นประเด็นเล็กๆ น้อย ไม่ใช่หลักการมาพิจารณา เบื้องต้นยังไม่รู้ว่าจะมีกี่ประเด็น" พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าว





