วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เลื่อนสอบคำให้การ-ตรวจหลักฐาน'อดีตอธิการบดี สจล.-พวก'

ศาลมีนบุรี เลื่อนสอบคำให้การ–ตรวจหลักฐาน"ถวิล พึ่งมา–อดีต ผจก.แบงก์ไทยพาณิชย์ สุวินทวงศ์ พร้อมพวก 11 คน ปลอมเอกสาร-ลักเงิน สจล.กว่า 500 ล้าน

ศาลนัดสอบคำให้การจำเลยคดีหมายเลขดำ อ.1992/2558 พนักงานอัยการคดีอาญา 11 (มีนบุรี) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายทรงกลด ศรีประสงค์ อายุ 40 ปี อดีตผู้จัดการธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาบิ๊กซีสุวินทวงศ์ , น.ส.อำพร น้อยสัมฤทธิ์ อายุ 56 ปี อดีตผู้อำนวยการส่วนการคลัง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) , นายพูนศักดิ์ บุญสวัสดิ์ อายุ 26 ปี , น.ส. จันทร์จิรา โสประดิษฐ์ อายุ 27 ปี , นางสมบัติ โสประดิษฐ์ อายุ 44 ปี ,นางระดม มัทธุจัด อายุ 55 ปี , นายจริวัฒน์ สหพรอุดมการณ์ อายุ 32 ปี , นายภาดา บัวขาว อายุ 28 ปี, นายถวิล พึ่งมา อายุ 61 ปี อดีตอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) , นายสรรพสิทธิ์ ลิ่มนรรัตน์ อายุ 51 ปี อดีตผู้ช่วยอธิการบดี สจล. และนายศรุต ราชบุรี อายุ 54 ปี เป็นจำเลยที่ 1-11 ในความผิดฐาน ร่วมกันลักทรัพย์, ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม, ร่วมกันปลอมตั๋วเงินและใช้ตั๋วเงินปลอม, เป็นพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ร่วมกันเบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือผู้อื่นโดยทุจริต, เป็นพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด, ร่วมกันฟอกเงิน,สนับสนุนพนักงานมีหน้าที่ซื้อทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือของผู้อื่นโดยทุจริต, สนับสนุนพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 157, 264, 265, 266, 268, 335, พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์กร หรือหน่วยงานของรัฐ จากกรณีวันที่ 25 มิ.ย. - 12 พ.ย.55 พวกจำเลยร่วมกันถอนเงินจากบัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) สาขาสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง รวม 4 บัญชี เป็นเงินจำนวน 510,000,000 บาท ของ สจล. ผู้เสียหายที่ 1 ไปโดยมิชอบ และจำเลยที่ 1, จำเลยที่ 3-8 กับพวกที่หลบหนียังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ยังร่วมกันฟอกเงินด้วยการนำเงิน 303,860,643.96 บาท ของสจล. ผู้เสียหายที่ 1 โอนกลับเข้าบัญชีเงินฝาก ธ.ไทยพาณิชย์ฯ สาขาสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เพื่อซุกซ่อนหรือปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สิน เพื่อไม่ต้องให้รับโทษหรือรับโทษน้อยลงด้วย

โดยเมื่อถึงเวลานัด เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้เบิกตัวจำเลยที่ 1-8 มาจากเรือนจำพิเศษมีนบุรี ส่วนนายถวิล จำเลยที่ 9 , นายสรรพสิทธิ์ จำเลยที่ 10 และนายศรุต จำเลยที่ 11 ซึ่งได้รับการประกันตัว ได้เดินทางมารายงานตัวที่ศาลพร้อมด้วยทนายความ ขณะที่มีญาติของจำเลย มาร่วมรับฟังการพิจารณาเต็มห้องพิจารณาคดี และเมื่อญาติได้พบหน้ากับจำเลยที่ถูกคุมขังในเรือนจำ ถึงกับร่ำไห้และต่างก็โผเข้าสวมกอดให้กำลังใจกัน

ขณะที่ศาลได้สอบถามจำเลยทั้ง 11 คน แล้วปรากฏว่า จำเลยบางคนยังไม่ได้ทำเรื่องแต่งตั้งทนายความให้เสร็จสิ้นเรียบร้อย ศาลจึงได้เลื่อนการพิจารณาออกไปก่อน โดยนัดสอบคำให้การ ตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 22 มิ.ย.นี้ เวลา 09.00 น. พร้อมกำชับให้จำเลยทุกคนเดินทางมาศาลตามนัด และแต่งตั้งทนายความให้เรียบร้อย

ด้านนายถวิล พึ่งมา อดีตอธิการบดี สจล. กล่าวว่า ตนได้เตรียมปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาต่อศาล โดยยืนยันว่าตัวเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีโกงเงินของ สจล. เนื่องจากเป็นไปไม่ได้ที่ตนจะเป็นผู้เซ็นอนุมัติวงเงินกว่า 1,000 ล้านบาท หลังจากนี้จะเดินหน้าต่อสู้คดีในชั้นศาลอย่างถึงที่สุดและรู้สึกไม่หนักใจแต่อย่างใด มั่นใจว่าการทุจริตที่เกิดขึ้นมีมาก่อนที่ตนจะดำรงตำแหน่งอธิการบดี สจล.

ขณะที่นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความของนายถวิล กล่าวว่า ขณะนี้ได้ตั้งทีมทนายความจำนวน 8 คนเพื่อเข้ามาดูแลคดีนี้ โดยเตรียมพยานประมาณ 7 ปากเพื่อจะนำสืบสู้คดี โดยเป็นเจ้าหน้าที่ของ สจล. และบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อยืนยันว่านายถวิลไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ ส่วนที่ลายเซ็นนายถวิลที่อนุมัติวงเงินนั้นเชื่อว่า น่าจะถูกปลอมแปลงโดยมีการทำเป็นขบวนการ และพร้อมจะเตรียมพิสูจน์ประเด็นเรื่องลายเซ็นในชั้นศาล

นายสงกานต์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้เตรียมฟ้องดำเนินคดีอาญา กับนายทรงกลด ศรีประสงค์ จำเลยที่ 1 ต่อศาลอาญาในข้อหาแจ้งความเท็จและกลั่นแกล้งให้รับโทษทางอาญาด้วย ภายหลังที่นายทรงกลด ให้การปรักปรำนายถวิลในชั้นสอบสวนของพนักงานสอบสวนกองปราบปราม และหลังจากนี้ทีมทนายความจะเข้าพบ พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.)ให้ตรวจสอบเส้นทางการเงิน และการทำธุรกรรมต่างๆ รวมทั้งจะให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อให้ข้อมูลว่า “บอส” คือใคร และยืนยันว่านายถวิลไม่ใช่ “บอส” ตามที่ถูกกล่าวหา พร้อมทั้งขอให้ดีเอสไอพิจารณารับคดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษด้วย