(รายงาน) "พล.อ.ประยุทธ์" สั่งลุย! แอ็กชั่นสื่อสารเชิงรุก "แถลง-แจง-โต้" แบบบูรณาการ
หลังจากท่านนายกฯ ลุงตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งเพิ่งอายุครบ 61 ปี เมื่อวันเสาร์ที่ 21 มีนาคม หมาดๆ สั่งการใน ครม.เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ให้ทุกส่วนทุกกระทรวง ทบวง กรม โดยเฉพาะทีมประชาสัมพันธ์ของรัฐบาล เร่งประชาสัมพันธ์ผลงานที่รัฐบาลได้ทำไปแล้วให้ประชาชนได้รับทราบและเข้าใจว่ารัฐบาลได้ทำอะไรลงไปบ้าง
โดยคำสั่งเร่งงานพีอาร์ครั้งนี้ นายกฯ ลุงตู่เน้นหนักในระดับภูมิภาคหรือต่างจังหวัดที่ยังพบว่ามีช่องว่างในการรับรู้ข่าวสารและการทำงานของรัฐอยู่อีกมาก
เมื่อมีคำสั่งออกมาแบบนี้ จึงทำให้ทีมประชาสัมพันธ์ของรัฐ โดยเฉพาะกรมประชาสัมพันธ์ และทีมโฆษกรัฐบาล ที่อยู่ภายใต้สังกัดสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี อยู่เฉยไม่ได้ซะแล้ว จนมีแอ็กชั่นบางอย่างที่ดูแปลกหูแปลกตาและเปลี่ยนไปในทำเนียบรัฐบาลในรอบ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
แอ็กชั่นประการแรก ที่สัมผัสได้ว่ามีมากขึ้น คือ การเปิดใช้ห้องแถลงข่าว ภายในตึกนารีสโมสร “ถี่ขึ้น” คือ จบการประชุมคณะกรรมการชุดไหนก็ตามก็จะมีการแถลงข่าวทันที โดยที่ผู้แถลงเป็นคณะกรรมการผู้ที่ร่วมประชุม ไม่ใช่ทีมโฆษก เช่น ประชุมคณะกรรมการนโยบายและพัฒนาการศึกษา หรือซูเปอร์บอร์ดการศึกษาครั้งที่ 1 ก็มี 6 บิ๊กของกระทรวงศึกษาธิการมานั่งแถลงข่าวเอง ประชุมคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ก็มี รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มาแถลงข่าวเอง ประมาณนี้ เป็นต้น
แอ็กชั่นประการที่สอง คือ การที่ทีมโฆษกรัฐบาลจับมือกับโฆษกกระทรวงต่างๆ มากขึ้น ในการคิดประเด็นที่จะแถลง เช่น ล่าสุดโฆษกรัฐบาลจับมือกับโฆษก 4 กระทรวงด้านเศรษฐกิจ คือ คลัง พาณิชย์ อุตสาหกรรม และเกษตรฯ แถลงตัวเลขเศรษฐกิจของประเทศที่มีผลต่อการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประเทศ หรือก่อนหน้านั้นในการแก้ไขปัญหาภัยแล้งทีมโฆษกรัฐบาลก็เชิญโฆษกกระทรวงที่ร่วมแก้ภัยแล้งมานั่งแถลงการทำงาน
แอ็กชั่นที่สาม คือ แผนประชาสัมพันธ์ในอนาคตที่ทีมโฆษกรัฐบาลที่ “หมอยงยุทธ มัยลาภ โฆษกรัฐบาล” บอกว่า จะมีการออกจดหมายข่าวของรัฐบาลที่จะแจกในวันที่ 8 เมษายนนี้ จะมีสารคดีสั้นประมาณ 1 นาทีครึ่งทางโทรทัศน์ มีรายการวิทยุประมาณ 10 นาที ออกอากาศทั่วประเทศ มีรายการความยาวประมาณ 1 นาที อยู่ในข่าวเช้าตอนประมาณ 07.00 น.และรายการความยาวประมาณ 5-10 นาที ในช่วงเวลา 08.00 น.
ส่วนกระทรวงต่างๆ จะจัดทำแอพพลิเคชั่นในมือถือและแท็บเล็ตอีกกว่า 80 แอพ ที่เป็นแอพเกี่ยวกับเรื่องการเสียภาษี พยากรณ์อากาศ แหล่งท่องเที่ยว ฯลฯ
สิ่งที่จะมีมากขึ้นในการพีอาร์ผลงานนั้น “นายกฯ ต้องการให้สารที่รัฐบาลส่งออกไปแบบแพ็กเกจครอบคลุม ประชาชนต้องเข้าใจได้ง่าย ไม่ใช้ภาษาราชการจนเกินไป ทุกกระทรวงต้องปรับภาษาการสื่อสารให้เข้าถึงประชาชนได้ง่ายที่สุด”
และแอ็กชั่นสุดท้าย ที่อาจจะเห็นกันมากขึ้น คือ มีการแจ้งกันเป็นการภายในของรัฐบาลให้รัฐมนตรีเจ้ากระทรวง ปลัดกระทรวง อธิบดีกรม แถลงข่าวด้วยตัวเองภายหลังการประชุมเสร็จสิ้น ให้เชิญนักข่าวมาทำข่าวแถลง “อย่าหนีนักข่าว” เพราะเป็นหนึ่งในช่องทางที่ทำให้ข้อมูลการทำงานเผยแพร่สู่ประชาชน
รวมถึงมีการสะกิดไปถึงตำแหน่งข้าราชการการเมืองอื่นๆ เช่น ที่ปรึกษา ผู้ช่วย หรือกระทั่งเลขานุการของรัฐมนตรี ก็สามารถช่วยให้ข้อมูลสื่อมวลชนได้เช่นกัน เพราะมีเสียงบ่นจากตึกไทยคู่ฟ้าว่า เขาตั้งมาให้ทำงาน ไม่ได้ให้มาอยู่เฉยๆ เพราะทุกกระทรวงจะให้นายกฯ พูดแทนหมดคงไม่ไหว





