วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คาดเม.ย.ส่งสำนวน'จีทูจี' จ่อฟันบริษัทเอี่ยวทุจริตจำนำข้าว

ปปช.จ่อส่งสำนวน 100 บริษัทเอี่ยวจีทูจี เชื่อปมต่ออายุไม่กระทบคดี สอบต่อคดีโรงพัก-สลายชุมนุม

หลังจากที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองประทับรับฟ้องคดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีไม่ระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว ขณะเดียวกันน.ส.ยิ่งลักษณ์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า โดนกลั่นแกล้งทางการเมืองนั้นล่าสุด วานนี้ 20 มี.ค.นายวิชา มหาคุณ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ออกมาระบุถึงกรณีนี้ว่า อยากให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไปชี้แจงที่ศาลจะดีกว่า การโพสต์เฟซบุ๊กเหมือนการพูดกับเพื่อน แต่ก็รู้สึกเห็นใจ

ส่วนกรณีคดีระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ที่ป.ป.ช.ไต่สวนค้างอยู่นั้นนายวิชา ระบุว่า ยังเหลือบริษัทต่าง ๆ ที่ ป.ป.ช. ยังต้องตรวจสอบข้อมูลอยู่ เพราะมีหลายบริษัท และมีข้อมูลจำนวนมาก โดยตนได้กำชับให้คณะทำงานรีบสรุปสำนวนที่เหลือให้ได้ภายในสิ้นเดือนมี.คหรือไม่ก็ต้นเดือนเม.ย นี้ โดยจะดำเนินการกับบริษัทที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเกือบ 100 บริษัท ในคราวเดียวกัน ซึ่งหลังจากสรุปสำนวนแล้วก็จะส่งสำนวนไปให้อัยการสูงสุด(อสส.) เพื่อนำไปรวมกับสำนวนของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กับพวก ที่ศาลฎีกาฯรับฟ้องไว้ก่อนหน้านี้แล้ว

ชี้ปมต่ออายุไม่กระทบคดี

ขณะที่ประเด็นการต่ออายุของกรรมการ ป.ป.ช.นายวิชาระบุว่า เราก็ทำหน้าที่ของเราถึงแม้จะไม่ได้มีการต่ออายุ ก็ไม่มีผลกระทบต่อคดีที่ยังค้างอยู่ เพราะกรรมการที่เหลือก็ยังสามารถดำเนินการต่อได้ เว้นเสียแต่จะยุบ ป.ป.ช. ซึ่งก็ต้องเข้าใจว่าผู้ที่มีอำนาจสั่งการเรื่องนี้จะทำให้เราลำบากใจเปล่า ๆ และก็จะทำให้ประชาชนเกิดความขัดแย้งขึ้น อย่างไรก็ดีเราก็ต้องทำหน้าที่ต่อจนกว่าจะมีกรรมการ ป.ป.ช. คนใหม่เข้ามาทำหน้าที่แทน ซึ่งเป็นไปตาม มาตรา 12 ของพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542

ส่วนที่ระหว่างกรรมการนั่งรักษาการณ์จะสามารถลงมติชี้มูลคดีได้หรือไม่ นายวิชา ระบุว่า ก็ต้องดูว่าสมควรหรือไม่ ทั้งนี้หากพ้นวาระแล้วคดีต่าง ๆ ยังไม่เสร็จก็ต้องให้เกียรติคนที่ยังดำรงตำแหน่งอยู่ และคนที่เข้ามาใหม่

จ่อเคาะปมโรงพักทดแทน

นายวิชา ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการไต่สวนข้อเท็จจริง กรณีสร้างโรงพักทดแทนในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะว่า ขณะนี้ ป.ป.ช. ใกล้จะสรุปข้อมูลเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาในคดีดังกล่าวแล้ว โดยล่าสุดได้รับข้อมูลใหม่เข้ามาว่า บริษัท พีซีซี ดีเวลล็อปเมนท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด ซึ่งเกี่ยวข้องในกรณีนี้ กู้เงินจากธนาคารแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ถือว่าเป็นเรื่องผิดปกติ เบื้องต้นได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ และรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมแล้ว หลังจากนั้นจะนำมาดูว่าข้อมูลที่ได้มาเพียงพอที่จะสรุปคดี และแจ้งข้อกล่าวหาได้หรือไม่

“อภิสิทธิ์-สุเทพ”จ่อแจงปมสลายม็อบ

ในส่วนของคดีสลายการชุมนุมนปช. ปี 53 ซึ่งป.ป.ช.ได้ชี้มูลไปก่อนหน้านี้นั้นนายวิชาระบุว่า เท่าที่ได้รับทราบเห็นว่าผู้ถูกกล่าวหาจะยื่นเอกสารชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรมาให้ป.ป.ช. ภายในวันที่ 25 มี.ค.ตามกำหนด และขอที่จะมาให้ถ้อยคำด้วยตัวเองในภายหลัง เนื่องจากเหตุการณ์ตั้งแต่ 53 ขอเวลาทำความเข้าใจก่อน ส่วนเรื่องการขอพยานเพิ่มหรือไม่อย่างไรนั้นก็คงเป็นการยื่นมาพร้อมกับเอกสารหลักฐาน ซึ่งหากยื่นมากี่คนทางป.ป.ช.ก็ต้องพิจารณาอีกครั้ง ตอนนี้ป.ป.ช.ก็รอให้ยื่นเอกสารมาอยู่

ส่วนที่นายอภิสิทธิ์เคยอ้างถึงชื่อพยานที่จะยื่น อาทิ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยนั้น ก็ต้องพิจารณาว่ามีความจำเป็นต่อรูปคดีแค่ไหนเพียงใด ต้องสอบถามจากผู้ยื่นมาก่อน ก็คล้ายกับกรณีที่เคยถามตอนนี้ที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ขอยื่นพยาน อย่างไรก็ดีสำหรับรายชื่อพยานตามที่กล่าวมานั้น ตนไม่รู้สึกกังวล เพราะเป็นเรื่องของการตรวจสอบที่จะต้องให้ความยุติธรรมอย่างเท่าเทียมกัน

“ปานเทพ” ชี้ “ยิ่งลักษณ์” ควรไปศาล

ด้านนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานป.ป.ช. ให้สัมภาษณ์ว่าหลังจากที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ประทับรับฟ้องน.ส.ยิ่งลักษณ์นั้น ถือว่าเรื่องดังกล่าวเข้าอยู่ในกระบวนการของศาลเรียบร้อยแล้ว ตนเองคงจะพูดอะไรมากคงไม่ได้ อย่างไรก็ตามหากอัยการสูงสุด(อสส.)อ้างป.ป.ช.เป็นพยานโจทก์ ทางเราก็ยินดี เพราะในส่วนของป.ป.ช.จะต้องทำงานร่วมกับอสส.ในขั้นตอนต่างๆ ดังนั้นป.ป.ช.กับอสส.ต้องช่วยกันชี้แจง

ส่วนในวันที่ 19 พ.ค.ซึ่งเป็นวันที่ศาลต้องอ่านคำฟ้องให้จำเลยรับทราบนั้น เห็นว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องมาฟังศาลอธิบายและอ่านคำฟ้อง ด้วยตนเอง ซึ่งเท่าที่ทราบจากข่าวก็เห็นว่าจะไป แต่หากไม่ไปก็เป็นกระบวนการของศาลตนไม่ขอก้าวล่วง ในส่วนที่น.ส.ยิ่งลักษณ์โพสเฟสบุกส่วนตัวว่าเป็นคดีการเมืองที่ป.ป.ช.ตั้งธง ประธานป.ป.ช.เห็นว่า เรื่องนี้จบหน้าที่ป.ป.ช.แล้วและเข้าสู่กระบวนการของศาล ดังนั้นจากนี้เป็นหน้าที่ตามกระบวนการของศาล ดังนั้นตนคงไม่ตอบโต้หรือชี้แจงใดๆ

นายปานเทพ ยังกล่าวถึง คดีระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี)ของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์อดีตรัฐมนตรีว่าการพาณิชย์และพวก ที่ อสส.ส่งฟ้องไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองว่า ลักษณะกระบวนการยื่นฟ้องคดีเหมือนกับคดีของน.ส.ยิ่งลักษณ์ แต่มีความผิดเพิ่มในส่วนของคดีแพ่งเข้ามาเป็นเงินจำนวน 35,000 ล้านบาทเนื่องจากมีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ พ.ศ. 2542 หรือพ.ร.บ.ฮั้วประมูล ที่มีบทลงโทษให้ชดเชยมูลค่าความเสียหายที่เกิดจากมูลค่าและสัญญาที่พบว่ามีการฟ้องร้องว่าทุจริต ในอัตราร้อยละ 50 ของความเสียหายทั้งหมด

"วิษณุ" เชื่อ"ยิ่งลักษณ์" ไปศาล 19 พ.ค.

ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง รับฟ้องคดีน.ส.ยิ่งลักษณ์ โดยยืนยันว่าจำเลยต้องออกไปปรากฎตัวต่อศาล ซึ่งเชื่อว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์จะต้องไป แต่หากจำเป็น ไม่สามารถเดินทางไปได้ ก็สามารถบอกศาลล่วงหน้า เพื่อเลื่อนการพิจารณาคดี และรอให้ศาลอนุญาต แต่ถ้าให้ศาลนั่งบัลลังก์แล้วน.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่มา ตรงนี้เกิดเรื่องแน่นอน
ชี้ยังไปถึงเวลาพูดปมนิรโทษ

รองนายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงข้อเสนอนิรโทษกรรมของนายไพบูลย์ นิติตะวัน คณะกรรมาธิการ(กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญว่า ยังไม่ถึงเวลาของรัฐบาลที่จะพูด ซึ่งรัฐบาลจะฟังความเห็นของสังคมเพราะปัญหาที่เกิดขึ้นในอดีตส่งผลให้บ้านเมืองวุ่นวายเกิดจลาจลทั้งประเทศ ส่วนการนิรโทษกรรมจะเป็นทางออกของปัญหาหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ อย่างไรก็ดีจนถึงเวลานี้ ก็ยังไม่มีใครส่งเรื่องของการนิรโทษกรรมมายังรัฐบาล

กมธ.ยกร่างฯ เดินหน้าลต.สัดส่วนผสม

ขณะที่ความเคลื่อนไหวของกมธ.ยกร่างรัฐะรรมนูญภายหลังจากที่รัฐบาลเยอรมัน ได้เชิญตัวแทนจากประเทศไทยซึ่งประกอบด้วย ตัวแทนคณะกรรมาธิการ (กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญ ตัวแทนสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ตัวแทนสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ตัวแทนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ดูงานด้านการเลือกตั้ง ณ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ระหว่างวันที่ 15-20มี.ค.58 นั้นล่าพล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษกกมธ.ยกร่างฯว่า จากการศึกษาดูงานทำให้เห็นและเข้าใจระบบการเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม ทั้งนี้การที่เยอรมันใช้ระบบเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสมมายาวนาน ได้มีการปรับปรุงมาตลอด คณะจึงเห็นตรงกันถึงการนำระบบนี้มามาปรับใช้ในประเทศไทย โดยกำหนดกฎเกณฑ์ให้เหมาะสม

โฆษกกมธ.ยกร่างยังระบุว่า จากการได้พบปะกับตัวแทนพรรคการเมืองในประเทศไทย น่าจะมีความเข้าใจระบบสัดส่วนผสมว่า จะจัดการเลือกตั้งกันอย่างไร ยืนยันว่า ระบบสัดส่วนผสมจะไม่ทำให้พรรคการเมืองไทยอ่อนแอ แต่รัฐบาลยังสามารถจัดการเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียงฝ่ายรัฐบาลที่มีคะแนนเสียงมั่นคง

พท.ยันส.ส.ไร้สังกัดพรรคไม่เข้มแข็ง

ด้านนายอำนวย คลังผา อดีตประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล)และอดีตส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้ประชาชนวิตกร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังเกิดขึ้น สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) กำลังจัดการเรื่องที่เป็นของประชาชนโดยพลการ โดยเฉพาะส.ส.ที่ไม่ต้องสังกัดพรรคการเมือง ทำให้พรรคการเมืองไม่เข้มแข็ง จึงอยากให้ใช้ระบบเดิมที่พรรคการเมืองส่งผู้สมัครซึ่งเรียกว่าประชาชนเลือกพรรค พรรคเลือกคน ขณะนี้มีการประกาศกฎอัยการศึกทำให้ประชาชนแสดงความเห็นหลากหลายไม่ได้ หากคนส่วนใหญ่ลงมติไม่เห็นด้วยก็จะต้องเลื่อนไปอีก เป็นสิ่งที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น สิ่งที่ร่างมาขณะนี้ประชาชนไม่เอาอยู่แล้ว