วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สมบัติ'ดูงานเยอรมัน รับเลือกตั้งสัดส่วนผสมมีดี-เสีย

ประธานกมธ.การเมือง โพสต์เฟซบุ๊ค ดูงานที่เยอรมัน ยอมรับเลือกตั้งสัดส่วนผสมมีข้อดี-ข้อเสีย เตรียมมาปรับใช้เลือกตั้งสัดส่วนผสม

นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ปฏิรูปการเมือง ฐานะผู้ร่วมคณะตามคำเชิญของรัฐบาลเยอรมนีไปศึกษาดูงานที่สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ระหว่างวันที่ 16 – 20 มี.ค. ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว ถึงผลการศึกษาดูงานดังกล่าว ในหัวข้อ ระบบการเมืองของเยอรมนี ซึ่งมีสาระสำคัญ คือ สหพันธรัฐเยอรมนีปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยระบบรัฐสภา มีรัฐบาลสหพันธรัฐ รัฐบาลมลรัฐ และรัฐบาลท้องถิ่น โดยมีประธานาธิบดีที่มาจากการเลือกตั้งของสภาบุนเดสตาก หรือสภาผู้แทนราษฎร และสภาบุนเดสราต หรือสภาตัวแทนจากมลรัฐเป็นประมุขของประเทศ มีวาระ 5 ปี ขณะที่สภาบุนเดสตาก มีสมาชิก 598 คนมาจากการเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม

ประกอบด้วยการเลือกตั้งส.ส. เขต จำนวน 299 คน และส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อจากการเลือกพรรคอีกจำนวน 299 คน สำหรับการเลือกตั้งระบบสัดส่วนผสมจะไม่มีพรรคใดได้เสียงข้างมากเกินครึ่ง ตั้งแต่ใช้ระบบนี้มา เคยมีครั้งเดียวที่พรรค CDU ได้เสียงเกินครึ่งเล็กน้อย นอกนั้นต้องจ้ดตั้งรัฐบาลผสมทั้งสิ้น รัฐบาลผสมที่เคยจัดตั้งเคยมีพรรคใหญ่สองพรรคร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลผสม 2 ครั้ง (Grand Coalition Government ) และรัฐบาลผสมกับพรรคเล็กๆ 13 ครั้ง ปัจจุบันสภาบุนเดสตากมีสมาชิกจำนวน 631 คน เหตุที่มีจำนวนที่มากกว่ากำหนด คือ 598 คน เพราะการเลือกตั้งระบบสัดส่วนผสมจะทำให้มีผู้ได้รับเลือกตั้งเกินจำนวนอันเนื่องมาจากการคิดส่วนเพิ่มจากหลักโอเวอร์แฮง แมนเดตและเอาสไลซ์ แมนเดต ซึ่งการคิดสัดส่วนนี้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการจัดการเลือกตั้ง เพราะมีขั้นตอนที่ยุ่งยาก และซับซ้อน

"การเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสมมีข้อดีคือได้ผู้แทนครึ่งหนึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน มีความเชื่อมโยงกับประชาชนโดยตรง ขณะที่ส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อมาจากการเลือกพรรคจะสะท้อนความนิยมของประชาชนที่มีต่อพรรคการเมืองและพรรคมีโอกาสคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิ ที่มีความเชี่ยวชาญ มีความรู้ความสามารถ หรือเป็นนักบริหารมืออาชีพแต่ไม่มีทักษะในการเลือกตั้งในพื้นที่ให้อยู่ในระบบบัญชีรายชื่อได้ ทำให้บุคลากรของพรรคมีสมรรถนะครอบคลุมทุกด้านที่จำเป็นสำหรับการบริหารประเทศ แต่จุดอ่อนก็คือส.ส.บัญชีรายชื่อไม่เชื่อมโยงกับประชาชนและประชาชนไม่มีส่วนในการคัดเลือกว่าจะเลือกใคร อำนาจการคัดเลือกเป็นของหัวหน้าพรรคหรือกรรมการพรรคเท่านั้น" นายสมบัติ ระบุ

นายสมบัติ ระบุด้วยว่า สำหรับคณะรัฐมนตรี นายกฯ ไม่มีอำนาจยุบสภาโดยตรง ยกเว้นกรณีที่นายกฯขอมติความไว้วางใจจากสภาแล้วไม่ได้รับความไว้วางใจ นายกฯจึงจะมีอำนาจยุบสภา นอกจากนี้การอภิปรายไม่ไว้วางใจจะกระทำได้เฉพาะกรณีที่นายกฯ ขอให้สภามีมติไว้วางใจเท่านั้น

"การเมืองของเยอรมนียังมีรายละเอียดอีกมาก การเดินทางมาศึกษาระบบการเลือกตั้งของเยอรมนีตามคำเชิญของรัฐบาลเยอรมันที่ได้ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมดนับว่าได้ประโยชน์มาก ทำให้ผมมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบการเมืองของเยอรมันได้ลึกซึ้งมากกว่าการอ่านจากหนังสือ และนับว่ามีประโยชน์ในการวิเคราะห์เปรียบเทียบโครงสร้างของระบบการเมืองในระบอบประชาธิปไตยมาก" นายสมบัติ ระบุ

กมธ.ยกร่างฯ เตรียมมาปรับใช้เลือกตั้งสัดส่วนผสม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังจากที่รัฐบาลเยอรมัน ได้เชิญตัวแทนจากประเทศไทยซึ่งประกอบด้วย ตัวแทนคณะกรรมาธิการ (กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญ ตัวแทนสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ตัวแทนสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ตัวแทนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ดูงานด้านการเลือกตั้ง ณ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ระหว่างวันที่ 15-20มี.ค.58

นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกมธ.ยกร่างฯพร้อมคณะ เดินทางกลับจากการเดินทางไปศึกษาดูงานเรื่องระบบการเลือกตั้งที่ประเทศเยอรมัน ซึ่งนายบวรศักดิ์ ไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ โดยพล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษกกมธ.ยกร่างฯ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางกลับว่า คณะที่เดินทางไปมีความเข้าใจในระบบการเลือกตั้งของเยอรมันมากขึ้น เวลา 3 วันทำให้เห็นและเข้าใจระบบการเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม ประธานกกต.ได้มีโอกาสไปดูงานทุกแง่มุมจึงเชื่อว่าจะสามารถนำมาใช้กับประเทศไทยได้ ทั้งนี้การที่เยอรมันใช้ระบบเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสมมายาวนาน ได้มีการปรับปรุงมาตลอด คณะจึงเห็นตรงกันถึงการนำระบบนี้มามาปรับใช้ในประเทศไทย โดยจะดัดแปลงและกำหนดกฎเกณฑ์ให้เหมาะสมกับประเทศไทย เชื่อว่าไม่ทำให้คนไทยลำบากเพราะประชาชนก็จะไปใช้สิทธิเลือกส.ส.เขตตามปกติ ส่วนระบบบัญชีรายชื่อเป็นของพรรคการเมืองที่จะไปจัดการ

พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวว่า จากการได้พบปะกับตัวแทนพรรคการเมืองในประเทศไทย น่าจะมีความเข้าใจระบบสัดส่วนผสมว่า จะจัดการเลือกตั้งกันอย่างไร การกำหนดคะแนนจะทำอย่างไร เราได้เขียนกฎกติกาในเรื่องนี้ไว้อย่างชัดเจนในรัฐธรรมนูญและได้พูดคุยทำความเข้าใจกับพรรคการเมืองแล้ว ถ้าพรรคการเมืองมีความเข้มแข็งคะเนนเสียงก็จะมาเอง ประเด็นหนึ่งที่เราดูแล้วมีความสนใจจะนำมาใช้คือการกำหนดคะแนนสัดส่วนขั้นต่ำ ซึ่งเยอรมันถ้าไม่ได้คะแนนเสียงถึงร้อยละ 5 ของประชากร จะไม่นำมาคำนวณจำนวนส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อให้เลย ขณะที่กรรมาธิการฯ มองไว้ที่คะแนนเสียง ร้อยละ 0.5 ทั้งนี้เพื่อให้มีเกณฑ์คะแนนสัดส่วนขั้นต่ำไว้บ้างและไม่ให้มีจำนวนพรรคการเมืองมากเกินไป

ทั้งนี้ยืนยันว่า ระบบสัดส่วนผสมจะไม่ทำให้พรรคการเมืองไทยอ่อนแอ เยอรมันใช้ระบบนี้ แต่รัฐบาลยังสามารถจัดการเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียงฝ่ายรัฐบาลที่มีคะแนนเสียงมั่นคง ส่วนประเด็นที่ไทยจะจัดการเลือกตั้งโดยกรรมการจัดการเลือกตั้ง (กจต.) ถือเป็นแนวคิดใหม่ ซึ่งยังมีเวลาอีกระยะที่กรรมาธิการจะพิจารณาเรื่องการมีกจต.ให้รอบคอบโดยนำความเห็นจากทุกฝ่ายมาพิจารณา

อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายบวรศักดิ์ ประธานกมธ.ยกร่างฯ จะได้แถลงข่าวภายหลังจากดูระบบเลือกตั้งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ในวันที่ 23 มี.ค.นี้ด้วย