โฆษกสตช. เผยประสานทีมแพทย์เข้าตรวจร่างกายผู้ต้องหาแก๊งปาบึ้มศาลอาญา หลังถูกครหาซ้อมให้รับสารภาพ
พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษก สตช. แถลงความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีกลุ่มก่อเหตุระเบิดหลายจุดในกรุงเทพฯว่าในวันที่ 20 มี.ค.นี้ พนักงานสอบสวนจะมีการรับตัวผู้ต้องหาในขบวนการดังกล่าวเพิ่มเติมอีกจำนวน 2 คน คือ นายวสุ เอี่ยมลออ ซึ่งมีหมายจับข้อหาร่วมกันก่อการร้าย และนายสุรพล เอี่ยมสุวรรณ จากเจ้าหน้าที่ทหาร เพื่อสอบปากคำพร้อมบันทึกประวัติและแจ้งข้อกล่าวหาตามขั้นตอน
"ส่วนกรณีการติดตามตัวนายมนูญ ชัยชนะ หรือ อเนก ซานฟราน ผู้ต้องหาตามหมายจับข้อหาก่อการร้าย ในฐานะผู้บงการและผู้จ้างวานนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานงานกับตำรวจสากลหรืออินเตอร์โพล เพื่อขอทราบความเคลื่อนไหวของผู้ต้องหาว่า หลบหนีอยู่ในประเทศใด เมืองไหน ก่อนจะทำเรื่องส่งหมายแดงให้กับประเทศที่แน่ชัดว่าผู้ต้องหาไปหลบหนีอยู่ให้ช่วยส่งตัวกลับมาตามสนธิสัญญาส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนต่อไป ทั้งนี้ มีความเป็นไปได้สูงที่ทางการไทยจะได้ตัวผู้ต้องหาคนดังกล่าว เนื่องจากข้อหาก่อการร้ายนั้นถือเป็นข้อหาสากลซึ่งประเทศสมาชิกในสนธิสัญญาฯมีข้อหาดังกล่าวระบุอยู่ทั้งสิ้น อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถตอบได้อย่างชัดเจนว่าขั้นตอนนี้จะใช้เวลานานเท่าใด โดยการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนนั้นจะต้องอาศัยความสัมพันธ์ทางการทูตเป็นหลักนอกจากนี้ นายอเนก ซานฟราน ถือเป็นผู้ต้องหาคดีก่อการร้ายรายแรกที่ทางการไทยขอตัวจากประเทศสมาชิกอีกด้วย แต่ยังไม่ขอระบุว่าเป็นประเทศสหรัฐอเมริกา เพราะผู้ต้องหาอาจหาวิธีต่างๆหลบหนีออกไปแล้วก็เป็นได้" พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าว
โฆษกสตช. กล่าวอีกว่า สำหรับการตรวจสอบกรณีเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจร่วมกันบุกเข้าตรวจค้นวัดป่าสีวลี (หนองกระชาย) หมู่3 ต.หนองย่างเสือ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี เมื่อวันที่ 17 มี.ค. พบอาวุธสงครามพร้อมเครื่องกระสุนจำนวนมากนั้น ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าเป็นกลุ่มไหนกันแน่ เจาหน้าที่กำลังตรวจสอบความชัดเจนอยู่ ซึ่งบางทีอาจจะไม่ใช่ของกลุ่มไหนเลยก็ได้ ขณะเดียวกันกรณีที่ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ต้องหา 4 ราย ว่าถูกเจ้าหน้าที่ทรมานโดยการชกต่อย กระทืบบริเวณศีรษะ ทรวงอกและหลัง รวมทั้งชอร์ตด้วยไฟฟ้า เพื่อให้ได้ซึ่งข้อมูลนั้น จากการตรวจสอบพบว่าก่อนที่เจ้าหน้าที่ทหารจะนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 รายมาส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวน มีแพทย์ทำการตรวจร่างกายผู้ต้องหาอยู่แล้ว และตอนนั้นก็มีการสอบถามแล้วว่ามีบาดแผลตรงจุดไหนหรือไม่ แต่ผู้ต้องหาก็ไม่ได้บอกว่าถูกทำร้ายแต่อย่างใด ทั้งนี้ การส่งตัวผู้ต้องหามีขั้นตอนที่ชัดเจน มีการซักถามว่าเจ็บตรงไหนหรือได้รับบาดเจ็บส่วนไหนบ้าง หรือไม่ หากมีการแจ้งภายหลังในเรือนจำก็ต้องตรวจสอบอีกครั้งว่าเกิดจากสาเหตุใดและอาวุธชนิดใด ซึ่งก็มีแพทย์ประจำเรือนจำอยู่แล้ว ตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังประสานกับแพทย์อยู่ว่าในวันดังกล่าวได้ทำการตรวจร่างกายละเอียดขนาดไหน แต่เท่าที่ทราบผู้ต้องหาทั้งหมดมีสติดีทุกประการ อย่างไรก็ตามต้องตรวจสอบเป็นรายคน พร้อมกับตรวจสอบเอกสารบันทึกความเห็นของแพทย์ในวันดังกล่าวอีกครั้ง ซึ่งอาจต้องสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 4 รายเพิ่มเติมอีกด้วย
โฆษก สตช. ยังกล่าวอีกว่า ปกติการตรวจร่างกายจะไม่ค่อยตรวจตามผิวหนัง จะเป็นการตรวจเช็คความดัน การเต้นของหัวใจ จำนวนออกซิเจนในเลือด และฟังเสียงหัวใจ ดังนั้นบาดแผลดังกล่าวอาจเกิดก่อนหรือหลังก็ได้ จึงต้องส่งทีมแพทย์ไปตรวจร่างกายเพิ่มเติม ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะนำความเห็นของแพทย์ทั้งในวันส่งตัวและแพทย์ในเรือนจำมาวิเคราะห์อีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุของบาดแผล บาดแผลดังกล่าวเกิดในช่วงเวลาไหน เป็นช่วงที่อยู่กับทหาร ตำรวจ หรือเกิดก่อนหน้านั้น ประกอบกับดูคำให้การของผู้ต้องหาด้วยว่าถูกทำร้ายจากใครและเมื่อไหร่
ด้านพ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ฝ่ายกิจการต่างประเทศ กล่าวว่า ตามหลักของการทำเรื่องขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนนั้น มีเงื่อนไขอยู่ 4 ประการ ได้แก่ 1.ข้อหาดังกล่าวต้องเป็นข้อหาที่ทั้ง 2 ประเทศ ทั้งประเทศผู้ขอและผู้ถูกร้องขอ มีความผิดเหมือนกัน และมีอัตราโทษขั้นต่ำ 1 ปีขึ้นไป 2.ต้องเป็นคดีที่พันกงานอัยการและตำรวจได้ส่งฟ้องต่อศาลแล้ว3.เป็นคดีที่มีคำร้องขอยืนยันจากทางการไทยเพื่อขอตัวผู้ร้ายข้ามแดนจากประเทศปลายทาง และ 4.ต้องเป็นคดีที่ประเทศปลายทางนั้นออกหมายจับแล้วเท่านั้น ซึ่งจะเกิดขึ้นได้หลังจากที่ทางการไทยได้ส่งหมายแดงไปให้และประเทศปลายทางนำไปออกเป็นหมายจับของประเทศเขาอีกครั้งหนึ่งเพื่อจับกุมตัว ทั้งนี้ประเทศที่ร้องขอจะต้องมีเงื่อนไขทางคดีครบสมบูรณ์เข้าหลักเกณฑ์ที่กำหนด แต่ขณะนี้พนักงานอัยการและตำรวจยังไม่ได้ส่งฟ้องต่อศาลจึงยังไม่สามารถส่งหมายแดงออกไปได้ นอกจานี้เรื่องดังกล่าวเป็นไปตามหลักผลประโยชน์ต่างตอบแทน กล่าวคือทางการไทยเคยช่วยเหลือทางประเทศที่ร้องขอไปแล้วและหวังว่าประเทศนั้นจะช่วยเหลือเรากลับด้วยเช่นกัน
"สถานะตอนนี้คือทางตำรวจสากลได้รับคำร้องจากพนักงานสอบสวนแล้วให้ช่วยดำเนินการสอบสวนติดตามจับกุมตัว แต่คำร้องยังไม่ถึงพนักงานอัยการเพราะทางตำรวจยังไม่สั่งฟ้อง เป็นการส่งรายละเอียดคำร้องให้ตำรวจสากลเพื่อขอทราบตำแหน่งคนร้ายแต่ยังไม่ใช่หมายแดงตามที่สังคมเข้าใจ คือเป็นการแจ้งให้ทราบว่านายอเนก ซานฟราน เป็นบุคคลที่ทางการไทยต้องการตัวอยู่ หากตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหาหลบหนีอยู่ในประเทศใดให้ช่วยแจ้งให้ประเทศไทยทราบถึงความเคลื่อนไหวของผู้ต้องหาด้วย อย่างไรก็ดีจากการตรวจสอบขณะนี้นายอเนก ไม่มีหนังสือเดินทางที่ออกโดยประเทศไทย ซึ่งกำลังตรวจสอบอยุ่ว่าผู้ต้องหามีหนังสือเดินทางที่ออกโดยประเทศอื่นหรือเป็นพลเมืองของประเทศอื่นหรือไม่" รองโฆษก สตช. ระบุ




