มติวิปสปช.เลิกตั้งญาติช่วยงาน “ยิ่งลักษณ์”ระทึกลุ้นคดีข้าววันนี้
มติวิปให้ สปช.ทั้งหมดยกเลิกตั้งเครือญาติช่วยงาน หลังพบ 12 คนแต่งตั้งเครือญาติกินเงินเดือน กระทบภาพลักษณ์ “ยิ่งลักษณ์”ระทึก ลุ้นศาลฎีกาฯ รับ-ไม่รับฟ้องคดีจำนำข้าววันนี้ ด้านนายกฯ ตั้ง“วิษณุ”เป็นหัวหน้าทีมศึกษาร่างรธน.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ขอความร่วมมือให้สมาชิกที่นำภรรยา บุตรและเครือญาติ เข้าช่วยงานและรับเงินเดือนในตำแหน่งที่ปรึกษา ผู้ช่วยดำเนินงาน ผู้เชี่ยวชาญประจำตัว ให้ลาออกจากตำแหน่งไปนั้น ล่าสุดพบว่า มีสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จำนวน 12 คน แต่งตั้งเครือญาติเข้ารับตำแหน่งเช่นกัน โดยเป็นการเปิดเผยของสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร พบว่า
นายกิตติภณ ทุ่งกลาง แต่งตั้ง น.ส.ภัสสร ทุ่งกลาง เป็นผู้ช่วยดำเนินงานประจำตัว รับเงินเดือน 15,000 บาท, นางกูไซหม๊ะวันซาฟีหน๊ะ มนูญทวี แต่งตั้ง นายอาบีดีน มนูญทวี เป็นผู้ช่วยดำเนินงานประจำตัว รับเงินเดือน 15,000 บาท, นายจรัส สุทธิกุลบุตร แต่งตั้ง นายณรงค์ชัย สุทธิกุลบุตร เป็นผู้ชำนาญการประจำตัว รับเงินเดือน 20,000 บาท, นายเจริญศักดิ์ ศาลากิจ แต่งตั้ง นายพิสุทธิ์ ศาลากิจ เป็นผู้เชี่ยวชาญประจำตัว รับเงินเดือน 20,000 บาท, นายทิวา การกระสัง แต่งตั้ง นายสกนธ์ การกระสัง เป็นผู้ช่วยดำเนินงานประจำตัว รับเงินเดือน 15,000 บาท, นายธีรศักดิ์ พานิชวิทย์ แต่งตั้ง นายณัฐชนน พานิชวิทย์ เป็นผู้ช่วยดำเนินงานประจำตัว รับเงินเดือน 15,000 บาท
พล.อ.อ.มนัส รูปขจร แต่งตั้ง นายวัชรเดช รูปขจร เป็นผู้ช่วยดำเนินงานประจำตัว รับเงินเดือน 15,000 บาท, นายวันชัย สอนศิริ แต่งตั้ง น.ส.ฉัตรทิพย์ สอนศิริ เป็นผู้ชำนาญการประจำตัว รับเงินเดือน 20,000 บาท, นายสยุมพร ลิ่มไทย แต่งตั้ง นายอิศร์ ลิ่มไทย เป็นผู้ช่วยดำเนินงานประจำตัว 15,000 บาท, นายสุวัช สิงหพันธุ์ แต่งตั้ง พ.ต.หญิง ธัญนุช สิงหพันธุ์ เป็นผู้ช่วยดำเนินงานประจำตัว 15,000 บาท, นายอุทัย สอนหลักทรัพย์ แต่งตั้ง น.ส.พนิดา สอนหลักทรัพย์ เป็นผู้ช่วยดำเนินงานประจำตัว 15,000 บาท และนางอุบล หลิมสกุล แต่งตั้ง น.ส.พนมดา หลิมสกุล เป็นผู้ช่วยดำเนินงานประจำตัว 15,000 บาท
ด้านนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช.กล่าวว่า จะนำเรื่องดังกล่าวเข้าหารือในที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ (วิป สปช.) เพื่อหาข้อสรุป เพราะเรื่องดังกล่าวเคยให้แนวปฏิบัติไปแล้ว
นายอลงกรณ์ พลบุตร เลขาฯ วิป สปช.กล่าวว่า กรณีนี้ประธาน สปช.เคยให้แนวทางปฏิบัตินโยบายไว้แล้ว ตั้งแต่เกิดเรื่องกับ สนช.ทั้งนี้ สปช.เป็นองค์กรและบุคคลสาธารณะ ดังนั้นสมาชิก สปช.ต้องคำนึงถึงอำนาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบที่จะเป็นผู้นำการปฏิรูปตามที่สังคมตั้งความคาดหวัง อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าวขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของแต่ละบุคคลด้วย ยอมรับว่า เมื่อมีข่าวออกมาเช่นนี้ย่อมกระทบต่อภาพลักษณ์ขององค์กร สปช.ในภาพรวม แต่ทราบว่า ข้อมูลที่มีการเปิดเผยในสื่อบางส่วนมีความคลาดเคลื่อน เนื่องจากสมาชิก สปช.บางคนที่ให้เครือญาติมาช่วยงานบางคนก็แจ้งความประสงค์ว่า ไม่ขอรับผลตอบแทน หรือเงินเดือน จึงหวังว่า สมาชิก สปช.จะปฏิบัติให้ถูกต้องตามที่ประธาน สปช.ให้แนวทางปฏิบัติไว้
นายวันชัย สอนศิริ สมาชิก สปช. เปิดเผยว่า การตั้ง น.ส.ฉัตรทิพย์ บุตรสาว เป็นผู้ชำนาญการประจำตัว รับเงินเดือน 20,000 บาทนั้น เป็นเรื่องจริง แต่ขอยืนยันว่า ตั้งมาเพื่อทำงาน ไม่ใช่รับเงินกินเปล่า อย่างไรก็ตามถ้าวิป สปช.มีมติออกมาเป็นอย่างไรก็พร้อมที่จะทำตาม
มติวิปสปช.ให้เลิกตั้ง“เครือญาติ”ช่วยงาน
ต่อมาบ่ายวานนี้(18 มี.ค.) นายวันชัย สอนศิริ โฆษกวิป สปช.แถลงภายหลังการประชุมว่า กรณีที่มีสมาชิกแต่งตั้งเครือญาติ เป็นที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ช่วยประจำตัวสมาชิก สปช.นั้น ที่ประชุมได้มีการหารือกัน โดยนายเทียนฉาย ได้ยืนยันว่า ไม่ได้มีเจตนาที่จะปกปิดข้อมูลในส่วนดังกล่าวแต่อย่างใด เพียงแต่นายเทียนฉายไม่ได้มีอำนาจโดยตรง แต่เป็นอำนาจของคณะกรรมการบริหารข้อมูลข่าวสารของสภาผู้แทนราษฎร
“เมื่อเกิดกรณีดังกล่าวขึ้น ที่ประชุมวิป สปช.ก็มีมติให้นำแนวทางของวิป สนช.ที่แนะนำให้สมาชิกมีการปรับเปลี่ยนตัวที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ช่วยที่เป็นเครือญาติออกจากตำแหน่งทันที เพื่อสนองความต้องการของสังคมที่มีความเคลือบแคลงการแต่งตั้ง โดยเชื่อว่าสมาชิกจะปฏิบัติตามและไม่มีเสียงขัดแย้งในมตินี้”
นายวันชัย ชี้แจงกรณีนำบุตรสาวช่วยงานว่า ตนไม่ถนัดด้านภาษาอังกฤษ ในการอ่านเอกสารการปฏิรูป แต่บุตรสาวมีความสามารถ เลยตั้งมาช่วยงาน อย่างไรก็ตาม ยอมรับมติ และจะให้บุตรสาวลาออกในวันที่ 19 มี.ค.
นายกฯตั้ง“วิษณุ”หัวหน้าทีมศึกษาร่างรธน.
นายวันชัย กล่าวต่อว่า สำหรับการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่คณะกรรมาธิการยกร่างฯ ได้พิจารณาแล้วเสร็จ และอยู่ระหว่างการทบทวนก่อนนำมาขอความเห็นจาก สปช.นั้น ทางนายกรัฐมนตรีได้สั่งให้ ครม.ร่วมศึกษาร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ด้วย โดยมอบให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เป็นหัวหน้าทีมเพื่อการศึกษา
กมธ.ยกร่างรธน.พบสื่อ28ม.ค.
นายมานิจ สุขสมจิตร รองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ คนที่สอง เปิดเผยว่า วันที่ 28 มี.ค.นี้ ทาง กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญจะจัดสัมมนาเพื่อรับฟังความเห็นพร้อมแลกเปลี่ยนความเห็นของสื่อมวลชนทุกสาขา รวมถึงบุคลากรที่เกี่ยวข้องในวงการสื่อมวลชน อาทิ คอลัมนิสต์, นักจัดรายการ ทั้งสถานีโทรทัศน์ สถานีวิทยุ วิทยุชุมชน ในพื้นที่ กทม.และต่างจังหวัด ประมาณ 200 คน ที่ห้องประชุมหมายเลข 213-216 อาคารรัฐสภา 2 โดยวัตถุประสงค์หลัก เพื่อชี้แจงและทำความเข้าใจในข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสาระสำคัญในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
ศาลฎีกาชี้ชะตา“ยิ่งลักษณ์”คดีข้าววันนี้
นายสุรศักดิ์ ตรีรัตน์ตระกูล อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน รองหัวหน้าคณะทำงานอัยการ ที่รับผิดชอบคดีโครงการจำนำข้าวและระบายข้าว กล่าวว่า ในวันพฤหัสบดีที่ 19 มี.ค.นี้ นายชุติชัย สาขากร อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงาน และคณะทำงาน รวม 6 คน จะเดินทางไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตามที่ศาลกำหนดนัดฟังคำสั่งว่าจะรับฟ้องหรือไม่ ในคดีที่นายตระกูล วินิจนัยภาค อัยการสูงสุด ยื่นฟ้อง นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลย ในเวลา 10.00 น.
ขณะที่ นายธนฤกษ์ นิติเศรณี ประธานแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา กล่าวว่า ช่วงเช้าวันที่ 19 มี.ค. องค์คณะผู้พิพากษาทั้ง 9 คน จะร่วมประชุมกัน ก่อนจะมีความเห็นว่า ควรจะรับฟ้องคดีนี้ไว้พิจารณาหรือไม่ รวมทั้งการพิจารณาหาผู้พิพากษาเจ้าของสำนวน 1 คน ขึ้นรับผิดชอบสำนวน และหากมีคณะทำงานอัยการ หรือผู้รับมอบอำนาจ หรือมีทนายความมา ศาลฎีกาฯ ก็จะเปิดห้องพิจารณาเพื่ออ่านคำสั่งจะรับฟ้องหรือไม่ รวมถึงวันนัดพิจารณาคดีครั้งแรก และรายงานกระบวนพิจารณาให้คู่ความทราบโดยทั่วกัน อย่างไรก็ดี จนถึงขณะนี้ในคดีดังกล่าวยังไม่ปรากฏว่าฝ่ายจำเลยได้ยื่นคัดค้านผู้พิพากษาคนใด ในการเป็นองค์คณะพิจารณาคดี โดยการคัดค้านนั้นสามารถยื่นได้จนถึงวันพิจารณาคดี
ส่วนคดีที่อัยการสูงสุดยื่นฟ้องนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ กับพวกรวม 21 ราย ร่วมฮั้วประมูล และใช้อำนาจมิชอบโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี เมื่อวันที่ 17 มีนาคม ที่ผ่านมานั้น นายธนฤกษ์ กล่าวว่า ทางนายดิเรก อิงคนินันท์ ประธานศาลฎีกา ยังไม่ได้กำหนดนัดประชุมใหญ่ผู้พิพากษาศาลฎีกาทั้งหมด เพื่อเลือกองค์คณะจำนวน 9 คน ขึ้นพิจารณาสำนวนคดี อย่างไรก็ตาม การเลือกองค์คณะนั้นกฎหมายกำหนดไว้ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 14 วัน
ทนายยัน “ยิ่งลักษณ์” ไม่ไปศาล
นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนัดฟังคำสั่งว่าจะประทับรับฟ้อง กรณีละเลยไม่ดำเนินการยับยั้งโครงการรับจำนำข้าวจนทำให้รัฐเสียหายกว่า 6 แสนล้านบาทหรือไม่ ในวันที่ 19 มี.ค. ว่า การดำเนินการในวันที่ 19 มี.ค. เป็นเรื่องระหว่างศาลกับพนักงานอัยการ ในกรณีที่ศาลจะพิจารณาคำฟ้องของพนักงานอัยการว่าจะประทับรับฟ้องหรือไม่ ซึ่งกฎหมายไม่ได้กำหนดให้ผู้ถูกกล่าวหาต้องไปที่ศาล ดังนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ และทีมทนายความ จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเดินทางไปที่ศาล แต่จะรอฟังผลการพิจารณาของศาลก่อนว่าจะออกมาอย่างไร จากนั้นจึงค่อยมาว่ากันอีกทีว่า ทีมทนายความจะดำเนินการในขั้นตอนต่อไปอย่างไร





