"พรเพชร"เตรียมเสนอแนวทางแทนอัยการศึกหลังได้รัฐธรรมนูญใหม่ ยันไม่ได้เร่งบรรจุวาระถอดถอน"บุญทรง"เชื่อใช้เวลาไม่นานโหวตเสร็จสิ้น
นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวภายหลังการเปิดสัมมนาพิทักษ์ชาติและสถาบัน ของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษามาตรการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ว่า สนช.ตระหนักดีว่ามีหน้าที่คุ้มครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พระมหากษัตริย์แม้จะไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมืองแต่มีอิทธิพลต่อชีวิตและจิต ใจของคนไทย ก่อนที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)จะเข้ามาได้มีการละเมิดสถาบันทั้งทางโซเชียลมีเดียและทางตรง คสช.จึงต้องใช้ยาแรงดำเนินการอย่างเด็ดขาดด้วยการใช้กฎหมายที่เข้มแข็งคือกฎอัยการศึก
โดยให้คดีที่ละเมิดสถาบันต้องขึ้นสู่ศาลทหาร ซึ่งจากการประเมินพบว่าเป็นมาตรการที่ได้ผลเพราะคดีเหล่านี้ลดน้อยลง แต่เมื่อใช้ไปนานก็มีเสียงท้วงติงว่าคดีที่ขึ้นศาลทหารกระทบกับสิทธิ เสรีภาพของประชาชน ในฐานะที่เกี่ยวข้องกับคสช.ขอขี้แจงว่า ตนได้พิจารณาตั้งแต่ต้นแล้ว เห็นว่าในอดีตคณะยึดอำนาจใช้อำนาจกว้างขวางมากกว่านี้ ในฐานะนักกฎหมายได้คำนึงถึงหลักนิติธรรม โดยมองถึงจุดที่สร้างสมดุลเมื่อเหตุการณ์รุนแรงเราก็ใช้ยาแรงเพื่อให้สิ่งที่เป็นภัยร้ายนั้นหมดไปถ้าภัยร้ายเบาลงเราก็เสนอมาตรการที่เบาลงตนคิดอยู่ ทุกวันแต่ยังบอกไม่ได้
"แนวคิดของผมคือการจัดสมดุลระหว่างอำนาจรัฐกับสิทธิเสรีภาพของประชาชน จุดสมดุลนี้สามารถเปลี่ยนได้ตลอดตามสถานการณ์ โดยสถานการณ์ที่น่าจะผ่อนปรนได้คือสถานการณ์ที่รัฐธรรมนูญออกมาชัดเจนแล้ว ขณะนี้ยังไม่มีบทเฉพาะกาลจึงต้องมีการพูดคุยกันต่อไป ถ้าสถานการณ์เรื่องรัฐธรรมนูญชัดเจนเช่นในเดือนมิ.ย.หรือส.ค.ผมในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของแม่น้ำ 5 สาย อาจจะเสนอมาตรการผ่อนปรนเพื่อสร้างความสมดุลได้ ส่วนการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญนั้น ผมมองว่าในต่างประเทศการทำประชามติจะทำเฉพาะเรื่อง เพื่อสะท้อนความเห็นซึ่งการถามประชามติมีการทำอยู่ตลอดทุกครั้งที่มีการจัดการเลือกตั้ง"นายพรเพชร กล่าว
นายพรเพชร กล่าวถึงการบรรจุวาระพิจารณาถอดถอนนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในการประชุมวันที่ 2 เม.ย.นี้ ว่า การบรรจุเรื่องนี้ไม่ได้เร่งด่วน โดยตนได้ตรวจสอบความถูกต้องของเรื่องอย่างละเอียดแล้วเนื่องจากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคนไม่กี่คน ทั้งนี้การพิจารณาคดีของนายบุญทรงที่ศาลฎีกาแผนนคดีอาญาฯ ไม่มีผลกับการพิจารณาของสนช.เพราะมาตรฐานการพิจารณาระหว่างศาลกับสนช.มีความแตกต่างกัน เรื่องนี้มีคล้ายกันเพียงส่วนเดียวคือเนื้อหาคดีเท่านั้น เชื่อว่าการพิจารณาจะใช้เวลาไม่นาน ขึ้นอยู่กับนายบุญทรงจะใช้สิทธิอย่างไร





