เครือข่ายเครดิตยูเนียนร้อง"พล.อ.ประยุทธ์"ช่วยสร้างความเชื่อมั่น ให้พูดใน"คืนความสุข" หลังสมาชิกแห่ลาออกและถอนเงิน
ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี มีกลุ่มที่อ้างว่าเป็น "เครือข่ายสหกรณ์ยูเนียน"นำโดย นายชัยณรงค์ หนูจีนเส้ง ผู้จัดการใหญ่เครือข่ายสหกรณ์ยูเนียนเคหะรัษฎาภูเก็ต เข้ายื่นหนังสือผ่านศูนย์บริการประชาชน ถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการนำเสนอข่าวกรณีการทุจริตของสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่นจนทำให้กระทบต่อเครือข่ายสหกรณ์เครดิตยูเนียนทั่วประเทศที่มีกว่า 1,200 แห่ง จนทำให้สมาชิกสหกรณ์ฯเกิดความไม่มั่นใจและทยอยถอนเงิน รวมถึงลาออกจากการเป็นสมาชิก
โดยหนังสือถึงพลเอกประยุทธ์ระบุว่า ตามที่สื่อมวลชนโดยเฉพาะรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ของช่อง3 ได้นำเสนอข่าวกรณีสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่นซึ่งมีปัญหาด้านการบริหารงานภายในและเรื่องดังกล่าวถูกเปิดเผยมาตั้งแต่ปี 2556 และมีความพยายามแก้ไขปัญหามาอย่างต่อเนื่องจนเข้าสู่กระบวนการร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง โดยศาลจะมีคำตัดสินใจวันที่ 20 มีนาคมนี้ แต่การนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนรายนี้ในระยะแรกที่ปรากฏเป็นการนำเสนอเส้นทางการเงินที่ถูกนำออกจากสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่นฯและเกี่ยวพันกับบุคคล ตลอดจนวัดพระธรรมกาย ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีหากสื่อตีแผ่และพยายามติดตามเงินกลับเข้ามาสู่ระบบสหกรณ์ได้ และตั้งแต่เช้าวันที่ 9 มีนาคม 2558 เป็นต้นมา สื่อดังกล่าวได้นำเสนอแหล่งที่มาของเงินของสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่นฯ โดยเฉพาะการนำเสนอข้อมูลสหกรณ์ต่างๆที่ฝากเงินกับสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่นฯ ซึ่งเป็นข้อมูลเก่าที่ถูกเปิดเผยแล้วตั้งแต่ปี 2556 มีการนำกลับมาเล่าใหม่ แสดงรายชื่อและจำนวนเงินฝาก ตลอดจนใช้คำพูดที่ทำให้ผู้รับสื่อเข้าใจผิดคิดว่าสหกรณ์เหล่านี้ส่อไปในทางทุจริตและไม่เปิดเผยข้อมูลเหล่านี้แก่สมาชิกของตนเอง ให้ข้อมูลคลุมเครือว่าบางสหกรณ์ได้ตัดหนี้สูญในส่วนที่ฝากกับสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่นฯ โดยสมาชิกอาจจะไม่ทราบทำให้เกิดความเข้าใจผิดต่อสมาชิกและประชาชนทั่วไป
หนังสือร้องเรียนระบุอีกว่า นอกจากนี้ยังได้นำข้อมูลจากผู้ที่รับเงินจากสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่นฯ ซึ่งอ้างว่ารับเงินเป็นค่านายหน้าในการชักชวนสหกรณ์ต่างๆให้นำเงินมาฝากกับสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่นฯ ซึ่งตนเองได้จ่ายต่อให้กับสหกรณ์ผู้ฝากเงินโดยไม่เปิดเผยข้อมูลสหกรณ์เหล่านั้น ทำให้ทุกสหกรณ์เป็นที่สงสัยและถูกดูหมิ่นว่าได้รับผลประโยชน์จากการฝากเงิน และจากการนำเสนอข่าวดังกล่าวอย่างต่อเนื่องโดยเน้นย้ำสหกรณ์เครดิตยูเนียน ทำให้เกิดผลกระทบต่อสหกรณ์เครดิตยูเนียนทั่วประเทศ สมาชิกขาดความมั่นใจเกรงว่าจะเกิดการทุจริตภายในสหกรณ์ มีความเสี่ยงต่อการทุจริตสูง ทำให้สมาชิกต่างแห่กันมาลาออกจากการเป็นสมาชิก และถอนเงินออกจากสหกรณ์ แม้ว่าหลายสหกรณ์จะพยายามอธิบายว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวกับกรณีที่เป็นข่าว แต่ความตื่นตระหนกจากข่าวที่สื่อออกมาอย่างขาดความรับผิดชอบ ไม่สามารถระงับยับยั้งโดยการอธิบายของสหกรณ์ได้ เพราะข้อมูลข่าวสารได้รับการตอกย้ำตลอดเวลา มีผลต่อสภาพคล่องและความมั่นคงของสหกรณ์อย่างรุนแรง เกิดผลกระทบในวงกว้างของเครดิตยูเนียน ทั้งที่สหกรณ์เครดิตยูเนียนได้สั่งสมความดี เป็นที่เชื่อถือ ที่พึ่งให้แก่สมาชิกและประชาชนมายาวนานจนครบ 50 ปี ในปี 2558
จากผลกระทบดังกล่าวเครือข่ายขบวนการเครดิตยูเนียนในประเทศไทยจึงขอความเป็นธรรมจากพลเอกประยุทธ์ดังนี้ 1.ขอให้มีบัญชาให้หน่วยงานราชการที่รับผิดชอบเข้ามาดูแลให้การช่วยเหลือเครดิตยูเนียนที่ได้รับผลกระทบดังกล่าวอย่างเหมาะสมและรวดเร็ว 2.ขอให้มีบัญชาให้หน่วยงานราชการที่กำกับด้านสื่อ สั่งการให้สื่องดการนำเสนอข่าวที่สร้างความสั่นคลอนและความเชื่อมั่นต่อขบวนการสหกรณ์และให้สื่อรับผิดชอบต่อผลกระทบจากข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้ว 3.ขอให้สั่งการให้สื่อระมัดระวังการนำเสนอข่าวที่มีความอ่อนไหวต่อสังคมและต้องรับผิดชอบต่อผลกระทบของข่าวที่นำเสนอ ตลอดจนกำกับด้านจรรยาบรรณของสื่อย่างใกล้ชิด 4.ขอให้สร้างความเชื่อมั่นในระบบสหกรณ์แก้สมาชิกและประชาชนผ่านทางรายการคืนความสุขให้คนในชาติ
นายชัยณรงค์ กล่าวว่า สหกรณ์เป็นเรื่องของคนรากหญ้าและเป็นส่วนหนึ่งที่จะนำมาพัฒนาประเทศ ถ้าขาดความเชื่อมั่นก็ยากที่จะทำให้ประเทศเดินต่อไปได้ ยืนยันว่าทางสหกรณ์ไม่เคยได้ค่าตอบแทนในการฝากเงินกับสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่นตามที่เป็นข่าว พร้อมขอสื่อมวลชนให้ระบุหลักฐานให้ชัดเจนหากมีการทำตามข้อกล่าวหาจริง ทั้งนี้เชื่อมั่นว่า สหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่นและสหกรณ์อื่นๆจะไม่ล้ม เพราะขณะนี้ยังสามารถบริหารสภาพคล่องของแต่ละสหกรณ์ด้วยตนเองได้
อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ทางเครือข่ายฯจะเดินทางไปยื่นหนังสือต่อผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 พร้อมกับมีข้อเรียกร้อง 2 ข้อคือ 1.ขอให้ระงับการนำเสนอข่าวในด้านลบของสหกรณ์ หากนำเสนอข้อเท็จจริงของสหกรณ์ที่มีปัญหาให้มีการนำเสนออย่างรอบด้านและระมัดระวังผลกระทบต่อสังคมวงกว้าง 2.แสดงความรับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการนำเสนอข่าวในรอบวันที่ 9-13 มีนาคม 2558





