รองผอ.การท่าฯ เผยค่าฝุ่นละอองกับทัศนวิสัยการบินเป็นคนละส่วน ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณนักบิน ขณะที่การท่าฯเตรียมเฝ้าระวังสถานการณ์หมอกควัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากสถานการณ์หมอกควันที่ปกคลุมตัวเมืองเชียงใหม่ ส่งผลกระทบกับการขึ้นลงของอากาศยานที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ โดยเมื่อวานนี้ (16 มีนาคม) จากทัศนะวิสัยเลวร้าย เนื่องจากหมอกควันสะสมตัวหนาแน่นและลดลงต่ำใกล้พื้นดิน บนลานบิน ทำให้นักบินตัดสินใจไม่นำเครื่องร่อนลงที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ จำนวน 5 เที่ยวบิน โดยอากาศยานบางลำ บินวนกลับไปลงที่ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และบางลำก็เปลี่ยนไปลงที่ท่าอากาศยานจังหวัดเชียงราย
อย่างไรก็ตามแม้จะกระทบโดยตรงกับการขึ้นลงเพียง 5 เที่ยวบิน แต่จากเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบให้เกือบทุกเที่ยวบินกว่า 175 เที่ยวบินต้องดีเลย์ หรือล่าช้ากว่ากำหนดตามตารางบิน ซึ่งมีบางเที่ยวบินต้องดีเลย์ไปนานมากกว่า 5 ชั่วโมง จึงจะสามารถออกจากดอนเมืองเดินทางมายังท่าอากาศยานเชียงใหม่ได้ตอนเที่ยงคืน สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้โดยสารจำนวนมาก
นายกฤติยา ก้อนทอง รอง ผอ.ท่าอากาศยานเชียงใหม่ เปิดเผยว่า สำหรับเช้านี้ทางเจ้าหน้าที่ของท่าอากาศยานเชียงใหม่รายงานว่าทัศนะวิสัยในการบินช่วงเช้ายังสามารถมองเห็นได้ในระยะ 2000 เมตร จนถึงเวลา 9 นาฬิกาพบว่า ยังไม่กระทบกับการขึ้นลงของอากาศยานแต่อย่างใด ซึ่งทางท่าอากาศยานเชียงใหม่ก็จะมีการเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์หมอกควันที่ปกคลุมบนลานบิน อันจะกระทบต่อการขึ้นลงของอากาศยาน อย่างใกล้ชิด เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นก็พร้อมจะดูแลอำนวยความสะดวก รองรับผู้โดยสารอย่างเต็มที่ ทดแทนเวลาที่ล่าช้า
“แม้ว่า ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศของเช้าวันนี้ จะยังคงสูงกว่า 300 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร แต่ยังไม่กระทบต่อท่าอากาศยาน เนื่องจากค่ามลพิษในอากาศ กับทัศนวิสัยทางการบิน เป็นคนละส่วนกัน เพราะแม้ว่าค่ามลพิษในอากาศจะสูง แต่หากหมอกควันพิษไม่ได้เคลื่อนตัวมาปกคลุมในพื้นที่ลานบิน ก็ยังสามารถเดินทางได้ตามปกติ ขณะเดียวกันแม้ว่าค่าฝุ่นละอองจะอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย แต่มีปัจจัยด้านหมอกควัน หรือความกดอากาศกักหมอกควันไว้ในพื้นที่ท่าอากาศยาน ก็ย่อมส่งผลต่อการบินเช่นกัน”นายกฤติยา กล่าว
นายกฤติยา กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม สำหรับทัศนวิสัยบนลานบิน หากมองเห็นได้ต่ำกว่าระยะ 800 เมตร จะขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของนักบิน ว่าจะนำเครื่องลงได้หรือไม่ เพื่อความปลอดภัยสูงสูดของผู้โดยสารบางครั้งนักบินจึงต้องตัดสินใจที่จะร่อนลง หรือเลี่ยงไปลงจอดในท่าอากาศยานอื่น ทั้งนี้ในปัจจุบัน เริ่มพบว่าหมอกควันเริ่มสะสมตัวหนาแน่นขึ้น ซึ่งต้องเฝ้าระวังว่าจะได้รับผลกระทบในช่วงเที่ยงวัน เช่นเดียวกันวานนี้หรือไม่





