“บัญชา” แนะ สตง.จับมือ ปปง.สอบเส้นทางเงิน ป.ป.ช.ใช้งบหลวงจ้างสภาทนายความ
นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ สมาชิกสภาปฎิรูปแห่งชาติ(สปช.) และกรรมาธิการปฎิรูปการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ กล่าวถึงกรณี นายวิชัย วิวิตเสวี กรรมการ ป.ป.ช. ระบุว่า การว่าจ้างทนายความฟ้องคดี สภาทนายความจะคัดเลือกทนายความเพื่อดำเนินการ เรียกว่าทนายขอแรง และมีการจ่ายเงินรางวัล หรือค่าจ้างเป็นค่าตอบแทน ให้แก่ทนายความคนนั้นว่า นายวิชัย เป็นอดีตผู้พิพากษาระดับศาลฎีกา ย่อมรู้ระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมว่าด้วยการจ่ายและค่าใช้จ่ายทนายความตามที่ศาลตั้งซึ่งเรียกว่าทนายขอแรงการจ่ายเงินให้ทนายความขอแรง กำหนดค่าจ้างคดีที่มีอัตราโทษประหารชีวิต อัตราสูงเรื่องละ 50,000 บาท คดีที่มีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไปอัตราสูงสุดเรื่องละ 40,000บาท ดังนั้น ป.ป.ช.จะต้องเปิดเผยทุกคดีนับตั้งแต่นายปานเทพเป็นประธานป.ป.ช. ทั้งสัญญาว่าจ้าง เอกสารการจ่ายค่าจ้าง ภาษีหัก ณ.ที่จ่าย และเส้นทางการเงินการจ่ายค่าจ้าง ทั้งนี้ เรื่องเงินงบประมาณนั้นเป็นเรื่องใหญ่ ประชาชนให้ความสนใจ ส่วนสตง.ก็สมควรสั่งดำเนินคดีเพื่อให้ศาลฎีกาพิจารณาปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย เพราะประชาชนต้องการฟังคำพิพากษาศาลฎีกาดังเช่นคดีที่ป.ป.ช.ชุดเดิมขึ้นค่าตอบแทนให้ตนเองโดยอ้างว่าเป็นระเบียบที่ทำได้ แต่ศาลฎีกาพิพากษาเป็นความผิดตาม มาตรา 157 เป็นต้น
นายบัญชา กล่าวอีกว่า ขอให้สตง.ขอความร่วมมือจากป.ป.ง.ในการร่วมตรวจสอบกรณีที่ ป.ป.ช.นำเงินงบประมาณมาจ่ายค่าจ้าง เพราะถือเป็นเงินของแผ่นดิน ป.ป.ช.จะต้องใช้โดยสุจริต โปร่งใส ตรวจสอบได้ มีเหตุผลในการใช้เงินในทุกคดี เพราะป.ป.ง.มีความสามารถตรวจสอบเส้นทางการเงิน และประชาชนก็เชื่อมั่นในความสุจริต ความรู้ ความสามารถของ ป.ป.ง. ความจริงจะได้เปิดเผยให้ประชาชนได้รับทราบ ทั้งนี้ ตนไม่รู้จักกรรมการป.ป.ช. แต่ที่มาร้องเรียนต่อหน่วยงานต่างๆ เพราะเป็นการรักษาผลประโยชน์ของแผ่นดิน ไม่ให้มีการใช้เงินงบประมาณในทางที่เสียหาย และเป็นหน้าที่ของพลเมืองที่มีความชอบธรรมในการตรวจสอบได้




