"นพ.วรงค์"เผยก.พาณิชย์ไล่ออก"3บิ๊กข้าราชการ" เอี่ยวจีทูจีปลอมทำประเทศเสียหาย แนะข้าราชการระดับสูง กล้าปฏิเสธคำสั่งไม่โปร่งใสนักการเมือง
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนทราบข่าวว่า อ.ก.พ.กระทรวงพาณิชย์มีมติไล่ออกอดีตข้าราชการระดับสูงในกระทรวงพาณิชย์ หลัง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี ) ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ โดยระบุว่า อดีตข้าราชการระดับสูงคือ อธิบดี , รองอธิบดีและผอ.กองฯทั้ง 3 คนมีส่วนร่วมในการช่วยบริษัทของจีน 2 แห่ง เข้ามาทำสัญญาการซื้อขายข้าวจีทูจีปลอม ทั้งที่ไม่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลจีนจริง และก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติ และขอขอบคุณทุกภาคส่วนทั้งรัฐบาล คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และป.ป.ช.ที่รับไม้ต่อในการทำหน้าที่ตรวจสอบและปราบปราบการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างจริงจัง ภายหลังจากพรรคประชาธิปัตย์เปิดโปงการทุจริตในโครงการจำนำข้าว
ทั้งนี้โดยเฉพาะการทำสัญญาขายข้าวจีทูจีปลอม ที่สุดการทำหน้าที่ตรวจสอบและข้อเท็จจริงเป็นสิ่งพิสูจน์ความจริง ที่ตนได้อภิปรายไม่ไว้วางใจในสภา ว่าเป็นความจริงทั้งหมด จะทุจริตไม่ได้หากไม่มีตัวจักรสำคัญ คือ ข้าราชการ จึงขอฝากถึงข้าราชการระดับสูงว่า ต่อไปนี้หากนักการเมืองหรือใครมีคำสั่งที่ไม่โปร่งใส ไม่ชอบมาพากลต้องกล้าปฏิเสธไม่ทำตาม ไม่เช่นนั้นชีวิตบั้นปลายก็จะมีจุดจบ เช่น ทั้ง 3 คน ทั้งนี้เพราะนักการเมืองที่คุมนโยบายมักสั่งการด้วยวาจาทั้งสิ้น จึงต้องยึดหลักประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญแทนการตอบสนอง เพราะฝ่ายการเมืองมาแล้วก็ไป
ส่วนกรณีของนักการเมืองที่ถูกดำเนินคดี อาทิ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมว.พาณิชย์ เนื่องจากมีลายมือชื่อเซ็นอนุมัติเห็นชอบในโครงการ เช่นเดียวกับนายภูมิ สาระผล อดีตรมช.พาณิชย์ที่รับผิดชอบโครงการจำนำข้าวในยุคนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง เป็นรมว.พาณิชย์ ที่จะถูกดำเนินตามกระบวนการ หลังป.ป.ช.ชี้มูล ทั้งทางแพ่งและอาญาเพราะความเสียหายสูงร่วม 7 แสนล้านบาท อีกทั้งคดีแพ่งมีอายุความเพียง 2 ปี เข้าใจว่าที่สุดสำนักงานอัยการสูงสุดจะต้องเป็นผู้ดำเนินการฟ้องร้อง เรียกค่าเสียหายคืนให้รัฐก่อนที่จะหมดอายุความ ซึ่งตนจะติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป





