วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กมธ.ยกร่างฯแจ้ง16เม.ย.ร่างแรกเสร็จ

แม่น้ำ 5 สายรายงานให้"พล.อ.ประยุทธ์"รับทราบ ไฮไลท์กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ แจ้ง 16 เม.ย.รธน.ร่างแรกแล้วเสร็จ

แหล่งข่าวในที่ประชุมระหว่างคสช. ครม. สนช. สปช. และคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ หรือแม่น้ำ 5 สาย ครั้งที่ 3 เปิดเผยว่า ในการประชุมแบ่งเป็น 2 ส่วน คือพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ได้ขอให้ที่ประชุมรับข้อสังเกตเนื่องจากบ้านเมืองยังมีปัญหาในเรื่องต่างๆเช่น ปัญหาในการบริหารราชการแผ่นดิน การทุจริต การลดความเหลื่อมล้ำ การเตรียมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน การเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม ฯ ซึ่งปัญหาต่างๆเหล่านี้เป็นปัญหาที่ทับซ้อนกันมายาวนาน จึงต้องมีการทำงานที่ประสานสอดคล้องกันระหว่างแม่น้ำทั้ง 5 สาย เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาของประเทศ ส่วนการจัดเก็บภาษี พลเอกประยุทธ์ได้ย้ำว่าเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และนำงบประมาณมาเพื่อพัฒนาประเทศ และการยกร่างรัฐธรรมนูญเมื่อคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้ยกร่างรัฐธรรมนูญเรียบร้อยแล้ว ครม.และคสช.จะมีข้อสังเกตต่างๆเพื่อให้คณะกรรมาธิการยกร่างฯรับไปพิจารณา

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า ในส่วนของบรรยากาศในการประชุมนั้นเป็นไปด้วยดี โดยพลเอกประยุทธ์ได้รับฟังการรายงานของแต่ละส่วน โดยในที่ประชุมมีการรายการความคืบหน้าในการดำเนินงานของแม่น้ำทั้ง 5 สาย ซึ่งสปช.ได้รายงานก่อน และได้รายงานเรื่อง 2 เรื่อง คือ นายเทียนฉาย กีระนันท์ ประธานสปช.ได้รายงานความคืบหน้าการดำเนินงานของสปช. โดยสปช.ได้พิจารณาร่างพ.ร.บ.จำนวน 3 ฉบับ คือ ร่างพ.ร.บ.องค์การอิสระเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ... ร่างพ.ร.บ. วิสาหกิจเพื่อสังคม พ.ศ...และร่างพ.ร.บ.สมัชชาคุณธรรม แห่งชาติ พ.ศ... ซึ่งขณะนี้สปช.อยู่ระหว่างการเสนอเรื่องดังกล่าวมายังรัฐบาล ด้านดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ ได้เสนอวาระการปฏิรูปที่สำคัญและแนวทางการบริหารจัดการของสปช. หรือ บลูปริ๊น ฟอร์ เช้น(Blueprint for change) ซึ่งประกอบด้วยวาระการปฏิรูป 36 วาระ และ 7 วาระ การพัฒนา ที่จะขับเคลื่อน 9 ประเด็นยุทธศาสตร์ของคสช. โดยสปช.ได้กำหนดแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระการปฏิรูป 36 วาระ โดยคลอบคลุมเรื่องที่สามารถดำเนินการได้ทันที หรือ Quick win เป็นเรื่องที่สามารถดำเนินการได้ภายใน 1 ปี และเป็นเรื่องที่สามารถดำเนินการได้ภายใน 3-5 ปี เช่นประเด็นเรื่องการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งในส่วนนี้พลเอกประยุทธ์ ได้ขอให้สปช.กำหนดเป้าหมาย วัตถุประสงค์ กรอบระยะเวลาและสิ่งที่จะเสนอให้รัฐบาลปัจจุบันดำเนินการปฏิรูปได้ภายใน 1 ปี โดยขอให้ครอบคลุมหน่วยงานผู้รับผิดชอบให้ชัดเจน เช่น กาบรรเทาพิบัติ รวมทั้งขอให้กำหนดประเด็นการปฏิรูปในระยะยาวให้ชัดเจน

ขณะที่ในส่วนของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้รายงานความคืบหน้าการยกร่างรัฐธรรมนูญว่า ปัจจุบันได้ดำเนินการยกร่างรัฐธรรมนูญแล้ว 315 มาตรา ซึ่งคาดว่าในวันที่ 16 เม.ย.นี้ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจะจัดทำร่างรัฐธรรมนูญร่างแรกให้แล้วเสร็จและเสนอร่างฯแรกต่อประธานสปช. ครม.และคสช. เพื่อให้ความเห็นต่อร่างรธน. ฉบับดังกล่าว

"โดยการยกร่างรัฐธรรมนูญในครั้งนี้เป็นการยกร่างเพื่อแก้ไขปัญหาในอดีตจนถึงปัจจุบัน และเป็นการวางรากฐานถึงอนาคต ซึ่งมีเจตนารมณ์ในการยกร่าง 4 ประการ คือ สร้างพลเมืองให้เป็นใหญ่ การเมืองใสสะอาดและสมดุล หนุนสังคมที่เป็นธรรมและนำชาติสู่สันติสุข"

ขณะที่พลเอกเลิศรัตน์ รัตนวานิช ที่ปรึกษาและโฆษกคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้รายงานเรื่อง “ระบบการเลือกตั้งผู้แทนใหม่ช่วยสร้างสมดุลให้การเมืองไทย” โดยระบบการเลือกตั้งแบบใหม่จะช่วยสร้างสมดุลให้การเมืองไทย เช่น การใช้เกณฑ์คะแนนเสียงจากบัญชีรายชื่อเป็นหลักในการคำนวณจำนวน ส.ส. ที่จะพึงได้ของแต่ละพรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมืองถือว่าเป็นการให้ความสำคัญต่อทุกคะแนนของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง เป็นการสะท้อนความนิยมที่แท้จริงของแต่ละพรรคการเมืองและกลุ่มการเมือง

ด้านสนช. ได้รายงานต่อที่ประชุมด้วยการสรุปผลการดำเนินงานด้านนิติบัญญัติของสนช.ระหว่างวันที่ 8 สิงหาคม 2557 ถึงวัน มีนาคม 2558 โดยสนช.ได้พิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับ ที่เสนอโดยประธานป.ป.ช. และร่างพ.ร.บ.รวมจำนวน 96 ฉบับ ซึ่งแบ่งเป็นร่างพ.ร.บ.ที่เสนอโดยคสช. 21 ฉบับ เสนอโดยครม. 68 ฉบับ และเสนอโดยสนช. 5 ฉบับ และสนช.พิจารณาญัตติจำนวน 38 เรื่อง และให้ความเห็นชอบหนังสือสัญญาตามมาตรา 23 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวอีกจำนวน 14 เรื่อง และการดำเนินการในด้านอื่นๆ สนช.อยู่ระหว่างสร้างความเข้าใจกับนานาประเทศว่าเป็นสภาในระบบนิติรัฐ

รายงานข่าวระบุอีกว่า พลเอกประยุทธ์ ได้ขอให้ส่วนราชการต่างๆเร่งการพิจารณาปรับปรุงและแก้ไขกฎหมายเก่า กฎหมายที่รัฐบาลปกติไม่สามารถดำเนินการได้ รวมถึงกฎหมายเกี่ยวกับ FTA เพื่อประโยชน์ในการส่งออกของประเทศ และขอให้พิจารณาปรับปรุงกฎหมายเพื่อคุ้มครองดูแลกรณีข้าราชการไม่ได้กระทำความผิดแต่ต้องร่วมรับผิด

ในส่วนการทำงานของครม.นั้น นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้แจ้งการประสานกับแม่น้ำ 5 สาย และรายงานความร่วมมือและความคืบหน้าในการทำงานเรื่องต่างๆให้ที่ประชุมรับทราบ อาทิ การขับเคลื่อนงานของครม. คสช. โดยมีการตั้งคณะกรรมการ 5 คณะ ที่ประกอบด้วย คณะกรรมการขับเคลื่อนโยบายสำคัญและเร่งด่วนคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายทั่วไปของรัฐบาลคณะกรรมการประสานงานขับเคลื่อนในระดับกระทรวง คณะกรรมการติดตามตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ และขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของคสช.

รวมทั้งยังรายงาน ความคืบหน้าในการขับเคลื่อนเรื่องสำคัญ เช่น ตลาดชุมชน การพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เขตเศรษฐกิขพิเศษ สัญญาคุณธรรม การตั้งคณะกรรมการพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ การแก้ปัญหาขยะ การแก้ปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาล การแก้ปัญหาพลังงาน ราคาสินค้า ปัญหาข้าวและราคายางพารา รวมถึงความคืบหน้าคดีการเมือง คดีทุจริต คดีสำคัญที่อยู่ระหว่างการดำเนินการของป.ป.ท. สตช. กรมสอบสวนคดีพิเศษ ป.ป.ง. ป.ป.ช. เช่นคดีจำนำข้าว คดีเกี่ยวกับการชุมนุม คดีทุจริตจ่ายเงินเยียวยาการชุมนุม คดีทุจริตการก่อสร้างและจัดซื้อจัดจ้าง

ขณะที่คสช. รายงานการทำงาน โดย พลเอกฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข รองเลขาธิการคสช. ได้รายงานปัจจัยแห่งความสำเร็จในการปฏิรูปเพื่อเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นธรรมจำนวน 10 ด้าน โดยคสช.เสนอให้คณะกรรมาธิการของสปช.หาจุดศูนย์ดุลของการเปลี่ยนแปลงในแต่ละด้านเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศและประชาชน

แหล่งข่าว.เปิดเผยด้วยว่า ในที่ประชุม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม รายงานการดูแลสถานการณ์ว่าความไม่สงบยังคงมีอยู่ ฝ่ายตรงข้ามยังคงมีอยู่ แต่เราสามารถควบคุมสถานการณ์ได้