วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ย้อนรอย10เหตุ'อาร์จีดี-5' ฮาร์ดคอร์ใช้ระเบิดป่วนเมือง

(รายงาน) ย้อนรอย10เหตุ"อาร์จีดี-5" ฮาร์ดคอร์ใช้ระเบิดป่วนเมือง

การสร้างสถานการณ์ความรุนแรงในที่สาธารณะโดยใช้ระเบิดขว้างชนิด "อาร์จีดี-5" ขว้างใส่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เมื่อวันที่ 7 มี.ค.ที่ผ่านมานั้น ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการใช้ระเบิดชนิดนี้เพื่อสร้างสถานการณ์เพื่อหวังดิสเครดิตทางการเมือง แต่นับเป็นครั้งที่ 12 แล้วที่กลุ่มการเมืองขั้วนิยมความรุนแรงนำระเบิดชนิดนี้มาใช้ก่อเหตุ


ย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นที่ทำให้ระเบิดชนิดนี้เป็นที่รู้จักของคนในสังคมก็เมื่อคนร้ายการใช้ก่อเหตุกับขบวนผู้ชุมนุมกลุ่มแนวร่วมคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) บริเวณถนนบรรทัดทอง เมื่อวันที่ 17 ม.ค.2557


ครั้งนั้นคนร้ายปาเข้าใส่ช่วงท้ายขบวนผู้ชุมนุมที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. เป็นผู้นำเคลื่อนขบวน ถัดมาเพียง 2 วันก็มีการใช้ระเบิดชนิดนี้กับกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. ที่ปักหลักชุมนุมอยู่ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ถึง 2 ลูก


ทว่า ในฟากฝั่งของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงแล้วเชื่อว่า เริ่มระแคะระคายมาได้ระยะหนึ่ง และหันมาจับตามองกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงทางการเมืองบางกลุ่มมากเป็นพิเศษ ภายหลังจากที่มีการจับกุมเครือข่ายที่ทำหน้าที่ "โลจิสติกส์" ได้ที่ตำรวจด่านความมั่นคง หน้ากรมอุตุนิยมวิทยา ท้องที่ สน.บางนา เมื่อวันที่ 15 ม.ค.2557 โดยได้ตัวผู้ต้องหา 4 คน คือ 1.นายอนุสรณ์ พินิจคุณ 2.นายสุนา ถิ่นแก้ว 3.นางคำไพร แซงแสวง และ 4.นางสาวชนาภา เดนมาตย์ พร้อมของกลางระเบิดอาร์จีดี-5 จำนวน 4 ลูก อาวุธปืนสั้น และเครื่องกระสุนเป็นจำนวนมาก


อย่างไรก็ดี หลังมีการจับกุมกลุ่มเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับระเบิดชนิดนี้ได้แล้วแต่การขยายผลการสืบสวนสอบสวนก็ไม่สามารถหยุดยั้งกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุด้วยระเบิดชนิดนี้ได้ โดยมีระเบิดอาร์จีดี-5 ครั้งที่ 3 และ 4 เกิดขึ้นในวันเดียวกัน คือวันที่ 21 ก.พ.2557 ที่หน้าธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาถนนเลียบคลองสอง และที่บริเวณด้านข้างโรงแรมโนโวเทล แยกประตูน้ำ ซึ่งเป็นจุดที่ใกล้กับด่าน กปปส. เวทีราชประสงค์


ต่อมา ครั้งที่ 5 เป็นระเบิดอาร์จีดี-5 ที่ จ.เชียงใหม่ โดยเมื่อ 21.30 น. วันที่ 21 มี.ค.2557 คนร้ายปาระเบิดใส่ปั๊มน้ำมัน ปตท. ของห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) ปัญญามอเตอร์ บริเวณหน้าโครงการการเคหะหนองหอย ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 11 (ซูเปอร์ไฮเวย์ ช่วงลำพูน-เชียงใหม่) ต.หนองหอย อ.สารภี
ช่วงเวลาใกล้ๆ กันและในพื้นที่เดียวกันก็มีผู้พบระเบิดอาร์จีดี-5 ผู้โยงระหว่างล้อรถสองคัน ที่ร้านอันดามันซีฟู้ด ถนนมหิดล ต.ป่าแดด อ.เมืองเชียงใหม่


ระเบิดอาร์จีดี-5 หายไปเกือบเดือน กระทั่งมาโผล่อีกครั้งเมื่อวันที่ 24 เม.ย.2557 โดยคนร้ายนำไปผูกติดกับธงชาติของประตูรั้วบ้านหลังหนึ่งภายในหมู่บ้านโชคชัยปัญจทรัพย์ ซ.1 ภายในซ.รามคำแหง 184 เขตมีนบุรี แต่ตำรวจสันนิษฐานว่า เป็นการก่อเหตุผิดเป้าหมายเนื่องจากเจ้าของบ้านไม่ได้อยู่ที่บ้านหลังดังกล่าวมาประมาณ 13 ปีแล้ว ปัจจุบันเปิดเป็นบ้านเช่า


ครั้งที่ 9 ระเบิดอาร์จีดี-5 ถูกนำไปก่อเหตุที่ อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 28 เม.ย.2557 โดยคนร้ายปาเข้าใส่ลานจอดรถขนส่งสินค้าบริษัทเพรซิเดนท์เบเกอรี่ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายขนมปังฟาร์มเฮ้าส์ หมู่ 2 บ้านหนองโค้ง ต.ต้นเปา อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ คนร้ายปาระเบิดอาร์จีดี-5พ่วงกับลูกระเบิดเอ็ม79 จำนวน 2 ลูก


จากนั้นมาก็ไม่พบการใช้ระเบิดชนิดนี้อีก กระทั่งหลังเกิดการรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พ.ค.2557 ได้ไม่นานก็มีคนร้ายใช้ระเบิดชนิดนี้บริเวณแยกพระราม 9 ถนนพระราม 9 แขวงและเขตห้วยขวาง ท้องที่ สน.มักกะสัน ทำให้รถเสียหาย 2 คัน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 มิ.ย.2557 ก่อนที่การก่อเหตุรุนแรงจะทิ้งช่วงไป เนื่องจากมีการสืบสวนขยายผลจับกุมกลุ่มก่อเหตุรุนแรงโดยใช้กฎอัยการศึกอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง


กระนั้นก็ตามคดีที่เชื่อมโยงกับระเบิดอาร์จีดี-5 อย่างเป็นรูปธรรมมากที่สุดอีกคดีหนึ่งคือ เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.2557 กองบัญชาการตำรวจนครบาล นำโดย พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พร้อมเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด แถลงผลการตรวจยึดอาวุธสงคราม ประกอบด้วย


ลูกจรวดอาร์พีจี 21 ลูก ลูกระเบิดแบบขว้างอาร์จีดี-5 จำนวน 30 ลูก เรือนชนวนลูกระเบิดแบบขว้างอาร์จีดี-5 จำนวน 30 ชิ้น และเครื่องกระสุนปืน ขนาด 7.62 มม. จำนวน 1,975 นัด โดยตรวจยึดได้ที่ ถนนจตุโชติ ซอยหนองระแหง 7 แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ


จากการตรวจสอบพบความเชื่อมโยงกับการตรวจยึดอาวุธสงครามที่ซุกซ่อนอยู่ริมถนนในพื้นที่ สน.คันนายาว เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ห่างกันเพียง 2.8 กิโลเมตร


นอกจากนี้ยังพบว่ามีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับการจับกุมอาวุธสงครามจำนวนมากที่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา โดยเฉพาะอาวุธชนิดลูกระเบิดแบบขว้างชนิดอาร์จีดี-5...แต่ก็ยังมีเล็ดลอดนำมาใช้ก่อเหตุระเบิดที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ได้อีก


คดีเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้จะมีการปราบปรามอย่างหนักตลอดระยะปีกว่าที่ผ่านมา แต่กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงทางการเมืองยังมีเครือข่ายหลงเหลืออยู่ และพร้อมจะก่อเหตุร้ายได้ทุกเมื่อ นั่นบ่งบอกถึงการปราบปรามกวาดล้างอาวุธสงครามทำได้เพียง "กดข่ม" เอาไว้เพื่อรอวันปะทุเท่านั้น


นับจากนี้ไปคงต้องติดตามการสืบสวนขยายผลของฝ่ายความมั่นคงอีกครั้งว่าจะสามารถสาวไปถึงเครือข่ายที่เกี่ยวข้องระดับใดบ้าง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเชื่อว่าหากได้ไฟเขียวจากเบื้องบนแล้วเราคงได้เห็นการเปิดปฏิบัติการกวาดล้างอีกหลายระลอกอย่างแน่นอน!