วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กสม.จี้สนช.ทบทวนร่างกฎหมายชุมนุม

กสม. จี้ สนช.ทบทวนร่างกฎหมายชุมนุม ชี้ ละเมิดเสรีภาพ ขัดหลักสากล แนะ จนท.คุมม็อบห้ามพกปืน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาาติ (กสม.) ได้เผยแพร่เอกสารความเห็นกสม.ต่อร่างพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. ....​ตามที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)ได้รับหลักการเพื่อสอดคล้องกับหลักการสากลในการคุ้มครองเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบซึ่งกสม.ในฐานะองค์กรตามรัฐธรรมนูญที่มีอำนาจหน้าที่ ในการส่งเสริมการเคารพและการปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชนและเสนอแนะนโยบายและข้อเสนอในการปรับปรุงกฎหมายต่อรัฐสภา (สนช.) และคณะรัฐมนตรี เพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในการนี้ในคราวประชุมกสม.เมื่อวันที่ 19มกราคม2558จึงมีความเห็นและมติต่อร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวดังนี้ 1.ชื่อร่างพ.ร.บ.ควรเปลี่ยนเป็นร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมและคุ้มครองเสรีภาพในการชุมนุมสาธารณะพ.ศ. ....เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการและเหตุผลของกฎหมาย

 

2.คำนิยามต้องมีความชัดเจนและผู้จัดการชุมนุมไม่ควรครอบคลุมถึงผู้เชิญชวนหรือผู้นัดหมายให้ผู้อื่นมาร่วมชุมนุม3.การกำหนดให้การชุมนุมสาธารณะต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานไม่สอดคล้องกับหลักการตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองที่ประเทศไทยเป็นภาคี 4.การกำหนดพื้นที่ห้ามชุมนุมและสถานที่ซึ่งการชุมนุมต้องไม่กีดขวางทางเข้าออกหรือรบกวนการปฏิบัติงานโดยรัฐมนตรีอาจประกาศกำหนดเพิ่มเติมในภายหลังได้เป็นการกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกินสมควรและให้ดุลพินิจแก่รัฐมนตรีมากเกินไปผลของบทบัญญัติทำให้ไม่มีพื้นที่ในการชุมนุม 

 

5.การกำหนดเวลาห้ามชุมนุมหรือเดินขบวนหรือเคลื่อนย้ายการชุมนุมไม่เหมาะสม 6.การกำหนดให้ผู้ชุมนุมจะต้องมีหนังสือแจ้งการชุมนุมก่อนเริ่มการชุมนุมไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง กรณีที่แจ้งไม่ทันต้องมีหนังสือขอผ่อนผันโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐอาจมีคำสั่งให้แก้ไขหรือห้ามการชุมนุมไม่สอดคล้องกับหลักการส่งเสริมและคุ้มครองเสรีภาพในการชุมนุมสาธารณะ​ 7.กรณีที่ผู้ชุมนุมไม่แจ้งการชุมนุมหรือไม่ได้รับการผ่อนผันหรือไม่เลิกการชุมนุมภายในระยะเวลาที่แจ้งโดยไม่แจ้งขอขยายระยะเวลาเจ้าพนักงานออกคำสั่งให้เลิกการชุมนุมได้นั้นไม่เหมาะสมเพราะคำสั่งให้ยกเลิกการชุมนุมต้องเป็นกรณีที่การชุมนุมนั้นกระทบต่อความมั่นคงของชาติ ความปลอดภัยการสาธารณสุขศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่นอย่างร้ายแรงเท่านั้น มิใช่เพราะเหตุไม่ได้แจ้งการชุมนุม 

 

8.การกำหนดให้เจ้าพนักงานมีอำนาจจับค้นยึดอายัดหรือรื้อถอนทรัพย์สินได้ขัดกับหลักการตามรัฐธรรมนูญฯการใช้กำลังหรือเครื่องมือควบคุมฝูงชนควรกำหนดกรอบและขั้นตอน โดยคำนึงถึงหลักการได้สัดส่วนและพอควรแก่เหตุ ไม่ให้ใช้อาวุธปืนโดยเด็ดขาดและต้องฝึกอบรมเรื่องนี้โดยเฉพาะ 9.กรณียกเว้นความรับผิดของเจ้าพนักงานทั้งทางแพ่งทางอาญาและทางวินัยไม่สมควรบัญญัติไว้ 10.กรณีเขตอำนาจศาลไม่ควรบัญญัติให้อยู่ภายใต้เขตอำนาจของศาลยุติธรรมหรือศาลใดศาลหนึ่งโดยเฉพาะแต่ควรบัญญัติให้ข้อพิพาทขึ้นสู่ศาลตามลักษณะแห่งคดีนั้นๆ

 

​ 11.กรณีบทกำหนดโทษควรใช้โทษทางปกครอง ไม่ใช่โทษอาญา ดังนั้น จึงไม่จำเป็นต้องเขียนบทกำหนดโทษไว้ และ 12.บทบัญญัติบางมาตราไม่อาจปฏิบัติได้เช่นผู้จัดการชุมนุมต้องอยู่ร่วมการชุมนุมสาธารณะตลอดระยะเวลาในการชุมนุมอีกทั้ง กสม.ยังเห็นด้วยว่ารัฐควรมีกลไกรองรับการชุมนุมเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนก่อนที่การชุมนุมจะขยายตัว และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรมีหน้าที่อำนวยความสะดวกและจัดสถานที่ในการชุมนุมสาธารณะ ไม่ควรบังคับใช้กฎหมายพิเศษด้านความมั่นคงควบคู่กับพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯทั้งนี้การบังคับใช้ร่างพ.ร.บ.นี้รัฐไม่ควรแปลความจนทำให้การชุมนุมสาธารณะไม่อาจทำได้จริง ไม่เช่นนั้นจะเป็นการขัดต่อหลักการของรัฐธรรมนูญฯ ตามแนวคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่11/2549และไม่สอดคล้องกับกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองที่ประเทศไทยเป็นภาคีที่ต้องปฏิบัติตาม อย่างไรก็ตามกสม.ได้ส่งความเห็นดังกล่าวไปยังสนช.และคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะพ.ศ. .... แล้ว