"รองประธานสนช."อย่าไปวิตกเนื้อหาในร่างรธน. ชี้แค่ยกแรก สามารถแก้ไขอีก ค้านส.ว.สรรหาทั้งหมด เหตุประชาชนยังเห็นส.ส.-ส.ว.เป็นคนของตัวเอง
นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)กล่าวถึง กรณีบทเฉพาะกาลของร่างรัฐธรรมนูญที่มีการเสนให้มีสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปโดยมีสัดส่วนมาจากสนช.และสปช. ว่า สนช.ทำหน้าที่ทั้งส.ส.และ ส.ว.และเป็นส่วนหนึ่งของแม่น้ำทั้ง 5 สาย มีหน้าที่ในการปฏิรูปประเทศใน 11ด้านอยู่แล้ว ซึ่งสนช.ก็รักษาบทบาทของตัวเอง ไม่ให้ก้าวล่วงไปยังหน่วยงานอื่น โดยทางสนช.ได้มีการเสนอความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญไปแล้ว 2 ครั้ง
แต่ในส่วนของบทเฉพาะกาลเราก็ไม่ได้เสนออะไรไปที่จะให้สนช.ทำอะไรต่อไป อย่างไรก็ตามเท่าที่เห็นสัดส่วนของสภาขับเคลื่อนก็ไมใช่มีแต่สนช.เท่านั้นอีกทั้งตนก็ยังไม่รู้ถึงบทบาทของสภาดังกล่าว แต่ถ้าเกี่ยวข้องกับบการปฏิรูปตนก็เห็นว่า ส่วนหนึ่งก็มาจากสปช.เพราะเป็นสภาที่มีหน้าที่ในการหาข้อสรุปด้านการปฏิรูปซึ่งต้องมีการขับเคลื่อนกันอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เสร็จสิ้นภายในรัฐบาลชุดนี้ก็ควรจะมีตัวแทนจากสปช. ในส่วนของสนช.ก็อาจจะเข้าไปมีส่วนร่วมก็ได้ แต่ตนก็ยังไม่ได้ดูในรายละเอียด
"ทุกอย่างในร่างรัฐธรรมนูญยังไม่ได้ข้อสรุป เป็นร่างแรกที่ต้องรวบรวมให้ครบถ้วนก่อนเสนอให้สปช.เสร็จในเดือนเม.ย.จากนั้นเสนอให้ครม. คสช.. สนช. เพื่อพิจารณาอีกครั้ง หากมีอะไรก็ให้กรรมาธิการยกร่างไปแก้ไขอีกครั้งนี้ อย่าเพิ่งไปวิตกอะไร เพราะยังไม่ได้ข้อสรุป"นายพีรศักดิ์ กล่าว
เมื่อถามว่า ผลสำรวจของกรุงเทพโพลล์ที่ระบุว่าประชาชนไม่เห็นด้วยให้มีส.ว.สรรหา นายพีระศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้นยังไม่ยุติ เพราะยังเป็นร่างแรกของกรรมาธิการยกร่าง ซึ่งตนเองก็อยู่กับส.ว. ทั้งที่มาจากการเลือกตั้งและสรรหา ทั้ง 2 ระบบก็ทำงานร่วมกันได้ ซึ่งความเห็นส่วนตัวก็เห็นว่า ส.ว.ไม่ควรมาจากการสรรหาทั้งหมด น่าจะมีการยึดโยงประชาชนในพื้นที่หรือในแต่ละจังหวัด เพราะเหมือนกับคนในพื้นที่หายไป คนในต่างจังหวัดเห็นว่า ส.ส.และส.ว.เป็นคนของเค้าเมื่อหายไปก็จะมีความรู้สึก แต่สุดท้ายรัฐธรรมนูญจะออกมาอย่างไรก็ต้องยอมรับ ขอย้ำว่า ความคิดเห็นนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวไม่ใช่คความเห็นของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ





