“นิพิฏฐ์” ดักคอ “สปช.-สนช.” แปลงร่าง เป็น “ส.ว.สรรหา-สภาขับเคลื่อนฯ” ชี้ หลักการในระบอบ ปชต.ทั่วโลกไม่มีใครเขียนเพื่อรองรับอำนาจตัวเอง
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ระบุจะบัญญัติให้มีการตั้งสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ โดยมีที่มาของสมาชิกจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆรวม 120 คนว่า ตนเคยพูดก่อนหน้านี้ว่า เมื่อสปช.และ สนช.ทำหน้าที่เสร็จแล้วคนเหล่านี้ก็จะแปลงร่างเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนใหญ่ไปเป็นส.ว.สรรหา ที่ระบุว่ามาจากการเลือกตั้งทางอ้อม ซึ่งเป็นได้ไม่หมด ดังนั้นจึงต้องตั้งองค์กรอะไรก็แล้วแต่จะตั้งชื่อ เพื่อรองรับคนเหล่านี้ ก็ชัดเจนคือ สภาขับเคลื่อนฯดังกล่าว
“การเขียนเช่นนี้น่าเกลียดมาก เพราะหลักการในระบอบประชาธิปไตยทั่วโลกไม่มีใครเขียนเพื่อรองรับอำนาจตัวเอง หลังการร่างกติกาใหม่ ส่วนคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปแห่งชาติ ผมไม่ห่วงเท่าไหร่เพราะมีเพียง5คน” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนไม่ปฏิเสธเรื่องการปฏิรูปที่ต้องทำต่อให้แล้วเสร็จ ซึ่งเป็นหลักคิดที่ถูกต้อง และต้องเป็นพลวัตร แต่ควรให้มีการเลือกตั้งให้ได้รัฐบาลใหม่ก่อน แล้วค่อยทำการสรรหาสมาชิกสภาขับเคลื่อนฯ เพราะหากเขียนเช่นนี้ ที่สุดจะเกิดปัญหาการไม่ยอมรับและเกิดความขัดแย้งซ้ำขึ้นอีก เพราะที่มาต่างกัน คนมาจากประชาชนกับ สปช.หรือสนช.ที่แต่งตั้งมา ทำไมไม่เอาคนใหม่ๆเข้ามาทำหน้าที่นี้บ้าง นอกจากนี้ กมธ.ยกร่างฯและสปช.จะอยู่ทำหน้าที่ต่อหลังจากรัฐธรรมนูญใหม่ใช่ไปแล้ว7เดือน ยังไม่เพียงพออีกหรือในการสานต่อการปฏิรูป ตนไม่ขัดขวางการปฏิรูป แต่การเขียนอย่างนี้ ถือว่า ทำเพื่อสืบทอดอำนาจชัดเจน
นายนิพิฏฐ์ กล่าวว่ากรณีนี้ต้องให้ความเป็นธรรมกับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพราะเป็นเรื่องที่อยากได้ใคร่ดีของ กมธ.ยกร่างฯ , สปช.และสนช. ซึ่งตนเชื่อว่า ที่สุดแล้ว คสช.จะไม่รับแนวคิดนี้แน่นอน แต่คาดว่าจะเอาหลักการที่ต้องปฏิรูปต่อให้แล้วเสร็จ โดยเร็วเพราะหลายเรื่องที่ สปช.เสนอต่อรัฐบาลหรือ คสช.ก็ไม่เอา และหาก คสช.รับสานต่อแนวคิดนี้เชื่อว่าจะเกิดปัญหาขึ้นแน่จากสาเหตุ1.การไม่ยอมรับตัวบุคคล 2.จะเป็นชนวนเหตุของความข้ดแย้งใหม่ และจะขัดต่อหลักอำนาจพิเศษที่มาขัดจังหวะรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งได้ แต่ต้องไปให้เร็วที่สุด ไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหา
รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่ คณะกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ มีมติไม่รับข้อเสนอของนายเจษฎ์ โทณะวณิก กมธ.ยกร่างฯในฐานะอนุกมธ.ยกร่างบทเฉพาะกาลในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่เสนอให้เว้นวรรคทางการเมืองบุคคลในแม่น้ำ5สายเป็นเวลา2ปี ยกเว้น กมธ.ยกร่างฯนั้น เมื่อกมธ.ยกร่างเสียงส่วนใหญ่มีมติไม่รับข้อเสนอดังกล่าว ก็ถือเป็นสิทธิของท่าน ถือว่าจบไปในเรื่องนี้ แต่หลายภาคส่วนที่ได้เสนอแนะโดยเกรงว่า จะเป็นข้อครหาว่า สืบทอดอำนาจ ก็เป็นเรื่องที่สังคมไทยจะตัดสินและห้ามความคิดนี้ไม่ได้





