วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯเร่งผลักดันก.ม.ความเท่าเทียมทางเพศ

“พล.อ.ประยุทธ์” เร่งผลักดัน กฎหมายความเท่าเทียมทางเพศ เป็นของขวัญสตรี หวังเข้ามาทำงานเพื่อบ้านเมืองมากขึ้น ปลุกพลังสตรีลดความขัดแย้ง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานเนื่องในงานวันสตรีสากล ประจำปี 2558 โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จะต้องมีการเร่งรัดในเรื่องของพ.ร.บ.ความเท่าเทียมทางเพศ เพื่อให้เป็นของขวัญแกสตรี ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของสนช. โดยพ.ร.บ.ฉบับนี้ มีส่วนในการลักดันสตรี ให้เท่าเทียมกับบุรุษ คำว่าเท่าเทียมนั้น ต้องดูว่าสัดส่วนเป็นอย่างไร วันนี้หญิงนั้นมีมากกว่า อายุยืนกว่า เพราะผู้หญิงมีความอดทน ปีนี้จึงเป็นปีพิเศษ ในการประชุม วันนี้ผู้หญิงแต่งงานน้อย เพราะอยากมีชีวิตโสด บางคนอยากมีแฟน อยากมีลูกเร็วๆ ซึ่งส่วนใหญ่ที่มีเร็วๆ ผู้ชายหลอกล่อทั้งนั้น ดังนั้นผู้ชายต้องร่วมมีส่วนร่วมในการวางแผนชีวิตด้วย และอยากขอให้เลิกความรุนแรงกับเด็กและสตรี โดยมองว่าผู้ชายเป็นข้าวเปลือก เพราะหว่านที่ไหนก็ขึ้นที่นั่น ไปได้ทั่ว เป็นสิ่งไม่ดี ส่วนผู้หญิงเปรียบเหมือนข้าวสารเพราะกินได้อิ่มท้องนอนหลับ ผู้ชายไปไหนกลับมาบ้านอยู่ในอ้อมอกก็จะกินอิ่มนอนหลับ ส่วนตนยืนยันว่าไม่เคยเมากลับบ้าน

 

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยอมรับว่าวันนี้โอกาสของสตรีที่จะมาเป็นผู้นำแบบผู้ชายในบางเรื่องยังมีน้อยเพราะมีข้อจำกัด บางเรื่องยังต้องให้ผู้ชายเป็นผู้นำ อย่างเช่น สัดส่วนทหารในกองทัพ สำหรับทหารต้องกำหนดบทบาทสตรีให้ชัดเจน ว่าต้องทำงานตรงไหน แต่ผู้หญิงก็ต้องช่วยกันพัฒนาประเทศเนื่องจากมีความอดทนและแข็งแรง ทั้งนี้อยากให้สตรีมีบทบาทเพิ่มเติมในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 สำหรับสัดส่วนในนักการเมือง หญิงชายต้องไปดูว่าสมัครเท่าไหร่ ได้รับเลือกเท่าไหร่ ไม่ใช่ดูทั้งหมดนั้นไม่ได้ โดยในอนาคตอยากให้สตรีเข้ามาสมัครทำงานเพื่อบ้านเมืองเยอะๆ ส่วนที่มีผู้หญิงลาออกจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.)นั้นก็ไม่ทราบสาเหตุเหมือนกัน แต่ก็เสียดาย

 

นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า หลายอย่างที่ในโลกนี้ยังมีความแตกต่างความขัดแย้งจึงเกิดขึ้นดังนั้นเราจึงต้องจัดระเบียบบ้านเมือง ขจัดความขัดแย้งให้ได้เสียก่อน โดยเราสามารถนำพลังสตรีมาลดความขัดแย้งนี้ได้ รัฐบาลไม่มองกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งข้างใดข้างหนึ่งเป็นพิเศษ ส่วนข้อพิพาทระหว่างพระกับฆราวาสนั้นฝากตำรวจดูด้วยว่า ห้ามให้มีพระเดินขบวน ฆราวาสไปแก้ปัญหาของฆราวาส สงฆ์ไปแก้ปัญหาของสงฆ์ ทะเลาะกันแล้วจะให้ตนไปห้ามแล้วจะทำอย่างไร

 

ทุกวันนี้มีสถานีวิทยุโทรทัศน์กว่า 3 พันแห่งที่ผิดกฎหมาย แล้วจะปล่อยให้เปิดต่อได้อย่างไร รวมถึงมีการปล่อยคลื่นความถี่รบกวนการบิน เดือดร้อนกันไปหมด ประเทศไทยจะเป็นแบบนี้ก็เอา นอกจากนี้ขอยืนยันว่าตนไม่เคยมีผลประโยชน์ใด ใครเอาชื่อไปแอบอ้างไปหามา อย่าพูดปากเปล่า โดยวันก่อนมีการอ้างชื่อลูกสาวไปสมัคร ตำรวจ ซึ่งลูกสาวอยู่บ้านไม่รู้เรื่อง ไอ้คนก็โง่ให้มันหลอก

 

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกรัฐมนตรี ได้มีสารเนื่องในโอกาสวันสตรีสากล ในวันที่ 8 มี.ค. โดยมีใจความสำคัญว่า รัฐบาลตระหนักถึงความเสมอภาคจึงร่วมกับทุกฝ่ายในการปรับเปลี่ยนมุมมองศักดิ์ศรีและความเป็นมนุษย์ของสตรีและบุรุษ ตั้งแต่การอบรมเลี้ยงดูให้มีความเท่าเทียม ปรองดองสมานฉันท์ และเนื่องในวันสตรีสากล ขอให้ทุกคนร่วมสร้างสรรค์พัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งความเสมอภาคและสันติสุขอย่างแท้จริง