(รายงาน) "แรงงานสตรี"วอนรัฐบาล ยืดลาคลอด-เบิกค่าหมอตามจริง
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) จัดงานวันสตรีสากลประจำปี 2558 ซึ่งจะตรงกับวันที่ 8 มี.ค.นี้ ภายใต้ชื่องาน "แรงงานสตรี สมานฉันท์ รวมพลังกันปฏิรูปประเทศไทย” เมื่อวานนี้(5 มี.ค.) โดยมี นายพีรพัฒน์ พรศิริเลิศกิจ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เป็นประธานเปิดงาน
นายพีรพัฒน์ กล่าวว่า กสร.ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนคัดเลือกสตรีทำงานดีเด่นประจำปี 2558 จำนวน 29 คน อาทิ ม.ล.ปุณฑริก สมิติ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) ได้รับคัดเลือกประเภทสตรีนักบริหารดีเด่น สาขาสตรีผู้บริหารภาคราชการดีเด่น น.ส.อัมพรศรี สุพุทธิพงศ์ รองประธานกรรมการบริษัทนานมี จำกัด ได้รับคัดเลือกสาขาสตรีนักบริหารภาคเอกชน
นางสมรัก คำพุทธ รองผู้ว่าด้านการบริหาร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) น.ส.อัปสร กฤษณะสมิติ พนักงานทรัพยากรบุคคลบริษัทปตท. จำกัด (มหาชน) ได้รับคัดเลือกสาขาสตรีผู้ปฏิบัติการรัฐวิสาหกิจดีเด่น เป็นต้น
ทั้งนี้ปัจจุบันประเทศไทย มีแรงงานสตรีกว่า 17 ล้านคน กสร.ได้ดูแลแรงงานสตรีให้ได้รับการปฏิบัติและสวัสดิการที่เท่าเทียมกับแรงงานชาย อีกทั้งยังส่งเสริมแรงงานสตรีในการลาระหว่างการคลอดบุตร เพื่อให้มีเงินเดือนระหว่างคลอดบุตร ที่ระบุไว้ในพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ว่าหากแรงงานหญิงตั้งครรภ์ก็จะไม่ถูกไล่ออกจากงานและมีสิทธิลาคลอดได้ 3 เดือน โดยได้รับค่าจ้าง นอกจากนี้ กสร.ยังร่วมมือกับสถานประกอบการต่างๆ ขยายโครงการมุมนมแม่ให้มีจำนวนมากขึ้นตามความพร้อมของสถานประกอบการแต่ละแห่ง เพื่อส่งเสริมให้แรงงานสตรีที่กำลังอยู่ในช่วงให้นมบุตร ไม่ให้มีความกังวลกับการดูแลบุตร
“ปัจจุบันบทบาทของแรงงานสตรีมีค่อนข้างสูง โดยในสถานประกอบการแต่ละแห่งจะมีแรงงานสตรีค่อนข้างมาก แม้กระทั่งในระบบราชการเอง อย่างข้าราชการหรือลูกจ้างในกระทรวงแรงงาน จะเห็นได้ว่า มีสุภาพสตรีค่อนข้างมาก อีกทั้งสตรีหลายคนก็ก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงแรงงาน ทั้งนี้เรื่องบทบาทของแรงงานสตรี เราได้ส่งเสริมมาโดยตลอด ไม่มีการปิดกั้น อีกทั้งในส่วนของภาครัฐหรือรัฐบาล ก็เห็นว่าความเสมอภาคของหญิงชาย ถือเป็นสิ่งที่รัฐบาลได้ยึดถือปฏิบัติที่กลายเป็นมาตรฐานสากลไปแล้ว”
ม.ล.ปุณฑริก สมิติ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน(กพร.) ซึ่งได้รับคัดเลือกประเภทสตรีนักบริหารดีเด่น สาขาสตรีผู้บริหารภาคราชการดีเด่น ให้สัมภาษณ์ว่า ดีใจที่ได้รับรางวัลโดยงานของกพร.ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายทั้งหน่วยงานรัฐ เอกชน นายจ้างและลูกจ้าง จึงทำให้งานสำเร็จได้ ดังนั้น การทำงานจะต้องระดมความคิดและรับฟังความเห็นจากทุกฝ่ายอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะแรงงานปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
ส่วนการพัฒนาแรงงานนั้นเห็นว่า หากพัฒนาแรงงานจะทำให้เศรษฐกิจก้าวหน้ามากขึ้นโดยเฉพาะแรงงานหญิง เช่น อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มที่มีผู้หญิงมาก หากมีทักษะฝีมือสูงขึ้น จะทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นสามารถดูแลครอบครัวและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
นางสุกัญญา พรมจีน พนักงานบัญชี บริษัท อีแอนด์เอช พรีซิชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ได้รับคัดเลือกสาขาสตรีเครือข่ายในสถานประกอบกิจการดีเด่น กล่าวว่า ดีใจมากที่ได้รับรางวัลโดยตนทำหน้าที่เป็นเลขาธิการสหภาพแรงงานอีแอนด์เอช พรีซิชั่นมา 3 สมัย จนขณะนี้ขึ้นสู่สมัยที่ 4 ซึ่งยึดหลักต้องแยกบทบาทและหน้าที่ให้ชัดเจนระหว่างพนักงานบริษัทกับเลขาธิการสภาพแรงงาน โดยทุกปีจะต้องยื่นข้อเรียกร้องเช่น ปรับขึ้นเงินเดือน เงินโบนัสก็ต้องกล้าหาญและกล้าต่อรองกับผู้บริหารบริษัท
นางสุกัญญา กล่าวอีกว่า หากเพื่อนพนักงานมาร้องเรียนเช่น ถูกโยกย้ายงาน กลั่นแกล้งหรือเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ก็ต้องมีเหตุผล ใจเย็นโดยรับฟังเหตุผลอย่างรอบด้านและสอบถามข้อมูลกับหัวหน้าหรือทางบริษัทอย่างละเอียด และมีการตัดสินใจที่เด็ดขาด หากเพื่อนพนักงานได้รับการปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมจะช่วยเหลืออย่างเต็มที่ แต่หากตรวจสอบแล้วพบว่ากระทำผิดหน้าที่จริง ก็จะช่วยเหลือตามความเหมาะสม ซึ่งในฐานะคนกลางจะพยายามเจรจาข้อพิพาทระหว่างแรงงานกับบริษัท โดยยึดประโยชน์ของเพื่อนพนักงานและบริษัทให้ได้ข้อยุติลงตัวทั้งสองฝ่าย
ส่วนข้อเรียกร้องในวันสตรีสากลนั้น อยากให้รัฐบาลและกระทรวงแรงงานดูแลแรงงานสตรีโดยขยายความคุ้มครองเช่น การเพิ่มระยะเวลาลาคลอดจาก 3 เดือนเป็น 4 เดือน และให้แรงงานสตรีเบิกค่าพบแพทย์ในการตรวจครรภ์จากบริษัทได้ตามความเป็นจริง ทำให้แรงงานสตรีที่เพิ่งคลอดลูกมีเวลาอยู่กับลูกมากขึ้น จะช่วยส่งเสริมความอบอุ่นในครอบครัวและลดปัญหาสังคม





