นายกฯสั่งมหาดไทย-ผู้ว่าฯ-อปท. เร่งเบิกจ่ายงบตั้งแต่ช่วงนี้ หวังดึงเม็ดเงินสู่ระบบ จี้เจ้ากระทรวง ลงพื้นที่เกาะติดเพื่อเร่งรัดโครงการลงทุน
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)วานนี้(3มี.ค.) ได้สั่งให้กระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด และองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น(อปท.) เร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณตั้งแต่ช่วงนี้ เพื่อให้เม็ดเงินเข้าสู่ระบบมากขึ้น โดยสั่งให้สำนักงบประมาณและกรมบัญชีกลาง ไปลดระยะเวลาการ เบิกจ่ายงบประมาณให้เร็วขึ้น จากเดิมจะออกปลายไตรมาส 3-4 ให้ลดเวลาเป็นเริ่มเบิกจ่ายตั้งแต่ไตรมาสแรกของปีนี้
“เดิมจะออกปลายไตรมาส 3 และ 4 แต่วันนี้เร่งให้ออกตั้งแต่ ไตรมาสหนึ่ง” นายกรัฐมนตรี กล่าว
อย่างไรก็ตาม มีปัญหาที่เม็ดเงินยังลงไปไม่ได้มากนัก เนื่องจากผู้รับเหมา รายย่อยไม่ยอมรับงานในโครงการที่มีมูลค่าต่ำ
“ขณะนี้เม็ดเงินมีเยอะ แต่ปัญหาผู้รับเหมารายย่อยหายาก เพราะไม่มีใครอยากรับงาน 5-10 ล้านบาท หรืองานหลักแสน ตรงนี้ก็เลยไม่สามารถเอางบไปใช้จ่ายได้” นายกรัฐมนตรี กล่าว
สำนักงบฯรับเบิกจ่ายต่ำเป้า
ร.อ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าที่ประชุมครม. สำนักงบประมาณ ได้รายงานเป้าหมายการเบิกจ่ายงบประมาณ และเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ จากมาตรการต่างๆของรัฐบาลยัง มีการเบิกจ่ายที่ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 47.4% แต่เบิกจ่ายได้ 42.6% ต่ำกว่าเป้าหมาย 4.8% จึงเสนอให้มีมาตรการที่รัฐมนตรีเจ้าสังกัดต้องดูแลให้หัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่นๆของรัฐและผู้ว่าราชการจังหวัด เร่งดำเนินงานการเบิกจ่ายงบ โดยปรับลดเวลาการดำเนินงาน ในขั้นตอนต่างๆ
ปรับการดำเนินงานตามระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ 2548 โดยเร่งให้ส่วนราชการจัดสรรงบประมาณไปยังหน่วยงานภูมิภาค ให้อำนาจหัวหน้าส่วนราชการ/ผู้ว่าราชการจังหวัด เปลี่ยนสถานที่ดำเนินการค่าที่ดิน หรือสิ่งก่อสร้าง และให้อำนาจโอนงบประมาณไปสมทบได้ไม่เกิน 20% ของงบประมาณทั้งหมด ลดเวลาการเบิกจ่าย 42วันทำการ
โดยปรับขั้นตอนระเบียบการก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ 2534 ให้สำนักงบประมาณพิจารณาความเหมาะสมของการจัดซื้อจัดจ้าง หลังจากที่ ครม.เห็นชอบ โดยไม่ต้องการตรวจสอบความเหมาะสมของราคากลาง ให้ส่วนราชการเปลี่ยนแปลงสถานที่ดำเนินงานก่อสร้างที่ไม่ใช่สาระสำคัญได้ ลดเวลาการเบิกจ่าย 40 วัน
สั่งลดระยะเวลาหวังเร่งงานเร็วขึ้น
ร.อ. ยงยุทธ์ กล่าวว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบเปลี่ยนแปลงระเบียบสำนักงบประมาณ เพื่ออำนวยความสะดวกในการลงทุนหน่วยงานภาครัฐให้สะดวกรวดเร็วมากขึ้น เช่น พิจารณาเรื่องเสนอความคิดเห็นต่อ ครม./นายกรัฐมนตรี/สมาชิกรัฐสภาฯให้ลดเวลาจาก 5 วัน เหลือ 3 วัน การพิจารณาแผนลงทุน การตอบข้อซักถามของส่วนราชการลดระยะเวลาจาก 5 วัน ให้เหลือ 3 วัน การพิจารณาการใช้งบกลาง การพิจารณาให้เงินเพิ่มพิเศษ (K) ลดเวลาจาก 14 วัน เหลือ 7 วัน การพิจารณางบผูกพันลดเวลาจาก 8 วันเหลือ 5 วัน กรณีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์การใช้งบ ปรับลดเวลาพิจารณาลดเหลือ 10 วัน สำหรับโครงการลงทุน 10-20 ล้านบาท
นอกจากนี้ นายกฯ กำชับให้ลงพื้นที่เร่งรัดโครงการลงทุนขนาดเล็กวงเงิน 5-10 ล้านบาท โดยให้ อปท. ดึงเอกชนมาร่วมโครงการแม้จะเป็นโครงการขนาดเล็ก เพื่อพัฒนาพื้นที่ เพื่อต้องการให้โครงการลงทุนในพื้นภูมิภาคลงทุนได้รวดเร็ว
ที่ประชุม ครม. เห็นชอบการปรับแผนดำเนินงานของกองทุนหมุนเวียนของส่วนราชการต่างๆ รวมทั้งการนำส่งเงินเข้าคลังสำหรับกองทุนที่มีเงินส่วนเกินความจำเป็น วงเงิน 28,000 ล้านบาท เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในด้านอื่นให้มีประสิทธิภาพ
แจงเบิกจ่ายงบสู่ระบบศก.1.4ล้านล้าน
นอกจากนี้ ที่ประชุมรับทราบรายงานสถานภาพด้านงบประมาณประจำปี 2558 ตามที่สำนักงบประมาณเสนอโดยตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2557 - 27 ก.พ.2558 พบมีการเบิกจ่ายเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจแล้ว 1,430,062 ล้านบาท (รวมงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจและเงินหมุนเวียนที่ยังไม่ได้เบิกจ่ายจากเงินงบประมาณ)ทั้งนี้การเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 จากงบประมาณทั้งสิ้น 2.575 ล้านล้านบาท ปรากฏว่าเบิกจ่ายแล้ว 1,095,709 ล้านบาท หรือ 42.6% เพิ่มขึ้นจากเมื่อวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมาจำนวน 76,259 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.รายจ่ายประจำ 2.125 ล้านล้านบาท เบิกจ่ายแล้ว 1.015 ล้านล้านบาท หรือ 47.8% เพิ่มขึ้นจากวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา 6.331 หมื่นล้านบาท แผนการอบรมสัมมนาจำนวน 5,632 ล้านบาท เบิกจ่ายแล้ว 3,710 ล้านบาท หรือ 65.9%
2.รายจ่ายเพื่อการลงทุน 4.49 แสนล้านบาท เบิกจ่ายแล้ว 8.05 หมื่นล้านบาท หรือ 17.9% เพิ่มขึ้นจากวันที่13 ก.พ.ที่ผ่านมา จำนวน 1.29 หมื่นล้านบาท
หวังมี.ค.ต้องเบิกจ่ายได้ไม่ต่ำกว่า30%
ร.อ.ยงยุทธ กล่าวว่าได้ตั้งเป้าหมายว่าการเบิกจ่ายงบลงทุนเดือน มี.ค.นี้ ต้องไม่ต่ำกว่า 30% ในส่วนของงบลงทุนแบ่งตามโครงการ ได้แก่ ลงนามในสัญญาแล้ว 1.397 แสนล้านบาท หรือ 31.1% ซึ่งรัฐมนตรี ปลัดกระทรวง อนุมัติสั่งซื้อสั่งจ้างแล้ว 1.22 หมื่นล้านบาท หรือ 2.7% ประกาศเชิญชวนให้เอกชนมาประมูล 2.01 หมื่นล้านบาท หรือ 4.5% หัวหน้าส่วนราชการเห็นชอบ รายงานขอซื้อขอจ้างแล้ว 4 พันล้านบาท หรือ 0.9%
สำหรับรายจ่ายเงินกันไว้เหลื่อมปีงบประมาณ 2548 - 2557 ทั้งสิ้น 3.648 แสนล้านบาท เบิกจ่ายแล้ว 1.14 แสนล้านบาท หรือ 33% เพิ่มขึ้นจากวันที่ 13 ก.พ.จำนวน 8.7 พันล้านบาท โดยเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปีคงเหลือที่ยังไม่เบิกจ่ายจำนวน 2.32 แสนล้านบาท มีการก่อหนี้แล้ว 9.2 หมื่นล้านบาทหรือ 26.5%ขณะที่เงินกันไว้เบิกจ่ายเหลื่อมปีงบประมาณ 2557 จำนวน 2.7แสนล้านบาท เบิกจ่ายแล้ว 9.31 หมื่นล้านบาท หรือ 34.4% เพิ่มขึ้นจากวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา จำนวน 6.71พันล้านบาท คงเหลือยังไม่เบิกจ่าย 1.77แสนล้านบาท มีการก่อหนี้แล้ว 6.2 หมื่นล้านบาทหรือ 23.2%
“นายกฯสั่งให้เจ้ากระทรวงและหัวหน้าส่วนราชการดูแล การเบิกจ่ายงบประมาณในพื้นที่ต่างๆอย่างใกล้ชิด รวมทั้งโครงการขนาดเล็ก ให้ประสานผู้ว่าราชการจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้การเบิกจ่ายโครงการในพื้นที่ มีผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วย” ร.อ.ยงยุทธ กล่าว





