วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ประจิน'ลั่นตั้งโฮลดิ้งกันการเมืองฮุบรสก.

“ประจิน”ยันตั้งซูเปอร์โฮลดิ้งไม่ทับซ้อนหน้าที่กำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ ระบุป้องกันไม่ให้การลงทุนของรัฐวิสาหกิจอยู่ภายใต้การควบคุมของนักการเมือง

คณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ(คนร.) หรือซูเปอร์บอร์ด ได้เห็นชอบปรับโครงสร้างการกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจครั้งสำคัญ โดยการตั้งซูเปอร์โฮลดิ้งขึ้นมา โดยมอบหมายให้อนุกรรมการคนร. ที่มี นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร่างกฎหมายฉบับใหม่ เสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ภายในเดือนมิ.ย.นี้

การกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจจะแยกบทบาทการกำกับออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนแรกรัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งขึ้นด้วยกฎหมายเฉพาะ ให้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ สคร.เหมือนเดิม เช่น การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นต้น

ส่วนที่สองให้ตั้งบรรษัทรัฐวิสาหกิจแห่งชาติขึ้นมาเป็นโฮลดิ้ง ทำหน้าที่เป็นเจ้าของ บริหารงาน และถือหุ้นรัฐวิสาหกิจที่เป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ เช่น บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และดูแลรัฐวิสาหกิจที่แปลงเป็นบริษัท จำกัด เช่น บริษัท ขนส่ง จำกัด และบริษัท อู่กรุงเทพ จำกัด เป็นต้น

ทั้ง 2 องค์กรยังอยู่ภายใต้กระทรวงการคลัง และจะมีคณะกรรมการ 2 ชุด คือ คนร.ที่ดูแลในภาพรวม และคณะกรรมการของโฮลดิ้ง ซึ่งจะต้องมีการตั้งคณะกรรมการสรรหา กรรมการผู้จัดการ และกรรมการทั้งชุด เพื่อให้การกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจเป็นตามหลักบรรษัทภิบาล มีประสิทธิภาพและปลอดการแทรกแซงอย่างแท้จริง 

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า มติของ คนร.เป็นเพียงการเห็นชอบในหลักการเท่านั้น โดยในหลักการบรรษัทวิสาหกิจแห่งชาติ เป็นเพียงหน่วยงานที่ทำหน้าที่คล้ายเจ้าของรัฐวิสาหกิจในลักษณะรวมศูนย์ โดยแบ่งองค์กรเจ้าของรัฐวิสาหกิจเป็น 2 หน่วยงาน คือ 1.บรรษัทวิสาหกิจแห่งชาติ 2.สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ สคร. โดยในระยะแรกให้บรรษัทวิสาหกิจแห่งชาติ ทำหน้าที่เป็นองค์กรเจ้าของสำหรับรัฐวิสาหกิจที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เช่น บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อมากำกับดูแลในเรื่องการบริหารงาน การกำหนดคุณสมบัติของผู้เป็นกรรมการผู้เป็นบริหาร แล้วก็บริหารเรื่องทรัพย์สิน 

ส่วนรัฐวิสาหกิจที่มีกฎหมายเฉพาะและยังไม่ได้ดำเนินธุรกิจเชิงพาณิชย์ เช่น การท่าเรือแห่งประเทศไทย การทางพิเศษแห่งประเทศไทย การรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.) ยังคงอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ สคร. โดยหลังจากนี้ก็ต้องไปดำเนินร่างในรายละเอียดออกมาว่า ทั้ง 2 ส่วนแบ่งกันแล้วจะดำเนินการอย่างไรบ้าง ซึ่งต้องให้กระทรวงการคลังไปดูวิธีปฏิบัติว่าในขั้นตอนกฎหมายว่า จะมีการปรับเปลี่ยนการถือหุ้นอย่างไร ระหว่างโฮลดิ้งกับกระทรวงการคลัง

ไม่ชัดร.ฟ.ท.สังกัดโฮลดิ้งชี้3เดือนรู้ผล

เบื้องต้นหน้าที่การกำกับดูแลด้านมอบนโยบาย ยังคงเป็นหน้าที่ของกระทรวงคมนาคม เป็นผู้กำกับดูแลนโยบาย ยุทธศาสตร์ในภาพรวมทั้งหมด ในส่วนของ ร.ฟ.ท. ยังอยู่ระหว่างที่จะพิจารณาว่าจะขึ้นตรงกับซูเปอร์โฮลดิ้ง หรือ สคร. เนื่องจากจะต้องดูว่าจะมีการฟื้นฟูอย่างไร และเปิดให้เอกชนเข้ามาแข่งขันหรือไม่อย่างไร ถ้าหากมีการแข่งขันก็จะเข้าข่ายการแข่งขันในเชิงพาณิชย์ ซึ่งก็ต้องไปอยู่ในส่วนของซูเปอร์โฮลดิ้ง แต่ถ้าหากไม่มีการแข่งขัน ก็จะไปอยู่ในส่วนของ สคร. ซึ่งตรงนี้อยู่ระหว่างการปฏิรูป จะพยายามทำให้เสร็จภายใน 3 เดือน

“ประจิน”ลั่นกันนักการเมืองพ้นรสก.

อย่างไรก็ตามการจัดตั้งบรรษัทวิสาหกิจแห่งชาตินั้น เพื่อป้องกันไม่ให้การลงทุนของรัฐวิสาหกิจที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ อยู่ภายใต้การควบคุมของนักการเมืองช่วยให้เกิดความชัดเจนในเรื่องของการกำหนดเป้าหมายมากยิ่งขึ้น แล้วมีการค้านอำนาจกันชัดเจนในเรื่องของการแต่งตั้งบอร์ดบริหาร เกิดการกำกับดูแลอย่างโปร่งใส และป้องกันการทุจริต ที่ตรงกับความต้องการของกระแสต่อต้านคอร์รัปชันในปัจจุบัน

สหภาพการบินไทยหนุนโฮลดิ้ง

ด้านนายดำรงค์ ไวยคณี ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทย(สร.กบท.) กล่าวว่า สหภาพฯเห็นด้วยกับซูเปอร์บอร์ด ที่เห็นชอบในหลักการปรับปรุงกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ โดยให้มีบรรษัทวิสาหกิจแห่งชาติหรือซูเปอร์โฮลดิ้ง เข้ามาดูแลรัฐวิสาหกิจที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เนื่องจากมติดังกล่าวเป็นไปตามแนวทางของสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์(สรส.)ที่ได้เสนอเรื่องดังกล่าวให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)พิจารณาไปเมื่อประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมา

แนวทางที่ สรส.ได้เสนอไปยัง สนช.จะให้ดำเนินการในลักษณะองค์กรเจ้าของรัฐวิสาหกิจ ที่ทำหน้าที่เหมือนผู้ถือหุ้น ที่ดูแลรัฐวิสาหกิจอย่างมืออาชีพในลักษณะเดียวกับริษัทเทมาเส็กโฮลดิงส์ของสิงคโปร์ หรือคาซาน่า ของมาเลเซีย เป็นต้น 

แนะตั้งกองทุนรสก.กู้ดอกเบี้ยต่ำ

ขณะเดียวกัน สรส.ยังขอให้มีการจัดตั้งกองทุนขึ้นมา 1 กองทุน เพื่อให้รัฐวิสาหกิจที่มีปัญหาสามารถนำไปใช้ได้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ โดยไม่จำเป็นต้องไปกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินที่ต้องจ่ายดอกเบี้ยสูง ซึ่งจะช่วยให้การดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ก็ยังไม่ทราบว่ารายละเอียดของการจัดตั้งบรรษัทวิสาหกิจแห่งชาติ จะกำหนดรายละเอียดการดำเนินงานครอบคลุมข้อเสนอมากน้อยขนาดไหน จะต้องติดตามดูรายละเอียดที่จะกำหนดขึ้นมากให้ชัดเจนก่อน

“กองทุนที่มีการเสนอไว้เบื้องต้นจะอยู่ที่ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท หน่วยงานไหนมีมากก็สมทบมากหน่อย ส่วนใครที่นำเงินไปใช้ก็ต้องจ่ายคืนด้วย เพื่อให้หน่วยงานอื่นที่จำสามารถนำไปใช้ได้อย่างต่อเนื่อง”นายดำรง กล่าว

นายดำรง กล่าวว่า ที่ผ่านมาการบินไทยมีปัญหาเพราะการเมืองเข้ามายุ่ง คนที่เข้ามาก็ไม่มีความรู้อย่างแท้จริง หากให้คนที่เป็นมืออาชีพเข้ามาก็หวังว่าจะช่วยให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวก็จะคล้ายกับสิงคโปร์แอร์ไลน์ที่เป็นรัฐวิสาหกิจเหมือนกันแต่คณะกรรมการ(บอร์ด)เป็นมืออาชีพ สามารถบริหารงานได้อย่างคล่องตัว