วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยกฟ้องหนุ่มคดีลักรถตู้สำนักนายกฯ ชุมนุมพธม.ปี51

ศาลยกฟ้อง “หนุ่ม” หลังถูกอัยการฟ้อง ลักทรัพย์รถตู้สำนักนายก ฯ ช่วงชุมนุม พธม.ปี 51ชี้ โจทก์ไม่มีประจักษ์พยาน หลักฐานไม่ชัด

ที่ห้องพิจารณา 613 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เวลา 09.00 น. ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.2238/2556 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายเอกพล น้อยเงิน อายุ 32 ปี เป็นจำเลย ในความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน และรับของโจร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 และ 357 ประกอบมาตรา 83 ตามฟ้องอัยการโจทก์ เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.56 สรุปว่า ระหว่างวันที่ 26 ส.ค.51 – 2 ธ.ค.51 มีคนร้ายได้ลักรถตู้ ทะเบียน 41-5160 กทม. และรถยนต์ อีก 2 คันรวมมูลค่า 3.5 ล้านบาท ของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี ผู้เสียหายไป เหตุเกิดที่ แขวง-เขตดุสิต กรุงเทพ ฯ ต่อมาวันที่ 24 ธ.ค.51 มีผู้พบเห็นจำเลยกับพวกครอบครองรถตู้ ทะเบียน 41-5160 กทม. จึงแจ้งข้อหาดำเนินคดีฐานลักทรัพย์ และรับของโจร จำเลยให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

โดยวันนี้นายเอกพล จำเลย เดินทางมาฟังคำพิพากษา พร้อมกับ น.ส.พวงทิพย์ บุญสนอง ทนายความ ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์ – จำเลย แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นที่ยุติว่า เมื่อเดือน ส.ค.51 กลุ่ม พธม.ได้ชุมนุมปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล ทำให้ข้าราชการไม่สามารถเข้าทำงานได้ปกติ กระทั่ง 2 ธ.ค.51 กลุ่ม พธม. ได้ยกเลิกการชุมนุม แล้วเมื่อสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ฯ ผู้เสียหาย ตรวจสอบทรัพย์สิน จึงพบรถตู้ และรถยนต์หายไป

คดีจึงปัญหาต้องวินิจฉัยว่า จำเลยเป็นคนร้าย ที่ลักทรัพย์ผู้เสียหายไปหรือไม่ ทางนำสืบโจทก์ ไม่มีประจักษ์พยาน เบิกความยืนยันว่า จำเลยเป็นผู้ลักเอารถผู้เสียหายไป คงมีเพียงผู้รับมอบอำนาจจาก สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ฯ ผู้เสียหาย เบิกความว่า หลังจากพบทรัพย์สินหายไป จึงได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน และมีเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นหัวหน้าหมวดรถยนต์ ของผู้เสียหาย เบิกความว่ามีกุญแจรถยนต์และรถตู้ที่หายไป พยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบมายังมีความสงสัยตามสมควร จึงยกประโยชน์ความสงสัยให้จำเลย ตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา ม. 227 วรรคสอง จึงพิพากษายกฟ้อง

ภายหลัง น.ส.พวงทิพย์ บุญสนอง ทนายความของนายเอกพล กล่าวว่า จากนี้ต้องรอดูว่า อัยการจะยื่นอุทธรณ์คดีอีกหรือไม่ ส่วนนายเอกพลที่ผ่านมาได้รับการปล่อยชั่วคราวระหว่างการพิจารณาคดี และได้ให้การปฏิเสธต่อสู้คดีมาโดยตลอด